หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

จากเชื้อเพลิงตะเกียงสู่เนยบนโต๊ะอาหาร: ประวัติศาสตร์ลับของ “มาการีน” และการล่าวาฬ

เขียนโดย dukedicknarak

 

 

 

ในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมอาหาร มีเรื่องราวอยู่ไม่น้อยที่ฟังดูเหมือนแทบไม่น่าเชื่อว่าเกี่ยวข้องกันได้ และหนึ่งในนั้นคือความสัมพันธ์ระหว่าง “วาฬ” กับ “มาการีน” หรือเนยเทียมที่ผู้คนเคยรับประทานกันบนโต๊ะอาหาร เรื่องราวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่มาการีนถูกคิดค้นขึ้นจากน้ำมันวาฬโดยตรง แต่เป็นผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดไขมันและน้ำมันในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ต่อเนื่องไปจนถึงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 20 ซึ่งทำให้น้ำมันจากร่างกายของสัตว์ทะเลยักษ์กลายเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารในเวลาต่อมา

ย้อนกลับไปในช่วงก่อนที่ไฟฟ้าจะเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คน น้ำมันวาฬถือเป็นสินค้าที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกาเหนือ น้ำมันจากวาฬถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับตะเกียงและเทียนเพื่อให้แสงสว่างในบ้านเรือน รวมถึงใช้เป็นสารหล่อลื่นสำหรับเครื่องจักรบางประเภท จนอุตสาหกรรมล่าวาฬเติบโตขึ้นเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ เมืองท่าอย่างนิวเบดฟอร์ดในรัฐแมสซาชูเซตส์ของสหรัฐอเมริกากลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของการค้าผลิตภัณฑ์จากวาฬ

แต่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เมื่อมีการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมและเชื้อเพลิงจากน้ำมันแร่ โดยเฉพาะน้ำมันก๊าด การใช้น้ำมันวาฬเพื่อให้แสงสว่างก็เริ่มสูญเสียความสำคัญลง น้ำมันวาฬจึงไม่ได้หายไปจากตลาดทันที แต่ผู้ผลิตจำเป็นต้องมองหาการใช้งานประเภทอื่น ๆ เพื่อรักษาความต้องการสินค้าเอาไว้

และหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจที่สุดก็คือ “ไขมันสำหรับบริโภค”

อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญที่มักทำให้เรื่องราวนี้ถูกเล่าคลาดเคลื่อนก็คือ มาการีนไม่ได้ถูกคิดค้นขึ้นจากน้ำมันวาฬ มาการีนถือกำเนิดขึ้นในฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1869 โดยเภสัชกรและนักวิจัยชาวฝรั่งเศส Hippolyte Mège-Mouriès ภายใต้ความพยายามที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ราคาถูกและเก็บรักษาได้ง่ายกว่าเนย เพื่อรองรับความต้องการอาหารของกองทัพและประชาชนในยุคที่เนยมีราคาแพงและมีปริมาณไม่เพียงพอ

มาการีนยุคแรกแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่เราคุ้นเคยในปัจจุบันอย่างมาก วัตถุดิบสำคัญคือ ไขมันวัว หรือ beef tallow โดยนำส่วนของไขมันที่เหมาะสมมาผ่านกระบวนการแปรรูปและผสมกับนม จนได้ไขมันที่มีลักษณะและคุณสมบัติใกล้เคียงกับเนย ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีชื่อดั้งเดิมว่า “oleomargarine”

จากนั้นอุตสาหกรรมมาการีนก็เติบโตอย่างรวดเร็วในยุโรป เพราะมีข้อได้เปรียบสำคัญคือราคาถูกกว่าเนย จึงกลายเป็นแหล่งไขมันสำหรับผู้บริโภคจำนวนมากในยุคอุตสาหกรรม ขณะที่โรงงานก็เริ่มค้นหาวัตถุดิบจากแหล่งต่าง ๆ มากขึ้น ทั้งไขมันสัตว์และน้ำมันพืช

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ “วาฬ” เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริง ๆ เกิดขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เมื่อเทคโนโลยี การเติมไฮโดรเจนให้กับน้ำมัน หรือ hydrogenation ได้รับการพัฒนา กระบวนการนี้ทำให้น้ำมันเหลวสามารถถูกปรับเปลี่ยนคุณสมบัติให้มีลักษณะแข็งหรือกึ่งแข็งมากขึ้น จึงเหมาะกับการผลิตมาการีนและไขมันสำหรับประกอบอาหาร

