อย่าคิดว่าแค่กดแชร์แล้วจะไม่เป็นไร! ข่าวปลอมบนโลกออนไลน์ อาจทำให้คนแชร์ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย
อย่าคิดว่าแค่กดแชร์แล้วจะไม่เป็นไร! ข่าวปลอมบนโลกออนไลน์ อาจทำให้คนแชร์ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย
ทุกวันนี้ใครที่เล่น Facebook, TikTok หรือโซเชียลมีเดียต่าง ๆ คงเคยเห็นข่าวที่ทำให้ตกใจ ข่าวดารา ข่าวการเมือง ข่าวอาชญากรรม หรือข้อความเตือนภัยที่มีคนแชร์ต่อกันเป็นจำนวนมาก บางข่าวมีคนกดไลก์เป็นหมื่น บางโพสต์มีคนแสดงความคิดเห็นนับพัน จนทำให้หลายคนคิดว่า ถ้ามีคนแชร์เยอะขนาดนี้ เรื่องนั้นก็น่าจะเป็นเรื่องจริง
แต่ความจริงแล้ว **ยอดแชร์เยอะไม่ได้หมายความว่าข่าวนั้นเป็นเรื่องจริงเสมอไป**
สิ่งที่น่ากังวลคือ บางคนเห็นข่าวเพียงแค่พาดหัว อ่านเนื้อหาไม่ครบ ไม่รู้ว่าข้อมูลมาจากไหน ก็รีบกดแชร์ต่อทันที เพราะอยากเตือนคนอื่น อยากให้เพื่อนรับรู้ หรือบางครั้งก็เพียงแค่ต้องการมีส่วนร่วมกับกระแสที่กำลังเป็นที่พูดถึงในสังคม
คำถามคือ ถ้าข่าวที่เราแชร์เป็นข่าวปลอม แล้วทำให้คนอื่นเข้าใจผิด เสียชื่อเสียง เสียทรัพย์สิน หรือเกิดความเสียหายขึ้นมา คนที่แชร์ต่อจะต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่?
## 📱 ข่าวปลอมหนึ่งข่าว อาจสร้างความเสียหายได้มากกว่าที่คิด
ลองนึกภาพดูว่า มีคนโพสต์ข้อความกล่าวหาบุคคลหนึ่งโดยไม่มีหลักฐาน จากนั้นมีคนเข้ามาแชร์ต่อหลายร้อยหรือหลายพันคน ทั้งที่ยังไม่มีใครตรวจสอบว่าข้อมูลนั้นเป็นความจริงหรือไม่
แม้ภายหลังจะมีการชี้แจงว่าเป็นข่าวเท็จ แต่ชื่อเสียงของคนที่ถูกกล่าวหาอาจเสียหายไปแล้ว คนที่เห็นข่าวครั้งแรกอาจจำข้อความนั้นได้ แต่ไม่ได้กลับมาเห็นคำชี้แจงในภายหลัง
นี่คือปัญหาสำคัญของโลกออนไลน์ เพราะข่าวเท็จสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็ว ขณะที่การแก้ไขความเข้าใจผิดอาจต้องใช้เวลานานกว่ามาก
ยิ่งในปัจจุบันมีภาพตัดต่อ คลิปวิดีโอที่ถูกนำมาตัดบางส่วน และเนื้อหาที่สร้างด้วย AI ก็ยิ่งทำให้การแยกแยะระหว่างเรื่องจริงกับเรื่องเท็จเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังมากขึ้น
