หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

อดอาหาร 7 วัน ร่างกายเปลี่ยนอะไรบ้าง ? เมื่อไม่มีอาหาร ร่างกายเอาพลังงานจากไหนมาใช้

เขียนโดย Wisdom Insight

การ “อดอาหาร” (Fasting) กลายเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ลดไขมันหรือสนใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงของระบบเผาผลาญร่างกาย แต่การอดอาหาร 7 วันเต็มแตกต่างจากการทำ Intermittent Fasting ที่พบได้ทั่วไปอย่างมาก เพราะการอดอาหารเป็นเวลาหลายวันหมายถึงร่างกายต้องปรับตัวครั้งใหญ่ จากเดิมที่ได้รับพลังงานจากอาหารเป็นประจำไปสู่การดึงพลังงานสำรองออกมาใช้

คำถามที่น่าสนใจคือ ถ้าเราไม่กินอาหารเป็นเวลา 7 วัน ร่างกายจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ? น้ำหนักที่ลดลงมาจากไขมันทั้งหมดหรือไม่ ? กล้ามเนื้อจะหายไปด้วยหรือเปล่า ? และร่างกายสามารถอยู่ได้อย่างไรโดยไม่มีอาหาร ?

งานวิจัยในมนุษย์ช่วยให้เราเห็นภาพกระบวนการเหล่านี้ได้ชัดเจนขึ้น แต่ก็ต้องย้ำตั้งแต่ต้นว่า การอดอาหาร 7 วันไม่ใช่สิ่งที่ควรทดลองด้วยตัวเอง เพราะมีความเสี่ยงและแตกต่างจากการอดอาหารเป็นช่วงสั้นๆอย่างมาก

▪️ร่างกายไม่ได้หยุดทำงานเมื่อเราไม่กินอาหาร

เมื่อเรารับประทานอาหาร ร่างกายจะได้รับกลูโคส และสารอาหารต่างๆ ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที ฮอร์โมนอินซูลินมีบทบาทสำคัญในการจัดการกลูโคส รวมถึงช่วยส่งเสริมการเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ในรูปของไกลโคเจน และไขมัน แต่เมื่อไม่มีอาหารเข้ามา ระดับอินซูลินจะลดลง และร่างกายเริ่มเปลี่ยนวิธีจัดการพลังงาน

ช่วงแรก ร่างกายยังมีพลังงานสำรองในรูปของไกลโคเจน โดยเฉพาะในตับ และกล้ามเนื้อ เมื่อเวลาผ่านไป และไกลโคเจนลดลง ร่างกายจะเพิ่มการดึงไขมันออกมาใช้ จากนั้นตับจะเปลี่ยนกรดไขมันบางส่วนให้กลายเป็นคีโตน ซึ่งสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานของอวัยวะต่างๆ รวมถึงสมองได้มากขึ้นในช่วงที่อดอาหารเป็นเวลานาน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมร่างกายมนุษย์จึงสามารถอยู่รอดในช่วงที่ไม่มีอาหารได้ระยะหนึ่ง

▪️ช่วง 1 วันแรก ร่างกายยังพึ่งพาพลังงานจากอาหาร และไกลโคเจน

ในช่วงแรกหลังรับประทานอาหารมื้อสุดท้าย ร่างกายยังคงใช้กลูโคส และพลังงานสำรองที่มีอยู่ เมื่อเวลาผ่านไป อินซูลินจะลดลง และร่างกายเริ่มเพิ่มการใช้ไขมัน ตับจะเริ่มปล่อยกลูโคสจากไกลโคเจน เพื่อช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดที่ถือเป็นกลไกสำคัญ เพราะแม้เราจะไม่ได้กินอาหาร แต่ร่างกายก็ยังต้องรักษาระดับกลูโคสในเลือด เพื่อให้อวัยวะต่างๆทำงานได้

วันที่ 2–3 ร่างกายเริ่มเปลี่ยนแหล่งพลังงานอย่างชัดเจน เมื่อการอดอาหารดำเนินต่อไป ไกลโคเจนในตับลดลงมากขึ้น ร่างกายจึงต้องพึ่งพาการสร้างกลูโคสใหม่หรือ Gluconeogenesis รวมถึงการใช้ไขมันเพิ่มขึ้น กรดไขมันที่ถูกปล่อยออกมาจากเนื้อเยื่อไขมันจะเดินทางไปยังตับ และถูกนำไปใช้สร้างคีโตน ระดับคีโตนในเลือดจึงเพิ่มขึ้น