ในปี ค.ศ. 1902 นักเคมีชาวเยอรมัน Wilhelm Normann ได้จดสิทธิบัตรกระบวนการเติมไฮโดรเจนให้กับน้ำมัน และภายในช่วงไม่กี่ปีต่อมาเทคโนโลยีดังกล่าวก็ถูกนำมาใช้กับน้ำมันวาฬเพื่อผลิตไขมันสำหรับอาหาร โดยมีหลักฐานว่าการเติมไฮโดรเจนให้น้ำมันวาฬเพื่อทำมาการีนเกิดขึ้นตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ. 1906

นี่เองคือช่วงเวลาที่เส้นทางของอุตสาหกรรมล่าวาฬเริ่มเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมอาหารอย่างจริงจัง

ในตอนแรก น้ำมันวาฬมีข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งเรื่องกลิ่น สี และคุณสมบัติทางกายภาพ แต่เมื่อเทคโนโลยีการทำให้แข็งและการกำจัดกลิ่นได้รับการพัฒนา น้ำมันชนิดนี้ก็สามารถนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตมาการีนได้มากขึ้น ในยุโรป น้ำมันวาฬกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมไขมันบริโภค โดยเฉพาะในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสอง

หลักฐานจากเอกสารของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในปี 1933 ระบุว่า ในเวลานั้นน้ำมันวาฬที่ผลิตได้ส่วนใหญ่ถูกขายไปยังยุโรป และถูกใช้เป็น น้ำมันบริโภคสำหรับผลิตมาการีน จนสามารถเข้าไปแทนที่น้ำมันบางชนิด เช่น น้ำมันเมล็ดฝ้ายและไขมันจากสัตว์ที่เคยใช้ในอุตสาหกรรมมาการีนได้อย่างมาก

ความสัมพันธ์นี้ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นในปี ค.ศ. 1929 เมื่อบริษัทในยุโรปสามารถพัฒนาวิธีการเติมไฮโดรเจนให้น้ำมันวาฬมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการผลิตมาการีนมากขึ้น งานวิจัยทางประวัติศาสตร์ระบุว่าเทคโนโลยีดังกล่าวทำให้น้ำมันวาฬสามารถถูกนำมาใช้เป็นไขมันหลักในการผลิตมาการีนได้ และในเวลาต่อมา ความต้องการจากอุตสาหกรรมมาการีนก็กลายเป็นหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญของการขยายตัวของการล่าวาฬสมัยใหม่

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือการที่บริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เริ่มเข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่นี้ บริษัทอย่าง Lever Brothers และ Margarine Unie ต่างมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับตลาดไขมันและน้ำมัน ก่อนที่จะรวมกิจการกันในปี ค.ศ. 1930 จนเกิดเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่ต่อมาคือ Unilever

ดังนั้น หากมองย้อนกลับไป จะเห็นภาพเศรษฐกิจที่น่าสนใจมาก เมื่อการลดลงของความต้องการน้ำมันวาฬสำหรับการให้แสงสว่างไม่ได้หมายความว่าอุตสาหกรรมล่าวาฬจะหยุดลง ตรงกันข้าม อุตสาหกรรมกลับสามารถค้นหาตลาดใหม่ได้จากความก้าวหน้าทางเคมีและเทคโนโลยีอาหาร จากเชื้อเพลิงสำหรับตะเกียง น้ำมันวาฬจึงค่อย ๆ กลายเป็นวัตถุดิบสำหรับสบู่ ไขมันอุตสาหกรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมาการีน

ในช่วงทศวรรษ 1930 ความเชื่อมโยงนี้มีขนาดใหญ่ถึงขั้นที่เอกสารร่วมสมัยระบุว่าน้ำมันวาฬจำนวนมากของโลกถูกส่งเข้าสู่ตลาดยุโรปเพื่อผลิตมาการีน ขณะที่อุตสาหกรรมล่าวาฬก็พัฒนาเทคโนโลยีให้สามารถล่าวาฬได้ในมหาสมุทรเปิดและแปรรูปซากวาฬบนเรือโรงงาน ทำให้สามารถผลิตน้ำมันได้ในปริมาณมหาศาล