## ⚖️ แค่แชร์ข่าวปลอม จะติดคุกจริงหรือ?
เรื่องนี้ไม่ควรเข้าใจแบบเหมารวมว่าใครแชร์ข่าวที่ไม่จริงจะต้องติดคุกทุกคน เพราะกฎหมายต้องพิจารณาองค์ประกอบความผิดและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นเท็จในลักษณะที่กฎหมายกำหนด รวมถึงกรณีการเผยแพร่หรือส่งต่อข้อมูลโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลตามที่ระบุไว้ในมาตรานี้
เพราะฉะนั้น การสร้างข่าวเท็จขึ้นมาเพื่อหลอกลวง กับการส่งต่อข้อมูลที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จ อาจมีประเด็นความรับผิดทางกฎหมายแตกต่างกันไปตามข้อเท็จจริง
ผู้ใช้โซเชียลจึงไม่ควรคิดว่า การกดแชร์เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย หรือคิดว่าเมื่อไม่ได้เป็นคนเขียนโพสต์ต้นฉบับก็จะไม่มีความรับผิดชอบใด ๆ
อ่านข้อมูลประกอบจากกระทรวงศึกษาธิการ:
https://www.moe.go.th/เปิดกฎหมาย-พ-ร-บ-คอมฯ-ที่คน/
## 🔎 ก่อนแชร์ข่าว ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง?
1. **ดูแหล่งที่มา** ข่าวมาจากสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจริงหรือไม่
2. **อ่านให้ครบก่อนตัดสินใจ** อย่าเชื่อเพียงพาดหัวที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงหรือทำให้ตกใจ
3. **ตรวจสอบวันและเวลา** ภาพหรือข่าวเก่าอาจถูกนำมาเผยแพร่ใหม่จนทำให้เข้าใจว่าเป็นเหตุการณ์ปัจจุบัน
4. **ค้นหาข้อมูลจากแหล่งอื่น** หากเป็นข่าวสำคัญ ควรตรวจสอบว่ามีแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออื่นยืนยันหรือไม่
5. **อย่าแชร์เพียงเพราะอารมณ์** โดยเฉพาะข่าวที่ทำให้โกรธ กลัว หรือต้องการตำหนิใครบางคน ควรตรวจสอบก่อนเสมอ
หากพบข่าวน่าสงสัย สามารถตรวจสอบกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทยได้ที่
https://www.antifakenewscenter.com/
หรือโทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 เพื่อสอบถามและแจ้งเบาะแสตามช่องทางที่หน่วยงานกำหนด
ข้อมูลจากรัฐบาลไทย:
https://www.thaigov.go.th/th/news/164820
## ❤️ สุดท้ายแล้ว คนเล่นโซเชียลทุกคนมีส่วนช่วยหยุดข่าวปลอมได้
เราไม่จำเป็นต้องเป็นนักข่าวหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจึงจะช่วยให้สังคมออนไลน์ดีขึ้นได้ เพียงแค่ไม่รีบเชื่อ ไม่รีบแชร์ และตรวจสอบข้อมูลก่อนส่งต่อ ก็ถือเป็นการช่วยลดการแพร่กระจายของข่าวที่อาจทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายแล้ว
การแชร์ข่าวที่เป็นประโยชน์เป็นเรื่องดี แต่การแชร์ข้อมูลโดยไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จ อาจทำให้เราเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาโดยไม่รู้ตัว
ก่อนกดแชร์ทุกครั้ง ลองถามตัวเองสักนิดว่า เรากำลังช่วยให้คนอื่นได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง หรือกำลังส่งต่อความเข้าใจผิดให้คนอีกจำนวนมากกันแน่?
**อยากชวนทุกคนมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ**
👉 คุณคิดว่า คนที่แชร์ข่าวปลอมโดยไม่ตรวจสอบ กับคนที่รู้อยู่แล้วว่าเป็นข่าวปลอมแต่ยังตั้งใจแชร์ต่อ ควรได้รับการพิจารณาแตกต่างกันหรือไม่?
👉 แล้วคุณเคยเห็นข่าวที่มีคนแชร์กันเป็นจำนวนมาก แต่ภายหลังพบว่าข้อมูลไม่ตรงกับความจริงหรือไม่?
