เงินเท่าเดิม แต่ทำไมซื้อของได้น้อยลง? เปิดเหตุผลที่ค่าครองชีพทำให้คนไทยเหนื่อยกว่าเดิม
เงินเท่าเดิม แต่ทำไมซื้อของได้น้อยลง? เปิดเหตุผลที่ค่าครองชีพทำให้คนไทยเหนื่อยกว่าเดิม
เคยไหมครับ? เมื่อก่อนพกเงินไปตลาดไม่กี่ร้อยบาท ก็ซื้อกับข้าวได้หลายอย่าง มีเงินเหลือซื้อขนมติดบ้าน แต่ทุกวันนี้เดินตลาดเพียงไม่กี่ร้าน เงินในกระเป๋าก็เริ่มหายไปอย่างรวดเร็ว ทั้งค่ากับข้าว ไข่ไก่ ผักสด เนื้อสัตว์ น้ำมันรถ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายจิปาถะอีกสารพัดอย่าง
ที่น่าคิดก็คือ สำหรับคนที่มีรายได้เท่าเดิม แต่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การใช้ชีวิตก็ยิ่งต้องระมัดระวังมากกว่าเดิม บางคนต้องลดการซื้อของที่ไม่จำเป็น บางคนต้องทำอาหารกินเองบ่อยขึ้น ขณะที่บางครอบครัวต้องตัดค่าใช้จ่ายบางอย่างออกไปเพื่อให้มีเงินเพียงพอถึงสิ้นเดือน
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึกของคนที่เดินตลาดแล้วเห็นราคาสินค้าเปลี่ยนไปเท่านั้น เพราะข้อมูลเศรษฐกิจของประเทศไทยก็สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันด้านราคาที่ประชาชนต้องเผชิญเช่นกัน
วันนี้เราจะมาคุยกันว่า ทำไมหลายคนจึงรู้สึกว่าเงินมีมูลค่าน้อยลง ทั้งที่รายได้อาจไม่ได้ลดลง และเราจะรับมือกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นได้อย่างไร
1. เงินเฟ้อคืออะไร ทำไมจึงเกี่ยวข้องกับเงินในกระเป๋าของเรา?
เงินเฟ้อ คือ ภาวะที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ส่งผลให้เงินจำนวนเท่าเดิมอาจซื้อสินค้าและบริการได้ไม่เท่าเดิม
ลองนึกภาพง่าย ๆ หากเราเคยใช้เงิน 100 บาทซื้ออาหารและเครื่องดื่มได้หลายอย่าง แต่เมื่อราคาสินค้าบางรายการเพิ่มขึ้น เราอาจต้องจ่ายเงินมากกว่าเดิมเพื่อซื้อของชุดเดิม หรือหากมีเงินอยู่เท่าเดิม ก็อาจต้องเลือกซื้อของให้น้อยลง
ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยในเดือนกันยายน 2569 เพิ่มขึ้น 2.82% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงกดดันสำคัญจากราคาพลังงานและปัจจัยด้านราคาอื่น ๆ
ตัวเลขนี้เป็นอัตราการเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาโดยรวม ไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกชนิดขึ้นราคา 2.82% เท่ากัน และไม่ได้หมายความว่าค่าใช้จ่ายของทุกครัวเรือนจะเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน
เพราะแต่ละครอบครัวมีรูปแบบการใช้จ่ายแตกต่างกัน บางบ้านใช้เงินกับอาหารเป็นสัดส่วนสูง บางบ้านมีภาระค่าเดินทางมาก ขณะที่บางคนต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลหรือค่าเช่าบ้านเป็นประจำ
ดังนั้น แม้จะเป็นช่วงเวลาเดียวกัน แต่แต่ละคนก็อาจรู้สึกถึงภาระค่าครองชีพไม่เท่ากันได้
2. ทำไมราคาอาหารจึงเป็นเรื่องที่คนจำนวนมากรู้สึกได้ทันที?
