หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
ตรวจหวย ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เกลือสีชมพูต่างจากเกลือแกงเรื่องสุขภาพแค่ไหน

เขียนโดย ยายขี้บ่น

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

บนชั้นวางเครื่องปรุง เกลือสีชมพูมักสะดุดตากว่าเกลือเม็ดสีขาว ทั้งสีสวย ผลึกใส และภาพลักษณ์ของของธรรมชาติ ทำให้บางคนยอมจ่ายแพงขึ้นเพราะเชื่อว่าจะได้เกลือที่ดีต่อร่างกายกว่าเดิม

ความเชื่อนี้มีส่วนจริงเพียงเรื่องเดียวคือเกลือสีชมพูมีแร่ธาตุอื่นปะปนอยู่จริง แต่การมีอยู่ของแร่ธาตุไม่ได้แปลว่ามีมากพอให้เกิดประโยชน์ทางโภชนาการ และไม่ได้ทำให้โซเดียมกลายเป็นเรื่องเล็ก

ถ้าถามเรื่องสุขภาพแบบตรงประเด็น เกลือสีชมพูยังไม่มีหลักฐานว่าดีกว่าเกลือแกง เมื่อเทียบด้วยน้ำหนัก ปริมาณโซเดียมของเกลือทั้งสองกลุ่มอยู่ใกล้เคียงกันมาก ส่วนการตวงด้วยช้อนอาจต่างกันตามขนาดผลึกและความแน่นของเกลือ ไม่ใช่เพราะสีชมพูช่วยกำจัดโซเดียมออกไป

สีชมพูมาจากอะไร

เกลือแกงและเกลือหิมาลัยต่างก็มีโซเดียมคลอไรด์เป็นส่วนหลัก สีชมพูเกิดจากร่องรอยของแร่ธาตุและสารจากชั้นหิน เช่น เหล็กออกไซด์ รวมถึงองค์ประกอบตามแหล่งกำเนิด เกลือจึงยังคงเป็นเกลือ ไม่ใช่แหล่งอาหารเสริมแร่ธาตุ

การอธิบายว่าเกลือชมพูเป็นโซเดียมคลอไรด์เกือบทั้งหมดใช้สื่อภาพรวมได้ แต่สัดส่วนจริงไม่ควรถูกเหมารวมทุกยี่ห้อ งานวิเคราะห์เกลือสีชมพูที่วางขายในออสเตรเลีย 31 ตัวอย่างพบว่าองค์ประกอบแร่ธาตุและปริมาณโซเดียมแตกต่างกันพอสมควร

ส่วนคำกล่าวว่ามีแร่ธาตุถึง 84 ชนิดก็ไม่ได้หมายความว่าทุกถุงมีครบ หรือทุกชนิดอยู่ในระดับที่ร่างกายจะได้รับประโยชน์ งานวิจัยเดียวกันตรวจพบแร่ธาตุอย่างแคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม และโพแทสเซียม แต่เกลือประมาณ 1 ช้อนชา หรือ 5 กรัม ให้แร่ธาตุเหล่านี้น้อยเกินกว่าจะมีส่วนต่อสารอาหารอย่างมีนัยสำคัญ นักวิจัยประเมินว่าต้องกินเกิน 30 กรัมต่อวัน หรือมากกว่า 6 ช้อนชา จึงจะอาจมีส่วนต่อสารอาหารอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งปริมาณนั้นทำให้ได้รับโซเดียมสูงเกินคำแนะนำไปไกล

สิ่งที่ต้องนับคือโซเดียมรวม

สมาคมโรคหัวใจอเมริกันอธิบายว่าเกลือหลายชนิดมีโซเดียมประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ และโดยทั่วไปมีโซเดียมใกล้เคียงกัน เกลือผลึกใหญ่บางชนิดอาจให้โซเดียมน้อยกว่าต่อหนึ่งช้อนชา เพราะช่องว่างระหว่างผลึกทำให้ตักเกลือได้น้ำหนักน้อยกว่า หากเทียบให้ยุติธรรมควรดูปริมาณต่อหน่วยน้ำหนักหรือตรวจฉลากของผลิตภัณฑ์ ไม่ควรตัดสินจากสีหรือราคาบนชั้นวาง

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ผู้ใหญ่ได้รับโซเดียมน้อยกว่า 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเกลือไม่เกิน 5 กรัมจากอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมด ซึ่งใกล้เคียงเกลือประมาณ 1 ช้อนชา ตัวเลขนี้รวมโซเดียมจากน้ำปลา ซีอิ๊ว ซอสปรุงรส อาหารสำเร็จรูป และขนมขบเคี้ยวด้วย ไม่ใช่แค่เกลือที่เราโรยจากกระปุก