งานวิจัยที่ศึกษาการอดอาหาร 7 วันพบว่า การเปลี่ยนแปลงในระดับระบบของร่างกายเริ่มเห็นได้ชัดหลังประมาณ 3 วันของการจำกัดพลังงานอย่างสมบูรณ์ โดยมีการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนในเลือดจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับหลายระบบของร่างกาย ซึ่งเป็นจุดที่น่าสนใจ เพราะร่างกายไม่ได้เพียง “เผาผลาญไขมันมากขึ้น” แต่กำลังปรับระบบการใช้พลังงานในหลายระดับ

วันที่ 4–7 ร่างกายเข้าสู่ภาวะที่ใช้ไขมัน และคีโตนมากขึ้น เมื่ออดอาหารต่อเนื่องหลายวัน การใช้ไขมันจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

การศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Nature Communications ในปี 2025 ให้ผู้เข้าร่วม 13 คนอดอาหารเป็นเวลา 7 วัน และพบว่าร่างกายเปลี่ยนไปใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงานมากขึ้น ขณะที่การใช้คาร์โบไฮเดรตระหว่างการออกกำลังกายลดลงอย่างมาก 

หลังอดอาหารประมาณ 5 วัน สัดส่วนพลังงานขณะพักที่มาจากการเผาผลาญไขมันเพิ่มขึ้นจากประมาณ 37% เป็น 73% ในการศึกษานี้ ขณะที่สัดส่วนจากคาร์โบไฮเดรตลดลงจากประมาณ 53% เหลือ 19%  พูดง่ายๆคือ เมื่ออาหารหายไป ร่างกายค่อยๆเปลี่ยนจาก “ใช้พลังงานที่เพิ่งกิน” ไปเป็น “ใช้พลังงานสำรอง”

▪️น้ำหนักลดลงเท่าไร ?

ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในคำถามที่หลายคนสนใจที่สุด งานวิจัย 7 วันดังกล่าวพบว่า ผู้เข้าร่วมสูญเสียน้ำหนัก และมวลร่างกายจำนวนหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญมากคือ น้ำหนักที่ลดลงไม่ได้หมายถึงไขมันทั้งหมด

ในการศึกษานี้ ผู้เข้าร่วม 13 คนสูญเสียมวลไร้ไขมันเฉลี่ยประมาณ 4.6 กิโลกรัม และไขมันประมาณ 1.4 กิโลกรัมตลอดช่วงการอดอาหาร ตัวเลขนี้ไม่ควรนำไปใช้คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นกับทุกคน เพราะเป็นการศึกษาขนาดเล็ก และมีลักษณะเฉพาะ แต่สิ่งที่งานวิจัยแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนคือ การอดอาหารหลายวันสามารถทำให้น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้หมายความว่าไขมันในร่างกายลดลงทั้งหมด น้ำในร่างกาย ไกลโคเจน และมวลเนื้อเยื่อที่ไม่ใช่ไขมันก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

▪️กล้ามเนื้อหายไปหรือไม่ ?

คำตอบคือ มีการสูญเสียมวลไร้ไขมันเกิดขึ้นได้  ถือเป็นหนึ่งในข้อควรระวังสำคัญของการอดอาหารหลายวัน งานทบทวนเกี่ยวกับ Prolonged Water Fasting ที่รวบรวมการศึกษามนุษย์พบว่า การอดอาหารประมาณ 5–20 วันทำให้น้ำหนักลดลงประมาณ 2–10% ในงานที่ถูกรวบรวม และโดยเฉลี่ยประมาณสองในสามของน้ำหนักที่ลดลงเป็นมวลไร้ไขมัน ขณะที่ประมาณหนึ่งในสามเป็นไขมัน

อย่างไรก็ตาม “มวลไร้ไขมัน” ไม่ได้เท่ากับ “กล้ามเนื้อที่หายไปทั้งหมด” เพราะยังรวมถึงน้ำ ไกลโคเจน และองค์ประกอบอื่นๆของร่างกายด้วย จึงไม่ควรนำตัวเลขดังกล่าวไปตีความว่า ร่างกายสูญเสียกล้ามเนื้อในปริมาณเดียวกันทั้งหมด เรื่องที่น่าสนใจคือแรงกล้ามเนื้ออาจไม่ได้ลดลงทันที

