หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

งูมัลกา (Mulga Snake): นักล่าแห่งผืนดินแห้งแล้ง ของทวีปออสเตรเลีย กับฉายา King Brown กัดคนได้ถึงตาย

เขียนโดย dukedick

 

🐍 งูมัลกา (Mulga Snake): นักล่าแห่งผืนดินแห้งแล้ง ของทวีปออสเตรเลีย กับฉายา King Brown กัดคนได้ถึงตาย

ท่ามกลางผืนดินกว้างใหญ่ของออสเตรเลีย ซึ่งมีทั้งทะเลทราย พุ่มไม้ ทุ่งหญ้า และป่าโปร่ง มีงูพิษขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมหลากหลาย ตั้งแต่พื้นที่แห้งแล้งร้อนระอุไปจนถึงป่าเขตร้อนบางแห่ง มันคือ งูมัลกา (Mulga Snake) หรือ Pseudechis australis งูที่มีรูปร่างกำยำและเป็นหนึ่งในงูพิษที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย

ชื่ออีกชื่อหนึ่งของมันคือ King Brown Snake ซึ่งเป็นชื่อที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดมานาน เพราะแม้จะมีคำว่า “Brown Snake” อยู่ในชื่อ แต่จริง ๆ แล้วงูมัลกาไม่ได้อยู่ในสกุล Pseudonaja ซึ่งเป็นกลุ่มงูบราวน์ของออสเตรเลียเลย มันอยู่ในสกุล Pseudechis ซึ่งเป็นกลุ่มที่เรียกรวมกันว่า black snakes และมีความเกี่ยวข้องทางอนุกรมวิธานกับงูพิษในวงศ์ Elapidae กลุ่มอื่น ๆ เช่น งูเสือและงูทะเลในระดับวงศ์ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นญาติใกล้ชิดกับสัตว์เหล่านั้นมากกว่างูชนิดอื่นในแบบที่ชื่อเรียกตามภาษาพื้นบ้านทำให้เข้าใจ

เหตุผลที่งูชนิดนี้ได้รับชื่อว่า “King Brown” น่าจะเกี่ยวข้องกับรูปร่างที่ใหญ่และกำยำ รวมถึงสีลำตัวที่มักออกไปทางน้ำตาล แต่ในทางวิทยาศาสตร์แล้วชื่อ Mulga Snake มีความชัดเจนกว่า และช่วยลดความสับสนกับงูบราวน์ที่แท้จริง โดยหน่วยงานด้านพิษวิทยาของออสเตรเลียก็เตือนว่าการใช้ชื่อ King Brown อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดเรื่องชนิดของงูและเซรุ่มต้านพิษได้

รูปร่างของงูมัลกานั้นสะดุดตาด้วยลำตัวที่หนาและมีกล้ามเนื้อแข็งแรง สีของมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามประชากรและภูมิภาค ตั้งแต่น้ำตาลอ่อน น้ำตาลแดง น้ำตาลอมมะกอก ไปจนถึงสีน้ำตาลเข้มหรือเกือบดำ บริเวณเกล็ดด้านหลังมักมีปลายสีเข้มกว่าส่วนโคน ทำให้เมื่อมองรวมกันอาจเกิดเป็นลวดลายคล้ายตาข่ายละเอียด ส่วนท้องมักมีสีครีมหรืออมชมพูแซลมอน

ในเรื่องขนาด งูมัลกาถือเป็น งูพิษบกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย โดยความยาวของตัวเต็มวัยมักอยู่ประมาณ 1.5–2 เมตร แม้บางแหล่งจะรายงานค่าเฉลี่ยสูงกว่านั้นในบางพื้นที่ และตัวที่มีขนาดใหญ่มากสามารถเกิน 3 เมตรได้ สำหรับตัวที่วัดได้อย่างน่าเชื่อถือจากพิพิธภัณฑ์ออสเตรเลีย ตัวหนึ่งมีความยาวถึงประมาณ 3.3 เมตร ทำให้มันเป็นงูที่มีรูปร่างใหญ่โตอย่างแท้จริงเมื่อเทียบกับงูพิษชนิดอื่นในทวีปเดียวกัน