อาหารเป็นสิ่งที่เราต้องซื้ออยู่แทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร ไข่ไก่ หมู ไก่ ปลา ผัก ผลไม้ หรืออาหารสำเร็จรูป
เมื่อราคาวัตถุดิบเปลี่ยนแปลง ผู้บริโภคก็อาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคนและต้องซื้ออาหารในปริมาณมาก
นอกจากนี้ ราคาที่ผู้บริโภคจ่ายยังเกี่ยวข้องกับต้นทุนหลายอย่าง ไม่ใช่เฉพาะราคาที่เกษตรกรขายสินค้าได้เท่านั้น แต่ยังมีค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเช่าพื้นที่ ค่าพลังงาน และต้นทุนของร้านค้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ยกตัวอย่างเช่น หากต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการบางรายอาจต้องปรับราคาสินค้าหรือหาวิธีลดต้นทุนเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าแต่ละชนิดไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกันเสมอไป บางช่วงผักบางชนิดอาจแพงขึ้นเพราะสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ขณะที่สินค้าบางรายการอาจราคาลดลงเมื่อมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก
นี่จึงเป็นเหตุผลที่การติดตามราคาสินค้าจริงในตลาดควบคู่กับข้อมูลเศรษฐกิจจะช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์ได้ดีขึ้น
3. ราคาน้ำมันเกี่ยวอะไรกับค่ากับข้าวและค่าใช้จ่ายในบ้าน?
หลายคนอาจสงสัยว่า ราคาน้ำมันเกี่ยวข้องกับอาหารที่เราซื้อในตลาดอย่างไร ทั้งที่เราไม่ได้ใช้น้ำมันปรุงอาหารโดยตรง
คำตอบคือ น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นต้นทุนส่วนหนึ่งของการขนส่งสินค้า ตั้งแต่การนำผลผลิตจากฟาร์มหรือแหล่งผลิตไปยังตลาด การกระจายสินค้าไปยังร้านค้า ไปจนถึงการขนส่งอาหารสำเร็จรูปถึงผู้บริโภค
นอกจากนั้น พลังงานยังเกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต การเก็บรักษาสินค้า และการดำเนินธุรกิจหลายประเภทด้วย
หากต้นทุนพลังงานสูงขึ้นเป็นเวลานาน ก็อาจเพิ่มแรงกดดันให้ต้นทุนสินค้าและบริการบางประเภทปรับตัวสูงขึ้นตามมาได้ แต่ผลกระทบจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสินค้าแต่ละชนิด รวมถึงการแข่งขันและต้นทุนด้านอื่น ๆ
นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ราคาพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม เมื่อเราต้องการทำความเข้าใจว่าทำไมค่าครองชีพจึงเปลี่ยนแปลงไป
4. ปัญหาที่แท้จริงอาจไม่ใช่แค่ของแพง แต่เป็นรายได้ที่โตไม่ทันรายจ่าย
ลองเปรียบเทียบคนสองคนที่มีรายได้แตกต่างกัน
คนแรกมีรายได้ค่อนข้างสูง แม้ค่าอาหารและค่าเดินทางเพิ่มขึ้น ก็อาจยังพอปรับลดค่าใช้จ่ายอื่นได้
ส่วนอีกคนมีรายได้จำกัด ต้องรับผิดชอบค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายของสมาชิกในครอบครัว เมื่อรายจ่ายเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลต่อเงินที่เหลือใช้ในแต่ละเดือนได้มากกว่า
ประเด็นนี้ทำให้เห็นว่า การพูดถึงค่าครองชีพไม่ควรดูเพียงราคาสินค้า แต่ควรพิจารณารายได้ ภาระหนี้สิน และค่าใช้จ่ายจำเป็นของแต่ละครัวเรือนด้วย
หากรายได้เพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงหรือสูงกว่ารายจ่ายที่เพิ่มขึ้น คนคนนั้นอาจรับมือได้ดีขึ้น แต่หากรายได้คงที่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายจำเป็นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เงินสำหรับการออม การพักผ่อน หรือการเตรียมรับเหตุฉุกเฉินก็อาจลดน้อยลง
สำหรับคนที่มีรายได้ไม่แน่นอน เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า หรือเกษตรกร การวางแผนค่าใช้จ่ายก็ยิ่งมีความสำคัญ เพราะรายรับในแต่ละเดือนไม่ได้เท่ากันเสมอไป
5. คนธรรมดาจะรับมือกับค่าครองชีพอย่างไร?
