หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ธุรกิจมั่นคง รายได้ดี แต่ทำไมธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อ? เรื่องที่เจ้าของกิจการควรรู้

เขียนโดย easycashflows

เงินเข้าบัญชีเดือนละล้าน แต่ทำไมธนาคารอาจมองว่ารายได้ไม่ถึงล้าน?

ยอดเงินที่ปรากฏใน Statement อาจไม่ได้สะท้อนรายได้ที่แท้จริงของกิจการทั้งหมด และนี่คือเรื่องที่เจ้าของธุรกิจควรตรวจสอบก่อนยื่นขอสินเชื่อ

สมมติว่ากิจการแห่งหนึ่งมีเงินเข้าบัญชีธนาคารรวมเดือนละ 1.2 ล้านบาท เจ้าของกิจการอาจเข้าใจว่าตนเองมีรายได้มากพอสำหรับการขอสินเชื่อ SME แต่เมื่อสถาบันการเงินตรวจสอบรายละเอียดกลับพบว่า เงินบางส่วนไม่ได้เกิดจากการจำหน่ายสินค้าหรือการให้บริการ

เหตุใดเงินที่เข้าบัญชีจริงจึงอาจไม่ถูกนำมาพิจารณาเป็นรายได้ทั้งหมด?

คำตอบอยู่ที่ความแตกต่างระหว่าง ยอดเงินเข้าบัญชี รายได้จากการดำเนินธุรกิจ และกระแสเงินสดที่เหลือสำหรับชำระหนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลคนละประเภท แม้จะเกี่ยวข้องกันก็ตาม

1. เงินเข้าบัญชีไม่ได้หมายความว่าเป็นรายได้จากการขายเสมอไป

รายการเดินบัญชีธนาคาร หรือ Statement เป็นหลักฐานแสดงความเคลื่อนไหวทางการเงิน แต่ไม่ได้บอกวัตถุประสงค์ของเงินแต่ละรายการอย่างครบถ้วน

ตัวอย่างเช่น บริษัทแห่งหนึ่งได้รับเงินจากลูกค้า 200,000 บาท และในวันเดียวกันกรรมการบริษัทโอนเงินส่วนตัวเข้ามาอีก 100,000 บาท

Statement จะแสดงเงินเข้ารวม 300,000 บาท แต่หากพิจารณาเฉพาะรายการรับชำระจากลูกค้า จะมีเพียง 200,000 บาทเท่านั้น ส่วนอีก 100,000 บาทต้องจำแนกตามข้อเท็จจริงว่าเป็นเงินเพิ่มทุน เงินยืมกรรมการ หรือเงินประเภทอื่น

การนำยอดเงินเข้าทั้งหมดมารวมเป็นยอดขายจึงอาจทำให้ประเมินขนาดธุรกิจสูงกว่าความเป็นจริง

นอกจากนี้ รายได้ทางบัญชีกับเงินสดที่ได้รับในแต่ละเดือนก็อาจไม่เท่ากัน เช่น กิจการขายสินค้าและให้เครดิตลูกค้า 45 วัน แม้มีรายได้เกิดขึ้นตามหลักการบัญชีแล้ว แต่เงินสดอาจยังไม่เข้าบัญชีในเดือนเดียวกัน

2. เงินเข้า 4 ประเภทที่ควรแยกให้ชัดเจน

รายการเงินเข้าที่พบได้ในกิจการ SME สามารถแบ่งเพื่อใช้ตรวจสอบเบื้องต้นได้ดังนี้

ประเภทที่หนึ่ง: เงินรับชำระจากลูกค้า

ได้แก่ เงินจากการขายสินค้า ค่าบริการ ค่างวดงาน หรือเงินที่ลูกค้าชำระตามใบแจ้งหนี้

เงินประเภทนี้สามารถนำไปประกอบการประเมินรายได้ของกิจการได้ แต่ยังต้องตรวจสอบความสอดคล้องกับเอกสารการค้าและลักษณะรายการ เช่น เงินรับล่วงหน้า หรือภาษีมูลค่าเพิ่มที่รวมอยู่ในยอดรับ

ประเภทที่สอง: เงินโอนระหว่างบัญชีของกิจการเดียวกัน

ตัวอย่างเช่น บริษัทโอนเงินจากบัญชีธนาคารแห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่งเพื่อเตรียมจ่ายค่าสินค้า