ดังนั้นการเปลี่ยนจากเกลือขาวเป็นเกลือชมพูโดยยังใส่ปริมาณเท่าเดิม ไม่ได้ทำให้เมนูนั้นเป็นอาหารโซเดียมต่ำ หากต้องการดูแลความดัน สิ่งที่มีผลกว่าคือใช้เกลือและเครื่องปรุงเค็มให้น้อยลง ชิมก่อนเติม และอ่านฉลากโภชนาการของอาหารที่ซื้อ

ถ้าจะซื้อ ควรดูอะไร

ดูฉลากก่อนสี: เปรียบเทียบโซเดียมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค และดูว่าหนึ่งถุงแบ่งเป็นกี่หน่วย เพราะขนาดช้อนและขนาดผลึกทำให้การตักเท่ากันด้วยสายตาไม่เท่ากันจริง

เช็กเรื่องไอโอดีน: องค์การอนามัยโลกแนะนำให้เกลือที่บริโภคเป็นเกลือเสริมไอโอดีน หากจะใช้เกลือเป็นเครื่องปรุงประจำบ้าน ให้ดูข้อความบนฉลากว่าสินค้านั้นเสริมไอโอดีนหรือไม่ สีชมพูไม่ได้รับประกันเรื่องนี้

หาแร่ธาตุจากอาหาร: ผัก ถั่ว ปลา ไข่ นม และอาหารหลากหลายชนิดให้สารอาหารในปริมาณที่เหมาะสมกว่า การพยายามกินเกลือเพื่อเอาเหล็กหรือโพแทสเซียม

เลือกตามรสสัมผัสได้ แต่ไม่ต้องซื้อด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ: ถ้าชอบสี กลิ่น หรือขนาดผลึก เกลือชมพูก็ใช้ปรุงอาหารได้ เพียงควบคุมปริมาณเหมือนเกลือชนิดอื่น

งานวิจัยเรื่ององค์ประกอบที่กล่าวถึงศึกษาสินค้าในออสเตรเลีย ไม่ใช่เกลือทุกถุงในประเทศไทย และไม่ได้สรุปว่าเกลือชมพูทุกยี่ห้อเป็นอันตราย ข้อสรุปที่ใช้ได้กว้างกว่าคือองค์ประกอบของสินค้าแตกต่างกัน และแร่ธาตุที่มีอยู่ไม่ได้มากพอจะทำให้เกิดข้อได้เปรียบด้านสุขภาพ

เกลือสีชมพูจึงต่างจากเกลือแกงที่สี แหล่งกำเนิด เนื้อผลึก และรสสัมผัสเป็นหลัก ไม่ใช่ความสามารถในการลดโซเดียม ถ้าเป้าหมายคือสุขภาพ ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องไอโอดีน แล้วใช้เกลือให้น้อยลง ไม่ว่าจะเป็นสีขาวหรือสีชมพู

ตรวจหวย ตรวจล็อตเตอรี่
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ยายขี้บ่น's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 6 ครั้ง
เขียนโดย ยายขี้บ่น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
"เกสวาชากา" สะพานเชือกหญ้าแห่งอินคา ภูมิปัญญา 500 ปี เหนือหุบเหวลึกอำเภอล่าสุดของประเทศไทย ที่ถูกแยกออกมาเพื่อตั้งเป็นจังหวัดใหม่อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยเลขเด็ด "ปฏิทินคำชะโนด" งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2569 สายพญานาค อย่าพลาด!!มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?หอไอเฟลเปลี่ยนขนาดและเอนตามอุณหภูมิอย่างไรย้อนดูยุค 90 กว่าจะจบปริญญาตรี ต้องใช้เงินเท่าไหร่ (ปี 2535–2540)หมายเลขบนหมวกตำรวจมีไว้ทำไม ตัวเลขที่เห็นทุกวัน แท้จริงใช้ระบุตัวเจ้าหน้าที่เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1หมู่บ้านนี้ไม่มีสัญญาณไฟจราจร! แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรเลยตลอด 40 ปีที่ผ่านมารู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟ส่องกระแสตัวเลขก่อนหวยออก 16 ก.ย. 69 รวมเลขจากหลายแหล่งที่ถูกพูดถึง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"เกสวาชากา" สะพานเชือกหญ้าแห่งอินคา ภูมิปัญญา 500 ปี เหนือหุบเหวลึกเลขเด็ด "ปฏิทินคำชะโนด" งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2569 สายพญานาค อย่าพลาด!!อำเภอล่าสุดของประเทศไทย ที่ถูกแยกออกมาเพื่อตั้งเป็นจังหวัดใหม่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เส้นใยที่ติดกับกล้วยหอมคืออะไร และควรลอกทิ้งไหมทำไมชาเขียว ชาดำ และชาอูหลงจึงมีสี กลิ่น และรสต่างกันทำไมคนที่ยังหายใจถึงร่างกายไม่เน่าเคยสังเกตไหม แบงก์ 100 บาท รัชกาลที่ 10 มีเลข “100” อยู่ตรงไหนบ้าง ลองนับทั้งใบ
ตั้งกระทู้ใหม่