“ไม่ใช่จีนแล้ว” เมื่ออินเดียแซงขึ้นแท่นคนเยอะสุดในโลก
ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกตอนนี้คืออินเดีย โดยมีจำนวนราว 1,476 ล้านคนตามการประมาณการล่าสุดจากองค์การสหประชาชาติและแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ในปีพ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026) ส่วนจีนซึ่งเคยครองอันดับหนึ่งมานานหลายทศวรรษ ตกมาอยู่อันดับสองด้วยจำนวนประมาณ 1,413 ล้านคนและแนวโน้มยังลดลงต่อเนื่อง การที่อินเดียแซงจีนเกิดขึ้นประมาณช่วงเดือนเมษายนปีพ.ศ. 2566 (ค.ศ. 2023) ตามการคาดการณ์ขององค์การสหประชาชาติ หลังจากจีนครองตำแหน่งประเทศที่มีประชากรมากที่สุดมาตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นอย่างน้อย หรือแม้แต่ยาวนานกว่านั้นในประวัติศาสตร์สมัยใหม่
เหตุผลหลักที่อินเดียแซงขึ้นมาได้อยู่ที่ความแตกต่างของอัตราการเกิดและนโยบายประชากรในอดีต จีนเคยดำเนินนโยบายควบคุมการเกิดอย่างเข้มงวดมาก โดยเฉพาะนโยบายลูกคนเดียวที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2523 (ค.ศ. 1980) และดำเนินมาจนถึงปีพ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) ก่อนจะผ่อนคลายเป็นลูกสองคนและต่อมาเป็นลูกสามคน นโยบายนี้ส่งผลให้อัตราเจริญพันธุ์ลดลงอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่เคยสูงมากในทศวรรษ 1970 มาอยู่ที่ระดับต่ำมากในปัจจุบันราว 1 หรือต่ำกว่านั้น ส่วนอินเดียเริ่มโครงการวางแผนครอบครัวมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2495 (ค.ศ. 1952) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศกำลังพัฒนาแรก ๆ ที่ทำเช่นนี้ แต่การดำเนินนโยบายเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเน้นการให้ความรู้ การเข้าถึงบริการคุมกำเนิด รวมถึงการพัฒนาการศึกษาและสุขภาพของผู้หญิงมากกว่าการบังคับอย่างเข้มงวด แม้จะมีช่วงที่มีการทำหมันจำนวนมากในช่วงฉุกเฉินกลางทศวรรษ 1970 แต่ก็ไม่ได้ยั่งยืนเหมือนจีน ผลคืออัตราเจริญพันธุ์ของอินเดียลดลงช้ากว่า ยังคงอยู่ใกล้หรือต่ำกว่าระดับทดแทนเล็กน้อยราว 1.9-2.0 ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะที่โครงสร้างอายุยังค่อนข้างหนุ่มสาวมากกว่าจีนมาก ค่ามัธยฐานอายุของอินเดียอยู่ราว 29 ปี เทียบกับจีนที่ราว 41 ปี ทำให้จำนวนผู้หญิงในวัยมีบุตรของอินเดียยังมีมากกว่าและประชากรยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้จะช้าลงแล้วก็ตาม
รัฐบาลอินเดียในปัจจุบันไม่ได้มีนโยบายส่งเสริมการมีลูกอย่างกว้างขวางในระดับชาติ เพราะประชากรยังเติบโตและมีขนาดใหญ่พออยู่แล้ว การเน้นหลักยังอยู่ที่การจัดการประชากรอย่างยั่งยืน การวางแผนครอบครัวโดยสมัครใจ การเข้าถึงบริการคุมกำเนิดหลากหลายรูปแบบ การให้ความรู้เรื่องระยะห่างระหว่างการมีบุตร รวมถึงการพัฒนาสุขภาพมารดาและเด็ก บางรัฐในภาคใต้ที่มีอัตราเจริญพันธุ์ต่ำมาก เช่น อันธราประเทศ ได้เริ่มทดลองให้เงินสนับสนุนสำหรับลูกคนที่สามหรือสี่เพื่อชะลอการลดลง แต่โดยรวมแล้วยังเป็นการควบคุมและรักษาสมดุลมากกว่าการเร่งให้เกิดมากขึ้นอย่างจริงจัง เป้าหมายหลักยังคงเป็นการรักษาอัตราเจริญพันธุ์ใกล้ระดับทดแทนและใช้ประโยชน์จากโครงสร้างอายุที่ยังหนุ่มสาวเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ
สำหรับจีน การตกมาเป็นอันดับสองและประชากรที่เริ่มลดลงตั้งแต่ปีพ.ศ. 2565 (ค.ศ. 2022) เป็นต้นมา ทำให้รัฐบาลหันมาส่งเสริมการมีลูกอย่างจริงจังหลังจากเลิกนโยบายลูกคนเดียวไปแล้ว ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2559 (ค.ศ. 2016) อนุญาตให้มีลูกสองคน จากนั้นปีพ.ศ. 2564 (ค.ศ. 2021) ขยายเป็นสามคน และยกเลิกบทลงโทษต่าง ๆ ที่เคยมี ปัจจุบันมีมาตรการหลายอย่าง เช่น เงินอุดหนุนสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก การขยายวันลาคลอด การลดภาษีหรือยกเว้นภาษีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงดูเด็ก การสนับสนุนที่อยู่อาศัย การจัดบริการดูแลเด็กที่ถูกลง รวมถึงการปรับระบบภาษีมูลค่าเพิ่มโดยเริ่มเก็บภาษีจากถุงยางอนามัยและอุปกรณ์คุมกำเนิดบางชนิดตั้งแต่ต้นปีพ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026) เพื่อลดแรงจูงใจในการคุมกำเนิด ขณะเดียวกันก็ยกเว้นภาษีสำหรับบริการดูแลเด็กและผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ยังไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง อัตราการเกิดยังคงต่ำและประชากรยังลดลงต่อเนื่องหลายปีติดต่อกัน เพราะต้นทุนการเลี้ยงดูสูงมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ทั้งค่าที่อยู่อาศัย การศึกษา และค่าครองชีพ รวมถึงผู้หญิงจำนวนมากเลือกที่จะโฟกัสที่การทำงานและชีวิตส่วนตัวมากกว่าการมีลูกหลายคน