หากนำยอดเงินเข้าของทั้งสองบัญชีมารวมกันโดยไม่ตัดรายการโอนระหว่างบัญชี อาจเกิดการนับเงินก้อนเดียวกันซ้ำสองครั้ง

ประเภทที่สาม: เงินที่เจ้าของกิจการนำเข้ามาเพิ่มเติม

ผู้ประกอบการบางรายใช้เงินส่วนตัวสนับสนุนการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าหรือรอรับชำระจากลูกค้า

เงินดังกล่าวช่วยเพิ่มสภาพคล่องได้ แต่ไม่ได้หมายความว่ากิจการมียอดขายเพิ่มขึ้น

ประเภทที่สี่: เงินรับคืนหรือรายการปรับปรุงทางการเงิน

เช่น เงินมัดจำที่ได้รับคืน เงินคืนจากผู้ขาย หรือเงินที่โอนกลับจากรายการธุรกรรมเดิม

รายการเหล่านี้อาจทำให้ยอดเงินเข้าบัญชีสูงขึ้น แต่ต้องพิจารณาว่าเป็นรายได้จริงหรือเป็นเพียงการรับเงินคืน

3. ตัวอย่างจำลอง: Statement มีเงินเข้า 1.2 ล้านบาท แต่เงินจากลูกค้ามีเพียง 720,000 บาท

เพื่อให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ลองพิจารณาธุรกิจจำหน่ายวัสดุและอุปกรณ์ให้ลูกค้าองค์กรแห่งหนึ่ง

กิจการมีรายการเงินเข้าบัญชีในหนึ่งเดือนรวม 1,200,000 บาท เมื่อตรวจสอบรายละเอียด พบว่าแบ่งได้ดังนี้

ยอดเงินเข้ารวม 1,200,000 บาท จึงไม่ได้หมายความว่ามียอดขาย 1,200,000 บาท

จำนวน 720,000 บาทเป็นส่วนที่สัมพันธ์กับการรับชำระจากลูกค้า แต่ยังต้องตรวจสอบกับใบแจ้งหนี้และเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนสรุปเป็นรายได้ทางบัญชี

จากนั้นสมมติว่ากิจการมีค่าใช้จ่ายในเดือนเดียวกัน ได้แก่

เงินรับจากลูกค้า 720,000 บาท เมื่อหักรายการข้างต้นจะเหลือเพียง 50,000 บาท ก่อนพิจารณาภาษี ค่าใช้จ่ายอื่น และความแตกต่างของรอบรับจ่ายเงิน

ตัวเลขทั้งหมดเป็นกรณีศึกษาสมมติ ไม่ใช่ผลการอนุมัติของธนาคาร และยอดคงเหลือดังกล่าวยังไม่ใช่กระแสเงินสดสุทธิที่สามารถใช้ชำระหนี้ใหม่ได้โดยอัตโนมัติ

กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า กิจการอาจมีเงินผ่านบัญชีจำนวนมาก แต่ความสามารถในการรองรับภาระหนี้เพิ่มเติมอาจไม่ได้สูงตามยอดเงินเข้ารวม

4. เงินเข้าแล้วออกทันที ผิดปกติเสมอไปหรือไม่?

ไม่เสมอไป

ธุรกิจบางประเภทมีลักษณะรับเงินจากลูกค้าแล้วต้องชำระค่าวัตถุดิบหรือค่าจ้างผู้รับเหมาช่วงทันที ซึ่งเป็นรายการตามปกติของการดำเนินงาน

ตัวอย่างเช่น บริษัทรับงานติดตั้งระบบไฟฟ้าได้รับเงินตามงวดงาน 500,000 บาท และต้องจ่ายค่าวัสดุรวมถึงผู้รับเหมาช่วง 350,000 บาทภายในวันถัดไป

หากมีสัญญาจ้าง เอกสารส่งมอบงาน ใบแจ้งหนี้ และหลักฐานค่าใช้จ่ายรองรับ ก็สามารถอธิบายเหตุผลของเงินเข้าและเงินออกได้

ในทางตรงกันข้าม หากมีรายการเงินเข้าออกจำนวนมากจากบัญชีเดิมซ้ำ ๆ โดยไม่สามารถเชื่อมโยงกับธุรกรรมทางการค้า ผู้พิจารณาสินเชื่ออาจต้องขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อระบุที่มาของเงิน

ดังนั้น ระยะเวลาที่เงินคงอยู่ในบัญชีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าธุรกรรมนั้นผิดปกติหรือไม่

5. ไม่มีใบกำกับภาษี VAT แสดงว่าพิสูจน์รายได้ไม่ได้จริงหรือ?

