หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
ตรวจหวย ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ย้อนดูยุค 90 กว่าจะจบปริญญาตรี ต้องใช้เงินเท่าไหร่ (ปี 2535–2540)

เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ

ย้อนดูยุค 90 กว่าจะจบปริญญาตรี ต้องใช้เงินเท่าไหร่? ตัวเลข 2535–2540 มีคำตอบ

ถ้าย้อนกลับไปถามคนที่เรียนมหาวิทยาลัยในช่วงยุค 90 ว่า “กว่าจะเรียนจบปริญญาตรีใช้เงินเท่าไหร่?”

คำตอบอาจไม่ใช่แค่ตัวเลขค่าเทอม เพราะชีวิตนักศึกษาสมัยนั้นมีทั้งค่าหนังสือ ค่าอุปกรณ์ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายจิปาถะรวมอยู่ด้วย

ข้อมูลในรายงานของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งอ้างข้อมูลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ทำให้เราเห็นภาพต้นทุนการเรียนระดับอุดมศึกษาในช่วงนั้นค่อนข้างชัด

ปี 2535 นักศึกษาหนึ่งคนใช้เงินประมาณ 1,783 บาทต่อเดือน

ข้อมูลปี 2535 ระบุว่า ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของครัวเรือนสำหรับระดับอุดมศึกษาอยู่ที่ประมาณ 1,783 บาทต่อคนต่อเดือน

ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายถึงค่าเทอมอย่างเดียว แต่รวมหลายรายการ ได้แก่

รวมเป็น 1,783 บาทต่อเดือน

จุดที่น่าสนใจคือ ค่าอาหารคิดเป็นส่วนใหญ่ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ขณะที่ค่าเล่าเรียนคิดเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

ถ้าคิดแบบง่าย ๆ 12 เดือนต่อปี และ 4 ปีของหลักสูตรปริญญาตรี ตัวเลข 1,783 บาทต่อเดือนจะเท่ากับประมาณ 85,584 บาท

แต่ต้องย้ำว่า นี่เป็นเพียงการนำค่าเฉลี่ยรายเดือนมาคูณ 48 เดือน ไม่ใช่ตัวเลขค่าใช้จ่ายจริงของนักศึกษาทุกคน

ผ่านมา 5 ปี ตัวเลขขยับเป็น 2,571 บาทต่อเดือน

เมื่อมาถึงปี 2540 ค่าใช้จ่ายระดับอุดมศึกษาขยับขึ้นเป็น 2,571 บาทต่อคนต่อเดือน

เพิ่มจากปี 2535 ประมาณ 44.2%

องค์ประกอบก็เปลี่ยนไปด้วย

รายการปี 2535ปี 2540
ค่าเล่าเรียน 250 บาท 518 บาท
หนังสือ/อุปกรณ์ 98 บาท 164 บาท
เครื่องแบบ 109 บาท 122 บาท
ค่าเดินทาง 308 บาท 425 บาท
ค่าอาหาร 956 บาท 1,247 บาท
อื่น ๆ 62 บาท 94 บาท
รวม 1,783 บาท 2,571 บาท

เมื่อมองเฉพาะ ค่าเล่าเรียน ตัวเลขเพิ่มจาก 250 บาทเป็น 518 บาทต่อเดือน หรือมากกว่า 2 เท่า

แต่ค่าอาหารก็เพิ่มจาก 956 บาทเป็น 1,247 บาทเช่นกัน

นี่ทำให้เห็นว่าการเรียนมหาวิทยาลัยไม่ได้มีต้นทุนอยู่ที่ “ค่าเทอม” เพียงอย่างเดียว

ถ้าคิดเป็น 4 ปี กว่าจะได้ปริญญาตรีต้องเตรียมเงินประมาณเท่าไหร่?

ลองใช้วิธีคำนวณเดียวกันเพื่อให้เห็นภาพ

ปี 2535

1,783 × 12 เดือน × 4 ปี
= 85,584 บาท

ปี 2540

2,571 × 12 เดือน × 4 ปี
= 123,408 บาท

ดังนั้น หากใช้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรายเดือนของข้อมูลชุดนี้เป็นฐานอย่างง่าย ๆ นักศึกษาที่เรียน 4 ปีจะมีค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 8.6 หมื่นบาทในระดับราคาและพฤติกรรมค่าใช้จ่ายของปี 2535 และประมาณ 1.23 แสนบาทในปี 2540

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ไม่ควรถูกตีความว่า “ค่าเรียนปริญญาตรีสมัยนั้นราคา 123,408 บาท”

เพราะในตัวเลขดังกล่าวรวม อาหารและค่าเดินทาง อยู่ด้วย

นี่คือความแตกต่างระหว่างคำว่า ค่าเทอม กับ ต้นทุนการเรียนมหาวิทยาลัย

แล้วค่าเทอมจริงของมหาวิทยาลัยรัฐยุคนั้นเท่าไหร่?