แม้จะมีชื่อว่า Mulga Snake แต่มันไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่เฉพาะพื้นที่ที่มีต้นมัลกาเท่านั้น งูชนิดนี้มีการกระจายพันธุ์กว้างมาก ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของออสเตรเลียแผ่นดินใหญ่ ทั้งเขตแห้งแล้ง ทุ่งหญ้า พุ่มไม้ ป่าโปร่ง และพื้นที่กึ่งเขตร้อน โดยพบในหลายรัฐและดินแดน ยกเว้นพื้นที่ที่มีสภาพอากาศเย็นและชื้นกว่าอย่างวิกตอเรียและแทสเมเนีย รวมถึงพื้นที่ทางตอนใต้บางส่วนของประเทศ

ความสามารถในการปรับตัวนี่เองที่ทำให้งูมัลกาประสบความสำเร็จอย่างมากในฐานะนักล่า มันไม่ได้พึ่งพาอาหารชนิดเดียว แต่มีพฤติกรรมแบบนักล่าฉวยโอกาส สามารถกินสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก กบ กิ้งก่า นก และแม้แต่งูชนิดอื่น รวมถึงงูพิษด้วยกันเอง บางครั้งยังสามารถกินซากสัตว์ได้ด้วย ความยืดหยุ่นของอาหารช่วยให้มันรับมือกับสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันอย่างมากของออสเตรเลีย

 

หนึ่งในเรื่องที่น่าสนใจที่สุดคือ งูมัลกาสามารถกินงูชนิดอื่นที่มีพิษได้ และมีหลักฐานว่ามันสามารถทนต่อพิษของงูบางชนิดที่เป็นเหยื่อได้ รวมถึงพิษจากสมาชิกในชนิดเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการต้านพิษไม่ได้หมายความว่ามันจะปลอดภัยจากสารพิษทุกชนิด เพราะมีข้อสังเกตว่าการกินคางคกยักษ์หรือ Cane Toad ซึ่งเป็นสัตว์ต่างถิ่นที่แพร่เข้ามาในออสเตรเลีย กลับเป็นภัยต่อประชากรงูมัลกาในบางพื้นที่

เมื่ออุณหภูมิสูง งูมัลกามักปรับช่วงเวลาออกหากินให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ มันสามารถพบการเคลื่อนไหวได้ทั้งในเวลากลางวัน ช่วงเช้าหรือเย็น และตอนกลางคืน โดยเฉพาะในพื้นที่ทางตอนเหนือที่ร้อนมาก งูอาจออกหากินในช่วงหลังพระอาทิตย์ตกมากขึ้นเพื่อลดผลกระทบจากความร้อน

แต่สิ่งที่ทำให้งูมัลกามีชื่อเสียงไปทั่วโลกกลับไม่ใช่เพียงขนาดของมัน หากเป็น พิษที่สามารถฉีดเข้าสู่เหยื่อได้ในปริมาณมหาศาล

ข้อมูลจาก Australian Venom Research Unit ระบุว่างูมัลกามีปริมาณพิษที่บันทึกได้สูงมากจนถือว่าเป็นหนึ่งในงูที่มี venom yield หรือปริมาณพิษที่ปล่อยออกมาได้สูงที่สุด เมื่อเทียบกับงูพิษชนิดอื่น ๆ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้การถูกกัดจากงูชนิดนี้เป็นเรื่องที่ต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน

พิษของมันมีความซับซ้อนและออกฤทธิ์ต่อร่างกายหลายระบบ ไม่ได้มีเพียงสารพิษชนิดเดียว งานศึกษาผู้ป่วยจากการถูกงูมัลกากัดพบอาการสำคัญ เช่น ปวดและบวมบริเวณแผล การเกิดความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด การทำลายเม็ดเลือด และ myotoxicity หรือความเสียหายต่อกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อสลายและเกิดสารจากกล้ามเนื้อเข้าสู่กระแสเลือดจำนวนมากได้ นอกจากนี้ พิษยังมีฤทธิ์ต่อเซลล์และมีความเป็นพิษต่อระบบประสาทในระดับหนึ่งด้วย

ดังนั้นอันตรายของงูมัลกาไม่ได้มาจากเพียง “ความแรงของพิษ” ในความหมายง่าย ๆ แต่เป็นผลจากทั้ง ชนิดของสารพิษ ปริมาณพิษที่ถูกฉีด และผลกระทบหลายระบบที่เกิดขึ้นพร้อมกัน การถูกกัดอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงและในบางกรณีอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

