น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2526…มหาอุทกภัยที่ทำให้เมืองหลวงต้องอยู่กับสายน้ำนานหลายเดือน
น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2526…มหาอุทกภัยที่ทำให้เมืองหลวงต้องอยู่กับสายน้ำนานหลายเดือน
ในความทรงจำของคนกรุงเทพฯ รุ่นเก่า มีเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งหนึ่งที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ นั่นคือมหาอุทกภัยในปี พ.ศ. 2526 เพราะในเวลานั้นน้ำไม่ได้เป็นเพียงปัญหาชั่วคราวหลังฝนตกหนัก แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนอยู่นานหลายสัปดาห์และหลายเดือน ถนนหลายสายกลายเป็นทางน้ำ รถยนต์ต้องวิ่งปะปนกับเรือ ขณะที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องใช้ชีวิตท่ามกลางน้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง
ปี พ.ศ. 2526 เป็นหนึ่งในปีที่ประเทศไทยเผชิญกับสภาพอากาศรุนแรงหลายระลอก โดยเฉพาะในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม เมื่ออิทธิพลของมรสุมและร่องมรสุมประกอบกับพายุที่เคลื่อนผ่านภาคเหนือและภาคกลาง ทำให้เกิดฝนตกหนักและมีน้ำสะสมจำนวนมาก งานศึกษาด้านอุทกภัยระบุว่า เหตุการณ์น้ำท่วมในปีนั้นได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อน “เฮอร์เบิร์ต” ในช่วงวันที่ 7–11 ตุลาคม และพายุดีเปรสชัน “คิม” ในช่วงวันที่ 17–20 ตุลาคม ส่งผลให้ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
เมื่อฝนที่ตกหนักในพื้นที่ตอนบนไหลลงมาตามระบบแม่น้ำและลำน้ำต่าง ๆ มวลน้ำจำนวนมหาศาลจึงค่อย ๆ เดินทางเข้าสู่พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ก่อนจะมุ่งหน้าลงสู่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกันกรุงเทพฯ เองก็เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีข้อจำกัดในการระบายน้ำอยู่แล้ว ทำให้เมื่อปริมาณน้ำจากหลายทิศทางมาบรรจบกัน ปัญหาจึงไม่ได้อยู่เพียงแค่ “ฝนตกในกรุงเทพฯ” แต่เป็นปัญหาของน้ำทั้งระบบ
ในเวลานั้นกรุงเทพมหานครกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้างเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริเวณด้านตะวันออกของเมือง ขณะที่ระบบป้องกันและระบายน้ำยังไม่สามารถรองรับสถานการณ์ขนาดใหญ่เช่นนี้ได้ทั้งหมด ปัจจุบันกรุงเทพมหานครเองก็ระบุว่าพื้นที่ด้านตะวันออกเป็นพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมหนักในปี พ.ศ. 2526 รวมถึงปีอื่น ๆ ในเวลาต่อมา
สถานการณ์ยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อระดับน้ำทะเลหนุนสูง เพราะกรุงเทพฯ อยู่บริเวณปลายน้ำของระบบแม่น้ำเจ้าพระยา น้ำที่ไหลลงมาจากทางเหนือจึงไม่สามารถระบายออกทะเลได้อย่างรวดเร็วในช่วงที่ระดับน้ำทะเลสูง เมื่อแม่น้ำและคลองต่าง ๆ มีน้ำเต็มอยู่แล้ว น้ำจากฝนที่ตกลงมาใหม่ก็ยิ่งสะสมอยู่ในพื้นที่เมืองมากขึ้น
ผลที่ตามมาคือหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับน้ำท่วมเป็นเวลานาน โดยเฉพาะพื้นที่ด้านตะวันออกของเมือง เช่น บริเวณลาดกระบัง มีนบุรี หนองจอก และพื้นที่ใกล้เคียง ข้อมูลการศึกษาย้อนหลังระบุว่าในปีนั้นกรุงเทพฯ มีปริมาณฝนตลอดทั้งปีประมาณ 2,119 มิลลิเมตร และบางพื้นที่ต้องเผชิญน้ำท่วมสูงกว่าหนึ่งเมตรเป็นเวลาหลายเดือน
ภาพของกรุงเทพมหานครในช่วงเวลานั้นจึงแตกต่างจากเมืองที่ผู้คนคุ้นเคย ถนนที่เคยเต็มไปด้วยรถยนต์กลายเป็นพื้นที่ที่ต้องใช้เรือสัญจร น้ำท่วมขังบนถนนสายสำคัญจนเกิดภาพการเดินทางแบบ “รถกับเรือใช้เส้นทางเดียวกัน” ซึ่งกลายเป็นภาพจำสำคัญของมหาอุทกภัยครั้งนั้น
สำหรับประชาชน ชีวิตประจำวันแทบทุกด้านได้รับผลกระทบ บ้านเรือนจำนวนมากต้องอยู่กับน้ำเป็นเวลานาน การเดินทางไปทำงานและโรงเรียนทำได้ยาก รถยนต์จำนวนไม่น้อยไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ขณะที่ผู้คนในพื้นที่น้ำท่วมต้องปรับตัวด้วยการเดินลุยน้ำ ใช้เรือ หรือหาเส้นทางอื่นเพื่อดำเนินชีวิตต่อไป
ภาพถ่ายเก่าจากเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2526 จึงมีคุณค่ามากกว่าการเป็นเพียงภาพข่าว เพราะมันสะท้อนให้เห็นสภาพกรุงเทพมหานครในช่วงเวลาที่เมืองยังมีลักษณะทางกายภาพแตกต่างจากปัจจุบัน ทั้งอาคาร ถนน รถยนต์ และวิถีชีวิตของผู้คน และยังทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่าน้ำเคยมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตของคนเมืองมากเพียงใด
