หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

กว่าจะเป็น 1 กระทู้บน Postjung ผมทำอะไรบ้าง? หลังบ้านตั้งแต่หาเรื่องจนตามผลหลังโพสต์

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

เวลาเราเปิดอ่านกระทู้หนึ่งบน Postjung สิ่งที่เห็นก็มักมีไม่กี่อย่าง พาดหัว รูป เนื้อหา แล้วก็ข้อมูลท้ายบท

แต่พอลองมองจากฝั่งคนทำกระทู้จริง ๆ ผมกลับพบว่าสิ่งที่คนอ่านเห็นนั้นเป็นเพียงช่วงปลายของงาน

เพราะก่อนจะมาถึงปุ่มเผยแพร่ ยังมีทั้งการเลือกเรื่อง เช็กว่าเคยเขียนอะไรไปแล้ว ค้นข้อมูล ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็น ทำภาพ อัปโหลด จัด HTML เลือกเครดิต ใส่แท็ก และกลับมาตรวจอีกครั้งหลังโพสต์

สำหรับผม กระทู้หนึ่งจึงไม่ได้เริ่มตอนเปิดหน้าตั้งกระทู้ และก็ไม่ได้จบตอนกดเผยแพร่

ก่อนหาเรื่องใหม่ ผมกลับไปดูของเก่าก่อน

สิ่งหนึ่งที่ผมทำก่อนเริ่มบทใหม่ คือย้อนกลับไปดูหน้ารวมกระทู้ของตัวเอง

ไม่ได้ดูแค่ว่าเรื่องไหนมีคนอ่านมากหรือน้อย แต่ดูด้วยว่าช่วงที่ผ่านมาเขียนเรื่องอะไรติดกันไปแล้วบ้าง

บางครั้งชื่อเรื่องดูต่างกัน แต่ถ้ามองจริง ๆ คนอ่านอาจได้ประสบการณ์แบบเดิม เช่น เป็นคำถามลักษณะเดียวกัน ใช้จังหวะเฉลยเหมือนกัน หรืออยู่ในกลุ่มเรื่องเดิมหลายบทติดต่อกัน

ถ้าเห็นแบบนั้น ผมจะเริ่มคิดว่าบทถัดไปควรหมุนไปมุมอื่นหรือพักเรื่องในกลุ่มนั้นไว้ก่อน

หน้ารวมผลงานจึงไม่ได้มีประโยชน์แค่ดูตัวเลข แต่เป็นเหมือนภาพรวมให้เห็นว่าเรากำลังทำเนื้อหาไปในทิศทางไหน

ในภาพจะเห็นว่ากระทู้แต่ละเรื่องมีผลไม่เหมือนกัน บางเรื่องได้ขึ้น Hot Topic บางเรื่องยังอยู่ระหว่างรอตรวจ และตัวเลข View หรือ Heart ก็แตกต่างกัน

สิ่งที่ผมพยายามไม่ทำ คือเห็นบทหนึ่งไปได้ดีแล้วรีบเอารูปแบบเดิมไปทำซ้ำทุกเรื่อง เพราะผลของกระทู้หนึ่งยังไม่ได้พิสูจน์ว่ามันเป็นสูตรสำเร็จ

เลือกหัวข้อได้แล้ว ก็ยังไม่ใช่เวลาพิมพ์ทันที

พอเจอเรื่องที่น่าสนใจ ผมจะดูต่อว่ามันมีอะไรให้เล่าจริงหรือไม่

ถ้าเป็นเรื่องที่มีตัวเลข ข่าว ราคา กฎหมาย สุขภาพ หรือนโยบายที่เปลี่ยนแปลงได้ ก็ต้องตรวจข้อมูลให้ละเอียดกว่าบททั่วไป

จากนั้นค่อยถามอีกทีว่า บทนี้ต้องการตอบอะไรให้คนอ่านกันแน่

ตรงนี้ช่วยได้มาก เพราะข้อมูลที่หาเจอไม่ได้หมายความว่าต้องใส่ลงไปทั้งหมด

บางอย่างถูกต้องและน่าสนใจ แต่ถ้าไม่ได้ช่วยคำถามหลักของบท ผมเลือกตัดออกดีกว่าปล่อยให้เรื่องยาวขึ้นเพียงเพราะเสียดายข้อมูลที่ค้นมาแล้ว