เป็นอีกประเด็นที่ไม่ควรสรุปเร็วเกินไป

กิจการบางประเภทได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือยังไม่มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

กิจการเหล่านี้ยังสามารถมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจจริงได้

สิ่งสำคัญคือการมีหลักฐานที่สัมพันธ์กัน เช่น สัญญาซื้อขาย ใบเสร็จรับเงิน รายงานยอดขายจากระบบหน้าร้าน หลักฐานการส่งมอบสินค้า หรือประวัติการรับชำระจากลูกค้า

ขณะเดียวกัน การมีใบกำกับภาษีเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ยืนยันว่ารายการนั้นจะถูกนำมาพิจารณาเป็นรายได้ทั้งหมด เพราะยังต้องตรวจสอบการเกิดรายการค้าและข้อมูลทางการเงินอื่นประกอบ

6. วิธีตรวจสอบ Statement ด้วยตนเองก่อนยื่นสินเชื่อ SME

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการทราบว่าเงินเข้าบัญชีของกิจการสะท้อนรายได้จริงเพียงใด สามารถเริ่มต้นด้วยวิธีง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

ขั้นแรก แยกรายการรับเงินออกเป็นกลุ่ม

จัดทำรายการเงินเข้าย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน โดยแยกเงินจากลูกค้า เงินโอนระหว่างบัญชี เงินจากเจ้าของกิจการ และเงินรับคืนออกจากกัน

ขั้นที่สอง ตรวจสอบเงินเข้าก้อนใหญ่

เลือกเงินเข้าที่มีมูลค่าสูงหรือเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แล้วตรวจสอบว่าสามารถระบุชื่อลูกค้า เลขที่เอกสาร และเหตุผลของการรับเงินได้หรือไม่

ขั้นที่สาม เปรียบเทียบเงินรับกับค่าใช้จ่ายจริง

ตรวจสอบต้นทุนสินค้า ค่าแรง ค่าเช่า ค่าขนส่ง ภาษี และภาระหนี้เดิม เพื่อประเมินเงินสดที่กิจการต้องใช้ในแต่ละเดือน

ขั้นที่สี่ ตรวจสอบเดือนที่รายรับต่ำกว่าปกติ

ไม่ควรพิจารณาเฉพาะเดือนที่ยอดขายสูงที่สุด ควรตรวจสอบด้วยว่าในช่วงที่ลูกค้าชำระเงินล่าช้าหรือยอดขายลดลง กิจการยังสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายประจำได้หรือไม่

การจัดข้อมูลลักษณะนี้ไม่ได้รับประกันผลการอนุมัติสินเชื่อ แต่ช่วยให้เจ้าของกิจการเข้าใจฐานะทางการเงินของตนเอง และเตรียมคำอธิบายประกอบเอกสารได้อย่างเป็นระบบ

7. สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญ

ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพิจารณาสินเชื่อว่า สถาบันการเงินใช้ปัจจัยหลายด้านประกอบกัน โดยเฉพาะความสามารถในการชำระหนี้ รายได้ ภาระหนี้เดิม และวัตถุประสงค์ของการใช้เงิน

นอกจากนี้ รายงานศึกษาผู้ประกอบการรายย่อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของธนาคารแห่งประเทศไทย ยังกล่าวถึงกรณีผู้ประกอบการที่ได้รับคำแนะนำให้จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายและเก็บหลักฐานการซื้อขายต่อเนื่อง 6 เดือน ก่อนนำข้อมูลมาประเมินวงเงินให้สอดคล้องกับศักยภาพของธุรกิจ

สาระสำคัญจึงไม่ใช่การทำให้ยอดเงินเข้าบัญชีสูงที่สุด แต่เป็นการมีข้อมูลที่ตรวจสอบได้และสะท้อนความสามารถทางการเงินจริง

สรุป: อย่าดูเพียงตัวเลขรวมท้าย Statement

ยอดเงินเข้าบัญชีจำนวนมากอาจสะท้อนว่ากิจการมีธุรกรรมทางการเงินต่อเนื่อง แต่การพิจารณาว่ากิจการมีรายได้เท่าใด ยังจำเป็นต้องแยกแหล่งที่มาของเงิน ตรวจสอบเอกสารการค้า และประเมินค่าใช้จ่ายร่วมด้วย