เหตุการณ์ในปี 2526 ยังเป็นจุดสำคัญที่ทำให้การจัดการน้ำของกรุงเทพมหานครต้องถูกมองในระดับที่เป็นระบบมากขึ้น หลังเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมด้านตะวันออกตามพระราชดำริ ตั้งแต่ พ.ศ. 2527 โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันน้ำจากพื้นที่ด้านตะวันออกไม่ให้ไหลเข้าสู่พื้นที่ชุมชนชั้นใน ซึ่งมีความหนาแน่นและมีความสำคัญทางเศรษฐกิจและสังคม แนวป้องกันดังกล่าวต่อมามีความยาวรวมประมาณ 72 กิโลเมตร
ส่วนแนวคิดที่คนไทยรู้จักกันอย่างกว้างขวางในชื่อ “โครงการแก้มลิง” นั้นเกิดขึ้นภายหลัง โดยสำนักงาน กปร. ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริโครงการแก้มลิงเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 หลังทรงตระหนักถึงความรุนแรงของปัญหาอุทกภัยในกรุงเทพมหานครและพื้นที่โดยรอบ แนวคิดสำคัญคือการหาพื้นที่สำหรับเก็บน้ำไว้ชั่วคราว แล้วจึงค่อยระบายออกเมื่อสภาพน้ำเอื้ออำนวย เปรียบเสมือนการเก็บอาหารไว้ในกระพุ้งแก้มของลิงก่อนนำออกมากินภายหลัง
กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ น้ำท่วมปี 2526 ไม่ได้ทำให้เกิด “โครงการแก้มลิง” ขึ้นในทันที แต่เป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้ประเทศไทยต้องเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะที่แนวป้องกันน้ำท่วมด้านตะวันออกได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ช่วงหลังเหตุการณ์ และแนวคิดแก้มลิงในชื่ออย่างเป็นทางการจึงเกิดขึ้นในเวลาต่อมา
เมื่อมองย้อนกลับไปจากปัจจุบัน มหาอุทกภัยกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2526 จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของฝนตกหนักหรือน้ำจากภาคเหนือที่ไหลลงมาเท่านั้น หากแต่เป็นบทเรียนครั้งใหญ่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเมือง แม่น้ำ ฝน น้ำทะเล และการขยายตัวของชุมชน
กรุงเทพมหานครในอดีตเคยเป็นเมืองที่มีคลองและทางน้ำจำนวนมาก และวิถีชีวิตของผู้คนผูกพันกับน้ำอย่างใกล้ชิด แต่เมื่อเมืองเติบโตขึ้น พื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่รับน้ำลดลง ขณะที่อาคาร ถนน และโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจัดการน้ำจึงกลายเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยทั้งระบบระบายน้ำ พื้นที่รับน้ำ แนวป้องกัน และการบริหารจัดการระดับลุ่มน้ำควบคู่กัน
ภาพเรือที่แล่นผ่านถนนซึ่งครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยรถยนต์ จึงไม่ใช่เพียงภาพแปลกตาของกรุงเทพฯ ในอดีต แต่เป็นภาพสะท้อนบทเรียนสำคัญว่า เมืองใหญ่ไม่สามารถแยกตัวเองออกจากธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์ และเมื่อสายน้ำมีปริมาณมากเกินกว่าที่เมืองจะรับมือได้ เมืองทั้งเมืองก็สามารถกลับคืนสู่สภาพ “เมืองแห่งสายน้ำ” ได้อีกครั้งในเวลาไม่นาน
เขียนโดย dukedicknarak
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
ย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่น
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง
ทำไมเทพไทร์จึงยอมเสียมือให้หมาป่าเฟนรีร์?
ปฐมเทศนาเริ่มจากทางสายกลาง ก่อนแจกแจงอริยสัจ 4 อย่างไร?
เจาะโพยเจ๊เขียว งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลข 130 พร้อมเลข 2 ตัว 13-10-30 แยกจุดเด่นและความเชื่อมโยง
ช็อกโกแลตมีฝ้าขาวทั้งที่ยังไม่หมดอายุ กินได้ไหม?
วงแหวนรอบดวงจันทร์เกิดจากอะไร และบอกได้ไหมว่าฝนกำลังจะมา?
เลขเด็ดพลังเต่าหับ งวด 1 พฤศจิกายน 2569 เปิดเลขวงกลมเด่น พร้อมแนวทางเลขสองตัวที่น่าจับตา
เปิด 5 มหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีนักศึกษามากที่สุดในปี 2569 อันดับเปลี่ยนจากปีก่อนหรือไม่?
เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรู
เปิด 8 วรรณกรรมไทยที่เดินทางข้ามภาษา สู่ชั้นหนังสือในยุโรป
“มังกรเมรัย” ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ... “เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา”