ความรู้สึกของคนจีนต่อเรื่องนี้ค่อนข้างหลากหลายและมักแสดงออกผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หลายคนรู้สึกผิดหวังหรือเสียดายกับนโยบายลูกคนเดียวในอดีต โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าประชากรเริ่มลดและสังคมสูงวัยเร็วขึ้น บางคนโพสต์ว่าถ้าผ่อนคลายนโยบายเร็วกว่านี้ สถานการณ์อาจไม่แย่ขนาดนี้ ขณะที่คนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยโดยเฉพาะผู้หญิง แสดงท่าทีไม่สนใจหรือปฏิเสธที่จะมีลูกเพิ่ม เพราะมองว่าภาระหนักเกินไป ทั้งเรื่องงาน การเงิน และการแบ่งเบาภาระในบ้านที่ยังไม่เท่าเทียมพอ บางสำรวจพบว่าสัดส่วนคนหนุ่มสาวที่ไม่ตั้งใจจะมีลูกหรือแต่งงานสูงขึ้นชัดเจนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามโน้มน้าวผ่านการรณรงค์และมาตรการต่าง ๆ แต่การตอบรับยังไม่ค่อยดีนัก เพราะปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ค่าใช้จ่ายสูงและโอกาสการทำงานของผู้หญิงหลังคลอด ยังเป็นอุปสรรคสำคัญ
โดยสรุปแล้ว รัฐบาลจีนกำลังพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ประชากรเพิ่มขึ้นหรืออย่างน้อยก็ชะลอการลดลง แต่แนวโน้มระยะยาวยังชี้ไปทางลดลงต่อเนื่องตามการคาดการณ์ขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งอาจทำให้ประชากรจีนลดลงมากในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า ส่วนอินเดียยังคงเติบโตต่อไปอีกสักระยะก่อนจะถึงจุดสูงสุดในอีกหลายสิบปีข้างหน้า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงผลระยะยาวของนโยบายประชากรที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างสองประเทศใหญ่ในเอเชีย
เปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดี
เจาะลึก 7 จังหวัดที่ราคาที่ดินแตกต่างกันสุดขั้ว พื้นที่เดียวกันแต่ราคาห่างกันแค่ไหน
You baseborn bastard เป็นคำด่าแรงแค่ไหน
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 16/9/69
เปิด "อำเภอที่มีพื้นใหญ่"ของไทย ขนาดกว้างจนเทียบได้กับหลายจังหวัด
5 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบ
เจาะลึก 5 สถานที่ของรัฐที่ใช้ไฟมหาศาล อาคารขนาดใหญ่กินไฟเดือนละเท่าไร
ย้อนเวลา 13,000 ปี... ปริศนา "หญิงโบราณแห่งถ้ำลอด" และร่องรอยมนุษย์ยุคแรกในประเทศไทย
เตือนภัย! มิจฉาชีพพุ่งเป้านักเรียน-นักศึกษา โทรมาขู่จนหลอกเงินผู้ปกครอง
เจาะลึก 5 เรือนจำขนาดใหญ่ที่ใช้งบดูแลสูง ค่าใช้จ่ายต่อผู้ต้องขังอยู่ที่เท่าไร
ทำไมคนยังยอมจ่ายเพื่อดูหนัง Spider-Man ในโรง
เปิด 5 จังหวัด ราคาประเมินที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่เริ่มต้นเพียงหลักสิบบาทต่อตารางวา
เตือนภัย! มิจฉาชีพพุ่งเป้านักเรียน-นักศึกษา โทรมาขู่จนหลอกเงินผู้ปกครอง
เปิด 5 ประเทศที่คนไทยนิยมไปเรียน ต่อมากที่สุด อันดับ 1 มีนักเรียนไทย นับหมื่นคน!
รู้จักกันหรือยัง 7 อาชีพเบื้องหลังที่ใช้ทักษะสูง แต่คนทั่วไปแทบไม่เคยเห็น
ไขปริศนา "สีเสื้อมงคล" ถอดรหัสรากเหง้าความเชื่อจากคติพรหมณ์สู่สไตล์คนเมือง
หนุ่มแกร็บขับกลับกว่า 30 กม. คืนกระเป๋าทหารสหรัฐฯ ที่แหลมฉบัง
ถอดรหัสวิศวกรรม "สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์" ศูนย์กลางระบบรางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน
ถ้าไม่อาบน้ำ! แล้วพวกเขาทำความสะอาดร่างกายอย่างไร? เปิดโลกวิถีชีวิต 5 ชนเผ่าที่แตกต่าง
รู้จักกันหรือยัง 7 อาชีพเบื้องหลังที่ใช้ทักษะสูง แต่คนทั่วไปแทบไม่เคยเห็น
ไขปริศนา "สีเสื้อมงคล" ถอดรหัสรากเหง้าความเชื่อจากคติพรหมณ์สู่สไตล์คนเมือง