สำหรับเจ้าของธุรกิจ การรู้ว่าเงินแต่ละรายการมาจากที่ใดและมีวัตถุประสงค์อะไร จึงมีประโยชน์มากกว่าการทราบเพียงยอดรวมที่ปรากฏในบัญชีธนาคาร

เพราะท้ายที่สุด ยอดเงินที่ผ่านบัญชี กับเงินที่กิจการสามารถนำมาใช้ได้จริง อาจแตกต่างกันอย่างมาก

หมายเหตุ: กรณีศึกษาและตัวเลขในบทความเป็นสถานการณ์จำลองเพื่ออธิบายหลักการทางการเงิน ไม่ใช่ข้อมูลลูกค้าจริงหรือผลการพิจารณาของสถาบันการเงินแห่งใด

แหล่งข้อมูลและอ้างอิง
แหล่งที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย – สิ่งที่ควรรู้ก่อนขอสินเชื่อและหลักเกณฑ์การพิจารณาความสามารถชำระหนี้

อ้างอิง: https://www.bot.or.th/th/satang-story/managing-debt/before-loan.html

แหล่งที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย – รายงานศึกษา “เสริม Micro SMEs อีสาน สร้างรากฐานสู่ความยั่งยืน”

อ้างอิง: https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/research/regional/reg-research-2025-05.html

แหล่งที่มา: EasyCashflows – บทวิเคราะห์เรื่อง Statement ธุรกิจและการพิจารณาสินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

อ้างอิง: https://www.easycashflows.com/knowledge/บทความเดอนสงหาคม/how-lenders-review-statement-unsecured-sme-loan
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
easycashflows's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10 ครั้ง
เขียนโดย easycashflows
เขียนโดย : ชุฑามาศ พูลสวัสดิ์ อดีต Credit Analyst เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์งบการเงินและกระแสเงินสดเพื่อการขอสินเชื่อธุรกิจ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สนามบินสุวรรณภูมิใหญ่แค่ไหน? เปิดพื้นที่อาคารผู้โดยสารกว่า 563,000 ตารางเมตรอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทยเลข บอล.ชุปเปอร์บอล งวด 16 ต.ค 69จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดไขข้อสงสัย ปลั๊กไฟ 3 ตา กับ 2 ตา ต่างกันอย่างไร ทำไมเครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดต้องมี 3 ขา?สาเหตุที่ทั่วโลกเลือกใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลประเทศที่ยังไม่มี 7-Eleven มีที่ไหนบ้าง?จังหวัดที่มีค่าใช้จ่ายครัวเรือนสูงที่สุด ในประเทศไทยจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียว4 นิสัยชาร์จแบตมือถือผิดๆ ที่ทำแบตพังโดยไม่รู้ตัวรีวิวหนังดัง The King's Man กำเนิดโคตรพยัคฆ์คิงส์แมนสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
โรงแรมสุดหรูหราในไทย ที่คนไทยทั่วไปแทบไม่มีโอกาสได้เข้าพักจังหวัดที่มีค่าใช้จ่ายครัวเรือนสูงที่สุด ในประเทศไทยสาเหตุที่ทั่วโลกเลือกใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลสนามบินสุวรรณภูมิใหญ่แค่ไหน? เปิดพื้นที่อาคารผู้โดยสารกว่า 563,000 ตารางเมตรรีวิวหนังดัง The King's Man กำเนิดโคตรพยัคฆ์คิงส์แมนหมอกควันหนาทึบปกคลุมสิงคโปร์! รัฐบาลเปิดตัวโครงการให้เงินอุดหนุนส่วนลดค่ารักษาพยาบาล
กระทู้อื่นๆในบอร์ด การเงิน สินเชื่อ
รีไฟแนนซ์หนี้เดิม แล้วได้เงินเพิ่มกลับมาได้อย่างไร? รู้จัก Cash Out สำหรับธุรกิจเรื่องที่เจอจากงานสินเชื่อ: กิจการใหญ่ เงินเข้าหลายล้าน แต่สุดท้ายไม่ผ่าน เพราะธนาคารไล่ดูว่า “ใครเป็นคนโอนเงิน”ทำไมธนาคารอนุมัติวงเงินไม่เท่าที่ขอ? เพราะเขาดูความสามารถจ่ายคืน ไม่ใช่ความต้องการสินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ดีตรงไหน และต้องระวังอะไรบ้างก่อนยื่นจริง
ตั้งกระทู้ใหม่