การศึกษาการอดอาหาร 7 วันใน Nature Communications พบว่า แม้ผู้เข้าร่วมจะสูญเสียมวลไร้ไขมัน แต่แรงกล้ามเนื้อขาสูงสุดยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงเดิม แต่ไม่ได้หมายความว่าร่างกายทำงานได้เหมือนเดิมทุกด้าน

นักวิจัยพบว่า VO₂peak หรือความสามารถในการใช้ออกซิเจนสูงสุดลดลงประมาณ 13% และความสามารถในการออกกำลังกายแบบใช้ความเข้มข้นสูงลดลงประมาณ 10–15% ดังนั้น “ยังมีแรง” ไม่ได้แปลว่า “สมรรถภาพร่างกายยังเท่าเดิม” จุดนี้เป็นข้อแตกต่างที่น่าสนใจมาก

▪️สมองใช้อะไรเมื่อไม่มีน้ำตาลจากอาหาร ?

สมองต้องการพลังงานอย่างต่อเนื่อง ในภาวะปกติ กลูโคสเป็นเชื้อเพลิงสำคัญของสมอง แต่เมื่ออดอาหารนานขึ้น ตับจะสร้างคีโตนจากไขมันมากขึ้น และสมองสามารถใช้คีโตนเป็นแหล่งพลังงานเพิ่มขึ้นได้ ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ทำให้มนุษย์สามารถรับมือกับช่วงเวลาที่ไม่มีอาหารได้

อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่ภาวะคีโตซิสจากการอดอาหารไม่ควรถูกนำไปเปรียบเทียบกับภาวะ Diabetic Ketoacidosis ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่แตกต่างกัน

▪️น้ำตาลในเลือดจะต่ำมากหรือไม่ ?

ร่างกายมีกลไกหลายอย่างเพื่อพยายามรักษาระดับกลูโคสในเลือด เมื่อไกลโคเจนลดลง ร่างกายสามารถสร้างกลูโคสใหม่จากสารตั้งต้นบางชนิด รวมถึงกรดอะมิโน และกลีเซอรอล แต่ระดับกลูโคสในเลือดก็สามารถลดลงได้ระหว่างการอดอาหาร

การศึกษาการอดอาหาร 7 วันพบว่า ระดับกลูโคสขณะพักลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปลายของการอดอาหาร สำหรับคนที่มีโรคบางอย่างหรือใช้ยาที่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด เรื่องนี้อาจมีความสำคัญมากกว่าคนทั่วไป ความดันโลหิตอาจลดลง

งานวิจัยเกี่ยวกับ Prolonged Fasting พบว่า ความดันโลหิตมีแนวโน้มลดลงในช่วงการอดอาหารหลายวัน ในการศึกษาการอดอาหาร 7 วัน ความดันตัวบน และตัวล่างลดลงหลังการอดอาหารหลายวัน

งานทบทวนการศึกษาการอดอาหารเป็นเวลาหลายวันก็พบแนวโน้มของความดันโลหิตที่ลดลงเช่นกัน แต่การที่ตัวเลขความดันลดลงไม่ได้หมายความว่า “ยิ่งต่ำยิ่งดี”  ในบางคนอาจเกิดอาการเวียนศีรษะ หน้ามืดหรือทนต่อการเปลี่ยนท่าทางได้แย่ลง โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของนํ้า และเกลือแร่ร่วมด้วย อาการที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการอดอาหารหลายวัน การศึกษาการอดอาหารแบบ Prolonged Fasting พบอาการไม่พึงประสงค์ได้หลายชนิด เช่น

ในบางกรณีมีรายงานความผิดปกติของเกลือแร่ ภาวะกรดเกินจากเมตาบอลิซึม และปัญหาอื่นๆด้วย 

งานศึกษาการอดอาหารแบบน้ำภายใต้การดูแลทางการแพทย์ก็พบว่า อาการไม่พึงประสงค์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อระยะเวลาการอดอาหารยาวขึ้น ดังนั้น คำว่า “ร่างกายสามารถอยู่ได้โดยไม่มีอาหารหลายวัน” ไม่ได้แปลว่า “การทำเช่นนั้นปลอดภัยสำหรับทุกคน”

▪️ Autophagy ?