ภาพไม่ได้เป็นของที่ค่อยเอามาเติมตอนท้าย

หลายบทผมต้องคิดตั้งแต่ตอนเขียนว่า ตรงไหนควรใช้ภาพ และภาพนั้นมีหน้าที่อะไร

บางภาพทำหน้าที่เป็นภาพปกเพื่อให้คนรู้ทันทีว่าบทกำลังพูดเรื่องอะไร

บางภาพต้องใช้เพื่ออธิบายสิ่งที่ข้อความอย่างเดียวทำให้เห็นภาพยาก

แต่ถ้าภาพใหม่ไม่ได้เพิ่มอะไรให้เรื่อง ผมก็ไม่จำเป็นต้องใส่เพียงเพื่อให้บทดูมีรูปเยอะ

เมื่อภาพพร้อมแล้วก็ต้องอัปโหลดเข้า Postjung ก่อน จากนั้นจึงใช้ไฟล์และตำแหน่งภาพที่ระบบสร้างจริงมาประกอบกับบท

นี่เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่คนอ่านแทบไม่เห็น แต่สำหรับตอนทำงานจริงมันมีผลมาก เพราะถ้าลำดับรูปผิด หรือใช้ไฟล์ผิด จุดที่ตั้งใจให้ภาพช่วยอธิบายก็เปลี่ยนไปได้เลย

HTML เป็นช่วงที่บทเริ่มประกอบเป็นชิ้นเดียว

อีกหน้าหนึ่งที่ผมใช้เป็นประจำคือหน้าต่าง “แก้ไข HTML Code”

ตรงนี้เป็นจุดที่ข้อความ หัวข้อย่อย รูป เครดิต และส่วนท้ายของบทถูกรวมอยู่ในโครงเดียวกัน

การมี HTML ทั้งก้อนช่วยให้เห็นลำดับของบทชัดขึ้นว่าภาพไหนมาก่อน ภาพไหนควรอยู่หลังคำอธิบาย และส่วนท้ายควรเรียงอย่างไร

แต่สิ่งสำคัญคือ วาง HTML เสร็จแล้วก็ยังไม่ควรกดโพสต์ทันที

ผมต้องกลับไปดูหน้า Editor แบบปกติอีกครั้ง เพราะสิ่งที่ดูเรียบร้อยใน Code อาจไม่ได้หมายความว่าหน้าอ่านจริงจะออกมาดีเสมอไป

ต้องดูว่ารูปขึ้นครบไหม ย่อหน้าห่างเกินไปหรือเปล่า หัวข้อย่อยเยอะเกินไหม และเวลาอ่านต่อเนื่องแล้วจังหวะของบทสะดุดตรงไหนหรือไม่

Credit ไม่ได้เลือกจากความสะดวก

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมต้องตัดสินก่อนโพสต์คือประเภทของ Credit

ถ้ามุมเรื่อง โครง การเลือกข้อมูล และการอธิบายเป็นงานที่สร้างขึ้นเอง โดยข้อมูลภายนอกมีไว้ช่วยตรวจข้อเท็จจริง แบบนี้แตกต่างจากการเอาบทของคนอื่นมาแปลหรือใช้บทต้นฉบับเป็นแกนแล้วเรียบเรียงใหม่

เพราะฉะนั้นคำถามไม่ได้อยู่ที่ว่าเปิดเว็บไซต์กี่แห่ง

แต่ต้องดูว่า “ต้นกำเนิดของเนื้อหาหลักมาจากไหน”

สำหรับบทนี้ แกนของเรื่องคือขั้นตอนที่ผมใช้ทำงานกับ Postjung จริง รวมถึงหน้าจอจากการใช้งานจริงของผมเอง ไม่ได้เกิดจากการหยิบบทใครมาเปลี่ยนสำนวน

Submit แล้ว งานก็ยังไม่จบ

หลังเลือกบอร์ด ใส่ Credit และ Tags แล้ว จึงถึงขั้นตั้งกระทู้

แต่ตรงนี้ผมแยกให้ออกจากผลลัพธ์หลังโพสต์เสมอ

ส่งขึ้น Hot Topic ไม่ได้แปลว่าจะได้ Hot Topic

กระทู้ต้องขึ้นหน้า Live ก่อน จากนั้นจึงค่อยกลับไปตรวจว่ารูป พาดหัว เนื้อหา และการแสดงผลออกมาตรงตามที่ตั้งใจหรือไม่

ถ้าภาพปกหรือ Thumbnail มีปัญหา ก็ยังอาจต้องกลับมาแก้หลังโพสต์

เพราะแบบนี้ ผมจึงไม่ถือว่าการเห็นข้อความว่าเผยแพร่สำเร็จคือปลายทางสุดท้ายของงาน

หลังโพสต์ สิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่แค่ยอดวิว

พอทำไปหลายกระทู้ เราจะเริ่มเห็นความต่างของผลลัพธ์

บางบทมีคนเปิดอ่านมากกว่า บางบทมี Heart มากกว่า บางบทขึ้น Hot และบางบทไม่ได้ขึ้น

แต่ผมพยายามไม่เอาตัวเลขเดียวมาตัดสินทุกอย่าง

ถ้าบทหนึ่งไปได้ดี สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือย้อนกลับไปดูว่าเราเปลี่ยนอะไรไปบ้าง เช่น มุมเรื่อง พาดหัว ภาพเปิด จังหวะเฉลย หรือช่วงเวลาที่ลง