น่าสนใจว่าพฤติกรรมของงูมัลกาไม่ได้หมายความว่ามันจะออกไล่ทำร้ายมนุษย์ตลอดเวลา ลักษณะนิสัยของมันแตกต่างกันไปตามพื้นที่ โดยบางประชากรค่อนข้างสงบและพยายามหลบหนีเมื่อถูกรบกวน แต่บางพื้นที่ โดยเฉพาะตัวที่ถูกกดดันหรือเข้าประชิดมากเกินไป อาจแสดงพฤติกรรมป้องกันตัวอย่างรุนแรง

เมื่อรู้สึกว่าถูกคุกคาม งูมัลกาสามารถพองตัว แผ่คอ ทำเสียงขู่ และขยับศีรษะไปมาเพื่อเตือนผู้คุกคาม หากยังถูกกดดันต่อไป มันสามารถพุ่งกัดอย่างรวดเร็ว และมีรายงานว่างูชนิดนี้อาจกัดซ้ำหรือกัดแล้วไม่รีบปล่อย ทำให้มีโอกาสฉีดพิษจำนวนมากได้

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม แม้งูมัลกาจะไม่ได้มีนิสัย “ไล่ล่ามนุษย์” แต่การเข้าใกล้หรือพยายามจับมันถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำโดยเด็ดขาด เพราะงูตัวใหญ่ที่ตกใจและรู้สึกว่าถูกคุกคามย่อมมีอาวุธป้องกันตัวที่ทรงพลังมากอยู่ในปาก

นอกจากความน่ากลัวแล้ว งูมัลกายังมีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ เพราะในฐานะนักล่าขนาดใหญ่ มันช่วยควบคุมจำนวนสัตว์หลายชนิด ทั้งสัตว์ฟันแทะ กิ้งก่า กบ และงูชนิดอื่น การที่มันสามารถกินเหยื่อได้หลากหลายทำให้มันมีตำแหน่งสำคัญในห่วงโซ่อาหารของพื้นที่แห้งแล้งและพื้นที่ป่าโปร่งของออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม โลกของงูมัลกาก็ไม่ได้ปราศจากภัยคุกคาม แม้ปัจจุบันชนิดพันธุ์นี้ยังถูกจัดให้อยู่ในระดับ Least Concern เนื่องจากมีการกระจายพันธุ์กว้าง แต่ประชากรบางพื้นที่ โดยเฉพาะทางตอนเหนือของออสเตรเลีย ได้รับผลกระทบจากการกินคางคกยักษ์ซึ่งมีพิษและเป็นสัตว์ต่างถิ่น นี่เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าแม้สัตว์นักล่าขนาดใหญ่จะดูแข็งแกร่งเพียงใด แต่การเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศจากสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นก็สามารถส่งผลกระทบต่อพวกมันได้เช่นกัน

เมื่อมองภาพรวม งูมัลกาจึงเป็นมากกว่างูสีน้ำตาลขนาดใหญ่ตัวหนึ่งในดินแดนทะเลทรายของออสเตรเลีย มันคือผลผลิตของวิวัฒนาการที่ออกแบบมาเพื่อเอาชีวิตรอดในดินแดนซึ่งร้อน แห้ง และมีอาหารเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล มันมีร่างกายขนาดใหญ่ ใช้พลังงานอย่างเหมาะสม ล่าเหยื่อได้หลากหลาย ทนต่อพิษของสัตว์บางชนิด และมีพิษของตัวเองในปริมาณมหาศาลสำหรับจัดการกับศัตรูและเหยื่อ

ชื่อ “King Brown” อาจทำให้หลายคนคิดว่ามันเป็นราชาแห่งงูบราวน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชื่อนี้ซ่อนเรื่องราวทางอนุกรมวิธานที่น่าสนใจเอาไว้ เพราะเจ้าของฉายานี้ไม่ได้เป็นงูบราวน์เลย มันคือสมาชิกขนาดใหญ่ของกลุ่มงู Pseudechis หรือกลุ่ม black snake ที่มีวิวัฒนาการและลักษณะพิษเป็นของตัวเอง

