“บูคังอี” ฉลามยักษ์แห่งปูซาน จากสัตว์ทะเลพลัดหลงสู่เซเลบประจำเมือง
🦈 “บูคังอี” ฉลามยักษ์แห่งปูซาน จากสัตว์ทะเลพลัดหลงสู่เซเลบประจำเมือง
ลองจินตนาการว่ากำลังเดินเล่นอยู่ริมสวนสาธารณะกลางเมือง แล้วจู่ ๆ มองลงไปในคลองและพบว่า มีฉลามขนาดใหญ่ยาวหลายเมตรกำลังว่ายน้ำไปมาอยู่ตรงหน้า เหตุการณ์แบบนี้ฟังดูเหมือนฉากหนึ่งจากภาพยนตร์ แต่สำหรับชาวเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง และกลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สุดแปลกที่เรียกความสนใจจากผู้คนจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา
ฉลามตัวดังกล่าวได้รับชื่อเล่นจากชาวท้องถิ่นว่า “บูคังอี” (부강이) หลังถูกพบว่ายอยู่ภายในคลองน้ำเทียมบริเวณสวนริมน้ำท่าเรือในเขตทงกูของเมืองปูซาน โดยมีรายงานว่ามันมีความยาวประมาณ 3.5–4 เมตร ทำให้ผู้พบเห็นต่างตกตะลึงกับขนาดของมัน เพราะคลองแห่งนี้อยู่ใกล้พื้นที่เมืองและแหล่งท่องเที่ยว ไม่ใช่ทะเลเปิดที่เรามักคาดว่าจะพบฉลามขนาดใหญ่
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นในช่วงวันที่ 18 กันยายน 2026 เมื่อมีผู้พบเห็นฉลามตัวใหญ่กำลังว่ายน้ำอยู่ในคลอง และหลังจากนั้นมันก็ยังคงวนเวียนอยู่บริเวณดังกล่าวเป็นเวลาหลายวัน แทนที่จะว่ายกลับออกไปยังทะเล
ในช่วงแรกมีการคาดการณ์ว่าฉลามตัวนี้อาจเป็นฉลามในกลุ่มที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า bronze whaler หรือฉลามครีบเทา แต่การระบุชนิดจากภาพหรือการสังเกตในระยะไกลอาจมีข้อจำกัด ดังนั้นจึงควรถือว่าเป็นการจำแนกเบื้องต้นมากกว่าการยืนยันชนิดทางวิทยาศาสตร์
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นกระแสไม่ได้มีเพียงขนาดของฉลามเท่านั้น แต่เป็นเพราะมันยังคงอยู่ในคลองเป็นเวลานานจนชาวเมืองเริ่มตั้งชื่อให้มันว่า “บูคังอี” กลายเป็นชื่อที่ผู้คนใช้เรียกฉลามตัวนี้ราวกับเป็นสมาชิกใหม่ของเมือง
🦈 จากฉลามหลงทาง กลายเป็นขวัญใจของผู้คน
เมื่อข่าวแพร่กระจายออกไป ผู้คนจำนวนมากเริ่มเดินทางมายังบริเวณคลองเพื่อชมบูคังอีด้วยตาตัวเอง ทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวต่างมารอดูช่วงเวลาที่มันโผล่ขึ้นมาให้เห็น บางคนถ่ายภาพและวิดีโอเอาไว้ ก่อนที่ภาพเหล่านั้นจะถูกนำไปเผยแพร่ต่อบนโลกออนไลน์
บรรยากาศบริเวณคลองจึงเปลี่ยนไปอย่างไม่น่าเชื่อ จากพื้นที่ริมน้ำธรรมดากลายเป็นจุดที่ผู้คนมารวมตัวกันเพื่อดู “ฉลามตัวดัง” และมีรายงานว่ายอดผู้เดินทางมาชมเหตุการณ์สะสมสูงถึงประมาณ 550,000 คน
ตัวเลขดังกล่าวทำให้บูคังอีกลายเป็นมากกว่าสัตว์ทะเลที่พลัดหลงเข้ามาในพื้นที่เมือง เพราะในช่วงเวลาสั้น ๆ มันกลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่ผู้คนพูดถึงอย่างกว้างขวาง
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังภาพความน่ารักและความสนุกของผู้คนที่มาดูฉลาม ยังมีปัญหาสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องคำนึงถึง นั่นคือ บูคังอีไม่ควรอยู่ในคลองแห่งนี้เป็นเวลานานเกินไป