แล้วถ้าจะทดลองรอบต่อไป ก็ควรเปลี่ยนทีละอย่างเท่าที่ทำได้ เพื่อให้ยังพอมองออกว่าอะไรอาจมีผลจริง

เพราะถ้าเปลี่ยนพร้อมกันหมด แล้วบทใหม่ทำได้ดีกว่า สุดท้ายเราก็อาจไม่รู้เลยว่าส่วนไหนเป็นตัวที่ช่วย

สุดท้าย กระทู้หนึ่งใช้การตัดสินใจมากกว่าที่เห็น

มองจากหน้าคนอ่าน กระทู้หนึ่งอาจเป็นข้อความกับรูปไม่กี่หน้าจอ

แต่มองจากหลังบ้าน ผมกลับเห็นเป็นกระบวนการที่ต่อกันหลายช่วง

หาเรื่อง เช็กว่าไม่ซ้ำ ตรวจข้อมูล เลือกสิ่งที่จะเล่า ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็น ทำภาพ อัปโหลด ประกอบ HTML เลือก Credit ใส่ Tags ตรวจหน้า Editor ตั้งกระทู้ แล้วกลับไปตรวจหน้า Live อีกครั้ง

สิ่งที่กินเวลามากที่สุดจึงไม่จำเป็นต้องเป็นการพิมพ์

หลายครั้งมันคือการตัดสินใจว่า อะไรควรอยู่ในกระทู้นี้ และอะไรควรถูกตัดออก

พอทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ผมจึงเริ่มมอง Postjung ไม่ได้เป็นเพียงเว็บที่มีช่องให้พิมพ์แล้วกดเผยแพร่

แต่เป็นพื้นที่ที่กระทู้หนึ่งชิ้นค่อย ๆ ถูกสร้างขึ้นจากการคิด เลือก ตรวจ และเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงหลังโพสต์

และสำหรับผม ผลของกระทู้หนึ่งไม่ได้มีหน้าที่แค่บอกว่าบทนั้นไปได้ดีหรือไม่ดี แต่มันกลายเป็นข้อมูลสำหรับตัดสินใจกระทู้ถัดไปด้วย

เนื้อหาโดย: พีรพัฒน์ พีพี
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 12 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
พีรพัฒน์ พีพี | นักเขียนเรื่องใกล้ตัวและมุมที่คนมักมองข้าม
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ฐานกว้างหรือทรงเตี้ย? ทดลองดูว่าแก้วแบบไหนมั่นคงกว่าอำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยเปิด 5 ตำแหน่งสายกฎหมายภาครัฐ เงินเดือนสูงสุดใครแตะ 1.38 แสนบาทต่อเดือน?มะเขือเทศทำให้หน้าแดงและผิวดีได้จริงแค่ไหนโรคไข้หลับลึกยุค 1920s ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ในผู้รอดชีวิตเจาะตาราง 'มหาทักษา' 16 ก.ย. 69 ชน 7-2 แตกยับๆ อย่าหาว่าไม่เตือน!มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?เปิด 10 เลขขายดี งวด 16 ก.ย. 69 เลขไหนถูกกว้านซื้อ และเลขไหนโผล่ซ้ำหลายกระแส10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 กันยายน 2569ใบขับขี่รุ่นแรกของประเทศไทย เริ่มเมื่อไร? ย้อนกลับไปกว่า 100 ปี สมัย ร.5ย่านที่ชาวจีนอาศัยเยอะสุดในไทยอยู่ตรงไหนสแกนแนวทางพรีเมียม "เจ๊เขียว เจ๊เขียว"! หวย 16 กันยายน 2569 ชู 3 ชุดเต็ง 156 - 230 - 467 เจาะ 2 ตัวแน่น 9 ชุดเด็ด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จิตวิทยาของคนชอบมาสาย: ทำไมคนที่มาสายประจำ ถึงไม่ได้แปลว่าเขาไม่เคารพเวลาคนอื่นเสมอไป?เพชฌฆาต "โหด กระชาก ขย้ำ" เหล่าทหารอเมริกันสนามบินที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมากที่สุดในประเทศไทยทำไมยิ่งสั่งตัวเองว่า 'ห้ามคิดถึงเขา' สมองกลับยิ่งเปิดภาพขึ้นมาในหัวชัดกว่าเดิม?
ตั้งกระทู้ใหม่