มาแบ่งปันความคิดเห็นกันอย่างสุภาพครับ เพราะการรู้เท่าทันข่าวสารเป็นเรื่องที่ทุกคนควรช่วยกันสร้างให้เกิดขึ้นในสังคมออนไลน์
#ข่าวปลอม #รู้เท่าทันสื่อ #กฎหมายคอมพิวเตอร์
### แหล่งข้อมูลอ้างอิง
* รัฐบาลไทย: ข่าวเตือนประชาชนเรื่องข่าวปลอมและการตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ [อ่านข่าวจากรัฐบาลไทย](https://www.thaigov.go.th/th/news/164820?utm_source=chatgpt.com)
* กระทรวงศึกษาธิการ: ข้อมูลเกี่ยวกับ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์และการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ [อ่านบทความด้านกฎหมาย](https://www.moe.go.th/เปิดกฎหมาย-พ-ร-บ-คอมฯ-ที่คน/?utm_source=chatgpt.com)
* ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย: ช่องทางตรวจสอบข้อเท็จจริง [เข้าเว็บไซต์ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม](https://www.antifakenewscenter.com/?utm_source=chatgpt.com)
เขียนโดย sansanti
นามสกุลที่ซ้ำกันมากที่สุดในไทย เปิด 10 อันดับที่มีคนใช้หลักหมื่นคน
แพนเค้กเหนียวทั้งที่ทำตามสูตร จุดพลาดอาจอยู่ตอนคนแป้ง
3 ไม้มงคลดอกหอม นิยมปลูกไว้ในบ้าน เสริมสิริมงคลตามความเชื่อ
น้ำขังใต้ลิ้นชักผักในตู้เย็น แก้ตรงไหนก่อนเรียกช่าง?
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 1/11/69
ใบเขียว งวด 1 พ.ย. 69 เผยสูตรคำนวณใหม่ พร้อมแนวทางจากกรอบตัวเลข
10 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคน
คราบขาวโผล่บนดินกระถาง: เชื้อราหรือเกลือสะสม?
ส่องเลขธูปมงคล เจ๊ฟองเบียร์ 1 พฤศจิกายน 2569
คืนบาปที่พรหมพิราม
ชัวร์ล่าง 1 พ.ย. 69 จับจุดเลขเด่นฝั่งล่าง ส่องชุดตัวเลข 4 คู่จากแนวทางงวดนี้
ได้ลาภหรือถูกนินทา: โลกวิปัตติสูตรอธิบายใจคนสองแบบ
3 ไม้มงคลดอกหอม นิยมปลูกไว้ในบ้าน เสริมสิริมงคลตามความเชื่อ
แพนเค้กเหนียวทั้งที่ทำตามสูตร จุดพลาดอาจอยู่ตอนคนแป้ง
ได้ลาภหรือถูกนินทา: โลกวิปัตติสูตรอธิบายใจคนสองแบบ
น้ำขังใต้ลิ้นชักผักในตู้เย็น แก้ตรงไหนก่อนเรียกช่าง?
ทำไมโลโก้เป๊ปซี่ต้องมี 3 สีแดง-ขาว-น้ำเงิน? เปิดที่มาสัญลักษณ์ระดับโลก
คืนบาปที่พรหมพิราม
ทำไมคนจีนจำนวนมากถึงไม่ค่อยใช้เงินสด? เดินเข้าร้าน ซื้อของริมทาง ก็แค่ยกมือถือขึ้นมาสแกนจ่าย!
รู้หรือไม่? ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพื้นที่กว้างใหญ่ถึง 17 ล้านตารางกิโลเมตร!
โซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านคุ้มจริงไหม? ลงทุนหลักแสนช่วยลดค่าไฟได้แค่ไหน ต้องใช้กี่ปีกว่าจะคืนทุน
น้ำทะเลหัวหินเปลี่ยนเป็นสีแดง! ชาวบ้านแห่จับปลาริมหาด เกิดอะไรขึ้นกับทะเลไทย?