บางครั้งธรรมชาติทำให้สัตว์ตัวหนึ่งดูเรียบง่ายเพียงแค่มีลำตัวสีน้ำตาลและอาศัยอยู่บนผืนดินแห้งแล้ง แต่เมื่อมองลึกลงไป เรากลับพบเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก

งูมัลกาคือหนึ่งในนักล่าที่ปรับตัวเข้ากับออสเตรเลียได้อย่างน่าทึ่ง เป็นทั้งผู้ควบคุมประชากรสัตว์อื่นและเป็นสัตว์ที่มนุษย์ต้องให้ความเคารพในระยะห่างที่เหมาะสม และในผืนดินอันกว้างใหญ่ของออสเตรเลีย งูยักษ์สีน้ำตาลตัวนี้ก็ยังคงเลื้อยผ่านทะเลทรายและพุ่มไม้ต่อไปอย่างเงียบงัน

มันอาจไม่ใช่ “งูบราวน์” อย่างที่ชื่อ King Brown ชวนให้เข้าใจ แต่ถ้าพูดถึงขนาดตัว ปริมาณพิษ และบทบาทในระบบนิเวศ งูมัลกาก็มีเหตุผลมากพอที่จะได้รับฉายาว่าเป็นหนึ่งในราชาแห่งงูพิษบนผืนแผ่นดินออสเตรเลีย

 

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 24 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไรโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยดูหนัง–ซีรีส์ฟรีอาจไม่ฟรีอย่างที่คิด! เปิดโทษละเมิดลิขสิทธิ์ เตือนคนปล่อยคอนเทนต์เถื่อน เสี่ยงทั้งคุกทั้งปรับรมว.วัฒนธรรมเอาจริง! จ่อส่งหนังสือทักท้วง Miss Universe Cambodia ปมใช้ภาพหญิงกำแพงเพชร หากไม่แก้ เตรียมใช้กฎหมายแมคาเดเมีย (Macadamia): ราชินีแห่งถั่ว กับขุมทรัพย์โภชนาการจากออสเตรเลียMRT เตาปูนกลับมาเปิดปกติแล้ว รมช.คมนาคมเผยปมไฟไหม้ พบประกายไฟจากชุดสายไฟ 750 โวลต์อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยนักวิชาการ ม.อ.ไม่ปลื้ม! "ลิซ่า" ชวนดื่มหมดแก้ว ลั่น! เหยื่อเหล้าในไทยตายเยอะกว่าก่อการร้ายทั่วโลก5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิดแปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาลเปิดหลักฐานเก่า 120 ปี ปมภาพหญิงเมืองกำแพงเพชร โผล่เวที Miss Universe Cambodia 2026แมงป่อง: แมลงนักล่าสายพันธุ์โบราณของโลก ที่ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 สินค้าเกษตรจากลาวที่เข้าสู่ตลาดไทย สินค้าไหนมีบทบาทสำคัญที่สุดดูหนัง–ซีรีส์ฟรีอาจไม่ฟรีอย่างที่คิด! เปิดโทษละเมิดลิขสิทธิ์ เตือนคนปล่อยคอนเทนต์เถื่อน เสี่ยงทั้งคุกทั้งปรับรมว.วัฒนธรรมเอาจริง! จ่อส่งหนังสือทักท้วง Miss Universe Cambodia ปมใช้ภาพหญิงกำแพงเพชร หากไม่แก้ เตรียมใช้กฎหมายแมคาเดเมีย (Macadamia): ราชินีแห่งถั่ว กับขุมทรัพย์โภชนาการจากออสเตรเลียMRT เตาปูนกลับมาเปิดปกติแล้ว รมช.คมนาคมเผยปมไฟไหม้ พบประกายไฟจากชุดสายไฟ 750 โวลต์เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
แมงป่อง: แมลงนักล่าสายพันธุ์โบราณของโลก ที่ยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบันหอยทากคิวบา: อัญมณีมีชีวิตแห่งผืนป่า ที่ธรรมชาติแต่งแต้มด้วยสีสันAlba : ลิงอุรังอุตังเผือกแสนน่ารัก แห่งประเทศอินโดนีเซียงูหางกระดิ่งขนตา นักพรางตัวผู้ซ่อนเขี้ยวพิษแห่งผืนป่า
ตั้งกระทู้ใหม่