เมื่อพูดถึงการอดอาหาร หลายคนมักพูดถึงคำว่า Autophagy หรือกระบวนการที่เซลล์นำส่วนประกอบบางอย่างที่เสื่อมสภาพกลับมาใช้หรือกำจัดออก กระบวนการนี้มีอยู่จริง และเกี่ยวข้องกับการรักษาสมดุลภายในเซลล์ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ เราไม่ควรสรุปง่ายๆว่า

“อดอาหาร 7 วัน = ล้างเซลล์เสียทั้งหมด”

หลักฐานเกี่ยวกับ Autophagy ในมนุษย์ยังซับซ้อนกว่าคำอธิบายบนโซเชียลมีเดียมาก และการศึกษาจำนวนมากยังอยู่ในระดับเซลล์หรือสัตว์ทดลอง ดังนั้น คำกล่าวว่า “ต้องอด 24, 48 หรือ 72 ชั่วโมงจึงจะเปิด Autophagy อย่างเต็มที่” ไม่ควรนำเสนอเป็นตัวเลขตายตัวสำหรับมนุษย์ทุกคน

▪️อดอาหาร 7 วันช่วยให้อายุยืนหรือไม่ ?

ตรงนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ การศึกษาหลายชนิดเกี่ยวกับการจำกัดพลังงาน และ Fasting พบกลไกที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Metabolism, Cellular Stress และการทำงานของเซลล์ แต่หลักฐานในมนุษย์ยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าการอดอาหาร 7 วันทำให้อายุยืนขึ้น ดังนั้น ควรแยกคำว่า “พบการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพ” ออกจาก “พิสูจน์แล้วว่าทำให้สุขภาพดีขึ้นหรืออายุยืน” เพราะสองสิ่งนี้ไม่เหมือนกัน

▪️สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอาจไม่ใช่ “น้ำหนักลด”

การศึกษาการอดอาหาร 7 วันทำให้เราเห็นภาพที่น่าสนใจเกี่ยวกับความสามารถในการปรับตัวของร่างกาย เมื่อไม่มีอาหาร ร่างกายไม่ได้หยุดทำงาน แต่กลับปรับระบบการใช้พลังงานครั้งใหญ่ จากการใช้กลูโคส และไกลโคเจนมากขึ้นไปสู่การดึงไขมันมาใช้ และเพิ่มการผลิตคีโตน ขณะเดียวกันก็ลดการพึ่งพาคาร์โบไฮเดรตในระหว่างการออกกำลังกาย จุดนี้คือหนึ่งในกลไกที่ทำให้มนุษย์สามารถอยู่รอดในช่วงเวลาที่อาหารขาดแคลนได้ แต่ความสามารถในการปรับตัวของร่างกายไม่ได้หมายความว่าเราควรบังคับให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะดังกล่าว เพื่อหวังผลด้านสุขภาพโดยไม่ประเมินความเสี่ยง

▪️ใครบ้างที่ไม่ควรลองอดอาหารหลายวันเอง ?

การอดอาหารเป็นเวลาหลายวันไม่ควรนำไปทดลองด้วยตัวเอง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ใช้ยาบางชนิด ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีประวัติความผิดปกติในการกิน มีน้ำหนักตัวต่ำหรือมีปัญหาเกี่ยวกับระดับน้ำตาล และความดันโลหิต หากต้องการทำ Prolonged Fasting จริง ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน เพราะการอดอาหารหลายวันแตกต่างจากการเว้นอาหารข้ามคืนหรือการทำ Intermittent Fasting อย่างมาก ที่สำคัญไม่แพ้ช่วงอดอาหารคือ “ช่วงกลับมากิน” อีกประเด็นที่คนมักมองข้ามคือการกลับมากินอาหารหลังจากอดอาหารเป็นเวลานาน

หลังการอดอาหารหลายวัน ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงด้าน Metabolism และเกลือแร่ ดังนั้น การกลับมากินอาหารอย่างรวดเร็วหรือไม่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดปัญหาได้ โดยเฉพาะผู้ที่อดอาหารเป็นเวลานานมากหรือมีภาวะโภชนาการไม่ดี จำเป็นต้องระวังภาวะ Refeeding Syndrome ซึ่งเป็นภาวะที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของเกลือแร่ และ Metabolism หลังเริ่มได้รับอาหารอีกครั้ง จุดนี้เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ Prolonged Fasting ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียง “การไม่กินข้าว 7 วัน”