คลองน้ำเทียมมีลักษณะแตกต่างจากทะเลเปิดอย่างมาก ทั้งในเรื่องพื้นที่ว่ายน้ำ ความลึก การไหลเวียนของน้ำ และแหล่งอาหารตามธรรมชาติ แม้ว่าฉลามจะสามารถว่ายน้ำอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวได้ระยะหนึ่ง แต่การอยู่ในพื้นที่จำกัดเป็นเวลานานอาจไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับสัตว์ทะเลขนาดใหญ่
เจ้าหน้าที่จึงต้องหาวิธีนำมันกลับออกสู่ทะเล โดยต้องทำอย่างระมัดระวัง เพราะเป้าหมายไม่ได้มีเพียงการนำฉลามออกจากคลองเท่านั้น แต่ต้องทำให้มันได้รับอันตรายน้อยที่สุดด้วย
🌊 ปฏิบัติการต้อนฉลามกลับทะเล
เมื่อวันที่ 29 กันยายน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เริ่มปฏิบัติการเพื่อนำบูคังอีกลับสู่ทะเล โดยมีหน่วยงานด้านชายฝั่งและประมงเข้ามาดำเนินการร่วมกัน
หนึ่งในวิธีที่นำมาใช้คือการอาศัย กระแสน้ำ เพื่อช่วยนำทางฉลาม โดยใช้เรือและระบบสูบน้ำเพื่อสร้างการไหลของน้ำในทิศทางที่ต้องการ หวังให้บูคังอีค่อย ๆ เคลื่อนตัวตามกระแสน้ำออกจากพื้นที่คลองและกลับสู่ทะเลเปิด
ฟังดูเหมือนเป็นแผนที่เรียบง่าย แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ง่ายเลย เพราะฉลามไม่ได้มีเหตุผลที่จะต้องว่ายไปตามทิศทางที่มนุษย์กำหนด
และบูคังอีก็พิสูจน์เรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
เมื่อเจ้าหน้าที่พยายามนำทาง มันกลับว่ายหลบไปตามบริเวณขอบคลอง ทำให้ไม่สามารถควบคุมทิศทางได้ตามที่ต้องการ ความพยายามในวันดังกล่าวจึงต้องยุติลง
เหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องกลับมาวางแผนใหม่ เพราะการไล่ต้อนโดยตรงอาจทำให้ฉลามเครียดหรือได้รับบาดเจ็บ และหากมันตกใจแล้วว่ายด้วยความเร็วสูง ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการชนสิ่งกีดขวางภายในคลองได้อีกด้วย
🦈 เมื่อแผนแรกไม่ได้ผล จึงต้องใช้ “อวนยักษ์”
หลังจากแผนแรกไม่ประสบความสำเร็จ เจ้าหน้าที่จึงเตรียมพิจารณาวิธีที่สามารถควบคุมพื้นที่การเคลื่อนที่ของบูคังอีได้มากขึ้น นั่นคือการใช้อวนขนาดใหญ่กั้นบริเวณคลอง
แนวคิดสำคัญคือการทำให้อวนมีขนาดและรูปแบบที่เหมาะสมกับ ความกว้างและความลึกของคลอง เพื่อไม่ให้ฉลามสามารถว่ายหลบไปตามขอบหรือเปลี่ยนทิศทางหนีได้ง่ายเหมือนในการปฏิบัติการครั้งแรก
เมื่อจำกัดพื้นที่การเคลื่อนที่ได้แล้ว เจ้าหน้าที่จึงสามารถค่อย ๆ ต้อนบูคังอีไปยังเส้นทางที่นำออกสู่ทะเลได้ง่ายขึ้น
อย่างไรก็ตาม ภารกิจนี้ยังต้องอาศัยความระมัดระวังอย่างมาก เพราะฉลามขนาด 3–4 เมตรมีพละกำลังสูง และการใช้อุปกรณ์ผิดวิธีอาจทำให้เกิดบาดแผลบริเวณครีบ เหงือก หรือส่วนอื่นของร่างกายได้
ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดของปฏิบัติการจึงไม่ใช่เพียง “เอาฉลามออกจากคลองให้เร็วที่สุด” แต่เป็นการหาวิธีที่ลดความเครียดและความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของสัตว์ให้มากที่สุด พร้อมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนที่อยู่บริเวณนั้นด้วย
🌊 ทำไมฉลามถึงเข้ามาอยู่ในคลองได้?
คำถามที่หลายคนอาจสงสัยก็คือ ฉลามทะเลตัวใหญ่ขนาดนี้เข้ามาอยู่ในคลองกลางเมืองได้อย่างไร?