แต่เส้นทางดังกล่าวก็ไม่ได้ดำเนินต่อไปตลอดกาล เพราะน้ำมันพืชเริ่มเข้ามาเป็นคู่แข่งที่สำคัญมากขึ้น ทั้งน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม และน้ำมันจากพืชชนิดอื่น ๆ เมื่อเทคโนโลยีการแปรรูปและการเติมไฮโดรเจนพัฒนาขึ้น น้ำมันพืชก็สามารถนำมาผลิตไขมันที่มีคุณสมบัติเหมาะกับมาการีนได้เช่นกัน ขณะเดียวกันกระแสการอนุรักษ์สัตว์ป่าและความกังวลต่อการล่าวาฬในระดับอุตสาหกรรมก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ความสำคัญของน้ำมันวาฬในอุตสาหกรรมอาหารจึงค่อย ๆ ลดลง และในช่วงหลังทศวรรษ 1950 น้ำมันพืชได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นอย่างชัดเจน ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมไขมันระบุว่าในบางพื้นที่ยังมีการใช้น้ำมันวาฬเติมไฮโดรเจนในช่วงทศวรรษ 1950 แต่การพัฒนาน้ำมันพืชและความต้องการไขมันไม่อิ่มตัวได้เร่งให้ตลาดเปลี่ยนทิศทางในเวลาต่อมา

เรื่องราวของมาการีนและการล่าวาฬจึงเป็นตัวอย่างอันน่าสนใจของการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเมื่อผลิตภัณฑ์หนึ่งสูญเสียตลาดเดิม อุตสาหกรรมอาจไม่ได้หายไปทันที แต่สามารถปรับตัวด้วยการค้นหาตลาดใหม่ และบางครั้งตลาดใหม่นั้นอาจอยู่ไกลจากวัตถุประสงค์ดั้งเดิมอย่างคาดไม่ถึง

จากน้ำมันที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเผาเพื่อให้แสงสว่างในบ้านเรือน สู่ไขมันที่ถูกนำไปแปรรูปเป็นส่วนประกอบของอาหารบนโต๊ะ เรื่องราวของน้ำมันวาฬจึงสะท้อนให้เห็นโลกยุคอุตสาหกรรมที่พลังงาน อาหาร การค้า วิทยาศาสตร์ และธรรมชาติ ล้วนเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน และยังเตือนให้เห็นด้วยว่า นวัตกรรมหนึ่งอย่างอาจเปลี่ยนทั้งตลาด และการเปลี่ยนแปลงของตลาดก็สามารถส่งผลไปไกลถึงโลกธรรมชาติได้อย่างคาดไม่ถึง

 

ภาพ และข้อมูล : atlasobscura / Margarine Once Contained a Whole Lot More Whale, picryl

เนื้อหาโดย: dukedicknarak
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 51 ครั้ง
เขียนโดย dukedicknarak
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งเปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรูสภ.อ่าวลึกกวาดจับ 3 ผู้ต้องหา คดีลักทรัพย์-ยาเสพติด ยึดยาบ้า 422 เม็ด พร้อมไอซ์ตำรวจเกาะพีพีรวบหนุ่มวัย 44 ปี ค้ายาบ้า ยึดของกลาง 56 เม็ด แจ้ง 2 ข้อหาเปิดแนวทางเลข วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569..จอมขมังเวทย์เหนือคลองกวาดล้างยาเสพติด! รวบ 5 ผู้ต้องหา ยึดยาบ้า 76 เม็ด พร้อมเงินสด 1,760 บาทเกาะลันตาบุกค้นขนำ รวบชายหญิง 2 ราย ยึดยาบ้า 1,818 เม็ด ซุกกล่องพลาสติกใต้ที่พักตำรวจเกาะพีพีบุกค้นห้องพักโรงแรม รวบหนุ่มนครศรีฯ ยึดยาบ้า 152 เม็ด พบพฤติการณ์มีไว้เพื่อจำหน่าย“มังกรเมรัย” ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ... “เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา”อิกดราซิลในตำนานนอร์สเป็นแค่ต้นไม้ใหญ่หรือมีบทบาทอะไรอีก?ย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่นเปิด 5 โรงเรียนนานาชาติระดับมัธยมที่แพงที่สุดในไทย ค่าเทอมทะลุล้าน จ่ายจริงปีละเท่าไร?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่มีอำเภอติดทะเล เพียงอำเภอเดียว ภูมิศาสตร์ไทยที่หลายคนไม่รู้
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ยอดพระธาตุพนมถูกต่อเพิ่ม 10 เมตร ก่อนล้มทั้งองค์ในปี 2518บูรพาวิถี สะพานเดียว 55 กิโลเมตร สร้างจากก้อนคอนกรีตโดยไม่มีปูนเชื่อมรอยต่อ23 ตุลาคม วันปิยมหาราช วันคล้ายวันสวรรคตของรัชกาลที่ 5 ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนสวดมนต์บาลีทั้งที่ไม่รู้คำแปล ทำไมยังใช้กันอยู่?
ตั้งกระทู้ใหม่