▪️สรุป

การอดอาหาร 7 วันทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ในช่วงแรก ร่างกายใช้พลังงานจากอาหาร และไกลโคเจนที่สะสมไว้ เมื่อเวลาผ่านไป การใช้ไขมันเพิ่มขึ้น และตับสร้างคีโตนมากขึ้น หลังหลายวัน ร่างกายสามารถพึ่งพาไขมัน และคีโตนได้มากขึ้น ขณะที่การใช้คาร์โบไฮเดรตลดลง น้ำหนักตัวลดลงได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้หมายความว่าไขมันลดลงทั้งหมด เพราะมวลไร้ไขมัน น้ำ และไกลโคเจนก็มีส่วนเกี่ยวข้อง

งานวิจัยยังพบว่า แม้แรงกล้ามเนื้อสูงสุดอาจยังคงอยู่ แต่สมรรถภาพในการออกกำลังกายแบบเข้มข้นลดลงอย่างชัดเจน

ดังนั้น คำตอบของคำถามว่า “อดอาหาร 7 วันดีไหม ?” ไม่สามารถตอบง่ายๆว่า “ดี” หรือ “ไม่ดี” สำหรับทุกคน สิ่งที่วิทยาศาสตร์บอกได้ชัดกว่าคือ ร่างกายมนุษย์มีความสามารถในการปรับตัวอย่างน่าทึ่งเมื่อไม่มีอาหาร แต่การปรับตัวนั้นมาพร้อมกับต้นทุน และความเสี่ยงบางอย่างเช่นกัน และ Prolonged Fasting ไม่ควรถูกใช้เป็นคำแนะนำให้คนทั่วไปทดลองด้วยตัวเอง

คุณผู้อ่านคิดอย่างไร ถ้ารู้ว่าการอดอาหาร 7 วันไม่ได้ทำให้น้ำหนักที่หายไปเป็นไขมันทั้งหมด ยังมองว่าการอดอาหารหลายวันเป็นวิธีลดน้ำหนักที่น่าสนใจอยู่หรือไม่ ?

แหล่งที่มา: Nature Communications, Nutrition Reviews / Oxford Academic, PubMed, PMC (PubMed Central)

อ้างอิง:
1.https://www.nature.com/articles/s41467-024-55418-0
2.https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/37377031/
3.https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/41470894/
4.https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5819235/

ภาพประกอบ: Pixabay
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Wisdom Insight's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 18 ครั้ง
เขียนโดย Wisdom Insight
Wisdom Insight (นามปากกา)
นักสังเกตชีวิต และนักวิเคราะห์กระแสข่าว
ติดตามข่าวสารสำคัญทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
เน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อให้เนื้อหาถูกต้อง เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไร5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริงเผยสถิติเลขออกบ่อยในวันศุกร์ ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569รู้หรือไม่ ชื่อของคนไทย เมื่อก่อนตั้งได้ แต่เดี๋ยวนี้ห้ามทานาคา : เครื่องประทินผิวชาวลุ่มอิรวดี ที่มาของ “ผิวพม่า”โรงเรียนรัฐบางเขตในสหรัฐฯ แบนมังงะ “Attack on Titan”เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยเปิดประวัติสนามบินเก่าแก่ของไทย จุดเริ่มต้นที่เครื่องบินเคยลงบนลานหญ้เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทยรู้ไหมพู่ถุงเท้าลูกเสือ มีประโยชน์อะไรรัสเซียเตรียมตอบโต้ญี่ปุ่น หลังเพิ่มคว่ำบาตรบุคคล องค์กร และเรือ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไรดาราดัง "อายากะ มิโยชิ" เผย "ฉันอาบน้ำกับพ่อ จนถึงอายุ 20"ทานาคา : เครื่องประทินผิวชาวลุ่มอิรวดี ที่มาของ “ผิวพม่า”จังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่โดดเด่นมากที่สุดเรื่องการปลูกทุเรียน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
หญิงวัย 28 ปีเสียชีวิตในรัสเซีย หลังทำงานสถาบันวิจัยกาฬโรค — เกิดอะไรขึ้นที่ไซบีเรีย ?เมล็ดแอปเปิลที่เผลอกลืนเข้าไปอันตรายแค่ไหนอาการแพ้เนื้อแดงหลังถูกเห็บกัดเกี่ยวข้องกันอย่างไรหลังถูกยิง ควรทำอะไรก่อนถึงมือแพทย์
ตั้งกระทู้ใหม่