สำหรับสัตว์ทะเล การเคลื่อนที่เข้าสู่บริเวณชายฝั่งหรือช่องทางน้ำที่เชื่อมต่อกับทะเลไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะในเมืองชายฝั่งอย่างปูซานที่มีเครือข่ายท่าเรือและทางน้ำจำนวนมาก
หากฉลามว่ายเข้าสู่พื้นที่น้ำที่เชื่อมต่อกับทะเลแล้วพบช่องทางแคบหรือโครงสร้างทางน้ำที่ทำให้ไม่สามารถหาทางกลับออกได้ มันก็อาจติดอยู่ภายในพื้นที่ดังกล่าวได้
สิ่งนี้แตกต่างจากการ “ตั้งใจเข้ามาในเมือง” เพราะฉลามไม่ได้รู้จักเส้นแบ่งระหว่างคลองกับพื้นที่เมืองเหมือนมนุษย์ สำหรับมันแล้วสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็คือเส้นทางน้ำอีกเส้นทางหนึ่ง
และเมื่อมันเข้ามาแล้ว การหาทางกลับออกอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด
🦈 เรื่องราวของบูคังอีจึงมีมากกว่าความแปลก
แม้ภาพของฉลามยักษ์ที่กลายเป็นเซเลบกลางเมืองจะดูเป็นเรื่องสนุกและน่าตื่นเต้น แต่เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างเมืองชายฝั่งกับระบบนิเวศทางทะเลได้เป็นอย่างดี
ปูซานเป็นเมืองท่าขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ชายฝั่ง ท่าเรือ คลอง และโครงสร้างทางน้ำจำนวนมาก เมื่อพื้นที่ของมนุษย์เชื่อมต่อกับทะเลอย่างใกล้ชิด การพบสัตว์ทะเลในพื้นที่ที่ไม่คาดคิดจึงสามารถเกิดขึ้นได้
ในอีกมุมหนึ่ง ความสนใจจำนวนมหาศาลจากประชาชนก็แสดงให้เห็นว่าผู้คนยังคงรู้สึกตื่นเต้นกับการได้เห็นสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ในธรรมชาติ แม้ว่าการเข้าใกล้สัตว์เหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องที่ควรทำก็ตาม
สิ่งสำคัญคือการชมจากระยะที่ปลอดภัยและไม่พยายามลงไปในน้ำเพื่อเข้าใกล้หรือสัมผัสสัตว์ เพราะเราไม่สามารถคาดเดาพฤติกรรมของฉลามได้ และการรบกวนมากเกินไปอาจเพิ่มความเครียดให้กับสัตว์ที่อยู่ในพื้นที่จำกัดอยู่แล้ว
สุดท้ายแล้ว บูคังอีอาจกลายเป็น “เซเลบแห่งปูซาน” เพียงชั่วคราว แต่เป้าหมายที่สำคัญกว่าการเป็นดาวดังของเมืองก็คือ การได้กลับไปยังทะเลอย่างปลอดภัย
จากฉลามตัวหนึ่งที่ไม่มีใครรู้จัก กลายเป็นสัตว์ที่คนกว่าครึ่งล้านคนเดินทางมาดู และทำให้ผู้คนทั่วโลกหันมาสนใจเรื่องราวของมัน ปฏิบัติการต่อจากนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ว่า มนุษย์จะสามารถพาสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ตัวนี้กลับคืนสู่บ้านของมันได้อย่างปลอดภัยหรือไม่
และจนกว่าจะถึงวันนั้น...ตำแหน่ง “เซเลบประจำคลองแห่งปูซาน” ก็คงยังเป็นของบูคังอีอยู่ต่อไป 🦈
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
“หยางเหมย” ผลไม้หน้าตาแปลกจากจีนที่หลายคนอาจไม่เคยเห็นมาก่อน
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
อำเภอเดียวพื้นที่ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ เกือบ 3 เท่า แต่ทำไมคนกลับไม่ค่อยรู้จัก
เลข 6 ถูกย้ำถึง 5 จุด! แกะใบ “นกตาทิพย์” 16 ต.ค. 69 จาก 61-64-67-69 มีจุดไหนต้องจับตา
จังหวัดที่มีถึง 15 อำเภอ แต่เฉลี่ยแล้วอำเภอละไม่ถึง 32,000 คน
ตลาดน้ำอันดับ 1 ของไทย ที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุด
รวมเลขเด็ด 16 ต.ค. 69 จากหลายแนวทาง “61 กับ 68” ชนกันมากที่สุด
เช็กวันหยุดเดือนตุลาคม 2569 มีวันไหนบ้าง? ใครกำลังวางแผนเที่ยวหรือกลับบ้าน รีบเช็กปฏิทินกันไว้เลย
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
ทำไมปากแก้วกระดาษต้อง “ม้วนเป็นวง” แทนที่จะตัดตรงๆ ชอบแบบนี้มีประโยชน์ยังงัย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
ทำไมปากแก้วกระดาษต้อง “ม้วนเป็นวง” แทนที่จะตัดตรงๆ ชอบแบบนี้มีประโยชน์ยังงัย
“โบสถ์ไก่” สถาปัตยกรรมกลางป่าแห่งชวา อาคารประหลาดที่แท้จริงออกแบบเป็นนกพิราบสวมมงกุฎ
รู้หรือไม่? จังหวัดที่หาที่พักยากที่สุด อาจไม่ใช่จังหวัดที่ไม่มีโรงแรม!
เกาะวงกลมลึกลับ…เกาะลอยน้ำที่หมุนได้กลางสามเหลี่ยมปากแม่น้ำในอาร์เจนตินา
แบล็กแมมบา…เพชฌฆาตแห่งแอฟริกา งูพิษที่ทั้งรวดเร็วและอันตรายที่สุดชนิดหนึ่งในโลก