ข้อมูลอีกชุดที่ถูกรวบรวมจากการสำรวจค่าเทอมมหาวิทยาลัยรัฐ 12 แห่งในช่วงปีการศึกษา 2540–2562 ช่วยให้เห็นภาพของค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร

ตัวอย่างในปีการศึกษา 2540 ระบุว่า

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ส่วนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในข้อมูลชุดเดียวกันระบุว่า

ตัวเลขเหล่านี้จึงสะท้อนอีกมุมหนึ่งว่า ค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยรัฐในช่วงปี 2540 ยังอยู่ในระดับหลักหมื่นสำหรับหลักสูตร 4 ปีบางสาขา

แต่การเปรียบเทียบต้องระวัง เพราะแต่ละมหาวิทยาลัย คณะ ระบบการลงทะเบียน และโครงสร้างค่าธรรมเนียมไม่เหมือนกัน

สิ่งที่หลายคนจำว่า “ค่าเทอมถูก” อาจเป็นเพราะรัฐช่วยแบกรับต้นทุน

อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือ ค่าเล่าเรียนที่นักศึกษาจ่ายไม่ได้เท่ากับต้นทุนที่มหาวิทยาลัยใช้ในการผลิตบัณฑิต

รายงานด้านการศึกษาของไทยระบุว่า ในช่วงปี 2540–2546 นักศึกษามหาวิทยาลัยปิดของรัฐจ่ายค่าเล่าเรียนต่ำกว่าค่าใช้จ่ายจริงของรัฐที่สนับสนุนอยู่ค่อนข้างมาก

พูดง่าย ๆ คือ เงินที่นักศึกษาจ่ายหน้าเคาน์เตอร์ไม่ได้สะท้อนต้นทุนทั้งหมดของการจัดการศึกษา

ดังนั้น ถ้าถามว่า “สมัยก่อนมหาวิทยาลัยถูกไหม” ต้องแยกให้ชัดระหว่าง

เงินที่นักศึกษาจ่ายเอง
กับ
ต้นทุนจริงของระบบการศึกษา

สองตัวเลขนี้ไม่ใช่ตัวเดียวกัน

ปลายยุค 90 ระบบค่าเทอมเริ่มเปลี่ยน

ช่วงปลายทศวรรษ 1990 เป็นช่วงที่โครงสร้างค่าเล่าเรียนของมหาวิทยาลัยเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง

ตัวอย่างจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่า มีการออกประกาศเกี่ยวกับอัตราค่าเล่าเรียนในปี 2542 และต่อมาเกิดการเปลี่ยนจากการเก็บตามหน่วยกิตไปสู่ระบบค่าเล่าเรียนแบบเหมาจ่ายราวปี 2542–2543

จุดนี้สำคัญ เพราะการคิดค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายทำให้การมอง “ค่าเทอมต่อปี” แตกต่างจากระบบเดิมที่นักศึกษาจ่ายตามจำนวนหน่วยกิตที่ลงทะเบียน

จึงไม่ควรนำตัวเลขค่าเทอมของปี 2535 ไปเทียบกับตัวเลขของมหาวิทยาลัยในยุคหลังแบบตรง ๆ โดยไม่ดูโครงสร้างการเรียกเก็บเงิน

และนี่คือช่วงที่ “เงินกู้เพื่อการศึกษา” เริ่มมีบทบาท

อีกเหตุการณ์สำคัญของปลายยุค 90 คือการเกิดขึ้นของระบบเงินกู้เพื่อการศึกษา

โครงการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเริ่มดำเนินการในปี 2539 ก่อนมีพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาในเวลาต่อมา

แนวคิดสำคัญคือช่วยให้นักศึกษาที่มีความจำเป็นสามารถกู้เงินสำหรับ ค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ

เรื่องนี้สะท้อนว่าปัญหาของนักศึกษายุคนั้นไม่ได้มีแค่ “ค่าเทอมแพงหรือถูก” แต่รวมถึงความสามารถของครอบครัวในการแบกรับค่าใช้จ่ายตลอดช่วงที่เรียนด้วย

ถ้าสรุปยุค 90 ด้วยตัวเลขเดียว จะผิด

ถ้าจะตอบคำถามว่า

“กว่าจะจบปริญญาตรียุค 90 ต้องจ่ายเท่าไหร่?”