แม้เราไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าทั้งหมดได้ แต่ยังมีวิธีบางอย่างที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้
หนึ่ง วางแผนซื้ออาหารก่อนออกจากบ้าน
ลองจดรายการของที่จำเป็นต้องซื้อ และตรวจสอบสิ่งที่มีอยู่แล้วในบ้าน วิธีนี้ช่วยลดการซื้อของซ้ำและลดโอกาสซื้อสินค้าเกินความจำเป็น
สอง เปรียบเทียบราคาก่อนซื้อ
สินค้าแบบเดียวกันอาจมีราคาแตกต่างกันระหว่างร้านหรือช่วงเวลา หากเป็นสินค้าที่เก็บรักษาได้นาน การเปรียบเทียบราคาต่อหน่วยจะช่วยให้เห็นว่าตัวเลือกใดคุ้มค่ากว่า
แต่ก็ควรระวังการซื้อจำนวนมากเพียงเพราะราคาต่อหน่วยถูกกว่า หากสุดท้ายใช้ไม่หมดจนต้องทิ้ง ก็อาจไม่ช่วยประหยัดเงินจริง
สาม ทำอาหารกินเองในวันที่สะดวก
สำหรับคนที่มีเวลา การทำอาหารเองอาจช่วยควบคุมงบประมาณได้ โดยเฉพาะเมื่อวางแผนใช้วัตถุดิบหลายมื้อให้คุ้มค่า อย่างไรก็ตาม ควรคำนวณต้นทุนทั้งหมดด้วย ทั้งวัตถุดิบ เครื่องปรุง และค่าเดินทางไปซื้อของ
สี่ ตรวจสอบรายจ่ายที่เกิดขึ้นเป็นประจำ
ลองทบทวนค่าสมาชิกแอปพลิเคชัน ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเทอร์เน็ต และบริการต่าง ๆ ว่ายังจำเป็นหรือไม่ การปรับลดรายจ่ายที่ไม่ค่อยได้ใช้อาจช่วยให้มีเงินเหลือเพิ่มขึ้นโดยไม่กระทบต่อสิ่งจำเป็นมากนัก
ห้า พยายามกันเงินสำรองตามกำลัง
หากมีรายได้เหลือ ควรทยอยกันเงินไว้สำหรับเหตุฉุกเฉิน แม้เริ่มจากจำนวนไม่มากก็ยังดีกว่าไม่มีเงินสำรองเลย แต่สำหรับคนที่กำลังมีรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่ายจำเป็น การจัดการรายจ่ายพื้นฐานและหาทางเพิ่มรายได้อาจต้องมาก่อน
สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรตำหนิตัวเองเพียงเพราะประหยัดเงินได้ไม่มาก เพราะแต่ละคนมีข้อจำกัดด้านรายได้และภาระครอบครัวไม่เหมือนกัน
6. แล้วในอนาคต ค่าครองชีพจะเป็นอย่างไร?
ทิศทางค่าครองชีพในอนาคตขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งราคาน้ำมัน สภาพอากาศ ผลผลิตทางการเกษตร ต้นทุนการขนส่ง ค่าแรง และสถานการณ์เศรษฐกิจโลก
หากต้นทุนบางอย่างลดลง ก็อาจช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านราคาได้ แต่หากเกิดปัญหาด้านพลังงานหรือผลผลิตอาหาร ก็อาจทำให้ราคาสินค้าบางประเภทเพิ่มขึ้นอีก
อีกเรื่องที่ควรทำความเข้าใจคือ แม้อัตราเงินเฟ้อจะลดลง ก็ไม่ได้หมายความว่าราคาสินค้าทุกชนิดจะกลับไปเท่ากับในอดีตเสมอไป เพราะอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงหมายถึงระดับราคากำลังเพิ่มขึ้นช้าลง หรืออาจลดลงในบางช่วงและบางหมวดสินค้า ขึ้นอยู่กับข้อมูลจริง
ดังนั้น การติดตามตัวเลขเงินเฟ้อควบคู่กับราคาสินค้าที่เราซื้อเป็นประจำ จึงเป็นวิธีที่ช่วยให้ประเมินสถานการณ์ทางการเงินของตัวเองได้เหมาะสมกว่าอาศัยความรู้สึกเพียงอย่างเดียว
สรุป: เงินเท่าเดิม แต่ชีวิตอาจต้องวางแผนมากกว่าเดิม
ปัญหาค่าครองชีพเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนแทบทุกวัย ตั้งแต่คนทำงานที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในครอบครัว ไปจนถึงผู้สูงอายุที่มีรายได้จำกัดหรือใช้เงินออมในการดำรงชีวิต
ข้อมูลเงินเฟ้อช่วยให้เราเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของราคาในภาพรวม แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการพิจารณารายได้และรายจ่ายจริงของแต่ละครัวเรือน เพราะสิ่งที่เป็นภาระหนักสำหรับคนหนึ่ง อาจไม่ใช่ปัญหาเดียวกันสำหรับอีกคนหนึ่ง
ท้ายที่สุดแล้ว การแก้ปัญหาค่าครองชีพไม่ได้ขึ้นอยู่กับการประหยัดของประชาชนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับโอกาสในการทำงาน รายได้ที่เหมาะสม การดูแลราคาสินค้า และมาตรการทางเศรษฐกิจที่ช่วยให้ประชาชนรับมือกับค่าใช้จ่ายจำเป็นได้ดีขึ้นด้วย
แล้วคุณผู้อ่านล่ะครับ รู้สึกหรือไม่ว่าเงินจำนวนเท่าเดิมในวันนี้ซื้อของได้น้อยกว่าเมื่อก่อน?
ทุกวันนี้ค่าใช้จ่ายอะไรที่ทำให้คุณรู้สึกหนักใจมากที่สุด ระหว่างค่าอาหาร ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายในครอบครัว?
ลองมาแบ่งปันประสบการณ์กันครับ เพราะเรื่องราวจากชีวิตจริงของแต่ละคนอาจช่วยให้เราเห็นภาพค่าครองชีพในสังคมไทยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
-
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ — รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค เดือนกันยายน 2569
https://tpso.go.th/document/2610-0000000006 -
ฐานข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคและเงินเฟ้อ — ตรวจสอบข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคของประเทศไทยและรายภาค
https://index.tpso.go.th/ -
The Nation Thailand — รายงานสถานการณ์เงินเฟ้อและค่าครองชีพของไทยในปี 2569
https://www.nationthailand.com/business/economy/40071848
#ค่าครองชีพ #ของแพง #เงินเฟ้อ #เศรษฐกิจไทย #วิธีประหยัดเงิน #Postjung
เขียนโดย sansanti
ไขปริศนาไม้บรรทัด ทำไมเลข 0 ไม่ชิดขอบ เผยเหตุผลที่หลายคนไม่เคยรู้
เบื้องหลังภาพยนตร์ระดับตำนาน "สะพานข้ามแม่น้ำแคว" ความจริงที่ทหารผ่านศึกเกลียดชัง กับประวัติศาสตร์ที่ถูกแต่งขึ้นใหม่
Hiroshi Tsuchida นักแสดงผู้รับบท Ninja Blue จาก Kakuranger เสียชีวิตในวัย 54 ปี
รวมแนวทางเลขสัตว์นำโชค (เสือตกถังพลังเงินดี ม้าวิ่ง ม้าสีหมอก และนกตาทิพย์) วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
หมึกยักษ์มีหัวใจ 3 ดวง เลือดสีน้ำเงิน และหัวใจดวงหลักหยุดเต้นทุกครั้งที่ว่ายน้ำ
เปิดแนวทางเลขมงคล หมอปลาย พรายกระซิบ ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เลขปิงปอง "น้องเพชรกล้า เด็กชายนำโชค" 1 พฤศจิกายน 69
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง
หวยมหาอุด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขเด่น 4–7–8 ชี้ 7 ครบ 15 ชุดเลข 2 ตัว 6 ชุดเลข 3 ตัว พร้อมเลขระวังเบิ้ล 44–77–88
แม่นมาก ขั้นเทพ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่น พร้อมชุด 2 ตัวและเจาะรูปแบบเลขเบิ้ล
จังหวัดไทยที่มีทั้งภูเขา ทะเล และชายแดน มีที่ไหนบ้าง?
ตำนานรักซามูไร Oda Nobunaga กับ Mori Ranmaru
เบื้องหลังภาพยนตร์ระดับตำนาน "สะพานข้ามแม่น้ำแคว" ความจริงที่ทหารผ่านศึกเกลียดชัง กับประวัติศาสตร์ที่ถูกแต่งขึ้นใหม่
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 พฤศจิกายน
หมึกยักษ์มีหัวใจ 3 ดวง เลือดสีน้ำเงิน และหัวใจดวงหลักหยุดเต้นทุกครั้งที่ว่ายน้ำ
Hiroshi Tsuchida นักแสดงผู้รับบท Ninja Blue จาก Kakuranger เสียชีวิตในวัย 54 ปี
แม่นมาก ขั้นเทพ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่น พร้อมชุด 2 ตัวและเจาะรูปแบบเลขเบิ้ล
ราคาทองคำวันนี้ 23 ต.ค. 2569 ร่วงแรง 1,350 บาท! คนรอซื้อทองจับตา แบบนี้ควรซื้อเลยหรือรอดูก่อน?
ผัดกะเพราจานธรรมดาที่ไม่ธรรมดา! ทำไมเมนูนี้ถึงครองใจคนไทย กินได้ทุกวันไม่มีเบื่อ
คนไทยใช้เทคโนโลยีเก่งขึ้น แต่ทำไมยังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์? รู้ทันกลโกงก่อนเงินในบัญชีหาย
ดราม่าสนั่น! เอกชนจดทะเบียนคุ้มครองกะเพรา 4 สายพันธุ์ คนไทยปลูกกินเองได้ แต่เรื่องนี้มีอะไรที่ต้องรู้?