คำตอบที่แม่นที่สุดคือ ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้แทนนักศึกษาทุกคนได้

เพราะขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัย คณะ จังหวัด การอยู่หอหรืออยู่บ้าน ค่าเดินทาง รูปแบบการกิน และจำนวนหน่วยกิตที่ลงทะเบียน

แต่ข้อมูลที่มีทำให้เห็นกรอบได้ชัดขึ้น

ปี 2535: ค่าใช้จ่ายระดับอุดมศึกษาเฉลี่ย 1,783 บาท/คน/เดือน
ปี 2540: เพิ่มเป็น 2,571 บาท/คน/เดือน

ถ้าคูณ 4 ปีแบบง่าย ๆ จะอยู่ที่ประมาณ 85,584–123,408 บาท

ขณะเดียวกัน ค่าเล่าเรียนของมหาวิทยาลัยรัฐบางแห่งในปี 2540 อาจอยู่เพียง หลักหมื่นตลอดหลักสูตร 4 ปี เพราะตัวเลขค่าเทอมกับค่าใช้ชีวิตเป็นคนละเรื่องกัน

และนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่เรียนมหาวิทยาลัยในยุค 90 หลายคนจึงจำได้ว่า “ค่าเทอมไม่แพง” แต่เมื่อรวมค่ากิน ค่าเดินทาง หนังสือ และค่าใช้จ่ายระหว่างเรียนแล้ว ต้นทุนทั้งหมดก็ยังเป็นเงินก้อนสำคัญสำหรับครอบครัวในเวลานั้น

แล้วถ้าเป็นคุณ

ถ้าให้เลือกอย่างหนึ่งระหว่าง “ค่าเทอมถูก แต่ต้องประหยัดค่ากินอยู่ทุกวัน” กับ “ค่าเทอมแพงขึ้น แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและระบบสนับสนุนมากขึ้น”

คุณคิดว่าแบบไหนทำให้เรียนมหาวิทยาลัยได้ง่ายกว่ากัน?

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ — รายงานที่นำเสนอข้อมูล รายจ่ายด้านการศึกษาของครัวเรือน ปี 2540 โดยใช้ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบค่าใช้จ่ายระดับอุดมศึกษา 1,783 บาท/คน/เดือนในปี 2535 และ 2,571 บาท/คน/เดือนในปี 2540
กรุงเทพธุรกิจ — บทความรวบรวมข้อมูลสำรวจค่าเทอมมหาวิทยาลัยรัฐ 12 แห่ง ช่วงปีการศึกษา 2540–2562 โดยอ้างรายงานของหนังสือพิมพ์ลูกศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — ฐานข้อมูลประกาศอัตราการเรียกเก็บเงินค่าเล่าเรียน ซึ่งมีประกาศ พ.ศ. 2542 อยู่ในระบบเอกสารของมหาวิทยาลัย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย — ข้อมูลประวัติการเปลี่ยนระบบค่าเล่าเรียนจากการเก็บตามหน่วยกิตเป็นระบบเหมาจ่ายช่วงประมาณ พ.ศ. 2542–2543
เอกสารมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา — ระบุโครงการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเริ่มครั้งแรกในปี 2539 และมีวัตถุประสงค์ครอบคลุมค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ
งานวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเกี่ยวกับเงินกู้เพื่อการศึกษา ใช้ข้อมูลนักศึกษาปริญญาตรีช่วงปี 2535–2543 และพบว่าหลังมีกองทุน นักศึกษาใช้เงินกู้กับค่าเล่าเรียน ค่าครองชีพ และค่าใช้
ตรวจหวย ตรวจล็อตเตอรี่
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อเมริกาโน่ดำ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 25 ครั้ง
เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: อเมริกาโน่ดำ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ผีเสื้อขยับปีกเปลี่ยนชีวิตเราได้จริงแค่ไหนบางกะปิเป็นย่านแบบไหน รู้จักชีวิตเมืองฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯเด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงอำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยหมู่บ้านนี้ไม่มีสัญญาณไฟจราจร! แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรเลยตลอด 40 ปีที่ผ่านมาส่องกระแสตัวเลขก่อนหวยออก 16 ก.ย. 69 รวมเลขจากหลายแหล่งที่ถูกพูดถึงมหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?เลขพันธุ์ร๊อก วงPOTATO 16/9/69ดีใจด้วยเด้อ…คุณเฟย! จากพนักงานโออิชิ สู่เศรษฐี 12 ล้านบาทข่าวช็อก! อแมนด้า เซย์ฟรีด ประกาศหย่าร้าง จบชีวิตสมรส 9 ปี
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
หมู่บ้านนี้ไม่มีสัญญาณไฟจราจร! แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรเลยตลอด 40 ปีที่ผ่านมาเลขเด็ด "ปฏิทินท้าวเวสสุวรรณโณ" งวด 1 ต.ค. 69 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมชาเขียว ชาดำ และชาอูหลงจึงมีสี กลิ่น และรสต่างกันทำไมคนที่ยังหายใจถึงร่างกายไม่เน่าเคยสังเกตไหม แบงก์ 100 บาท รัชกาลที่ 10 มีเลข “100” อยู่ตรงไหนบ้าง ลองนับทั้งใบเปิดตำนานจากสามล้อเครื่องกลายเป็นรถเร่งมรดกที่บางคนอาจยังไม่รู้จัก
ตั้งกระทู้ใหม่