หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

5 โครงการอุโมงค์ระบายน้ำที่ใช้งบมหาศาล ทำไมกรุงเทพฯ ต้องลงทุนใต้ดินเป็นพันล้าน

เขียนโดย Gario

เวลาฝนตกหนักในกรุงเทพฯ ภาพที่คนเห็นมักเป็นน้ำท่วมถนน รถติด และน้ำรอการระบาย แต่เบื้องหลังการแก้ปัญหาไม่ได้มีเพียงการขุดลอกคลองหรือเพิ่มเครื่องสูบน้ำเท่านั้น อีกระบบหนึ่งที่กรุงเทพมหานครลงทุนเป็นเงินมหาศาลคือ “อุโมงค์ระบายน้ำใต้ดิน”

 

อุโมงค์เหล่านี้ทำหน้าที่คล้ายทางด่วนของน้ำ โดยรับน้ำจากพื้นที่หรือคลองที่ระบายไม่ทัน แล้วส่งผ่านอุโมงค์ไปยังจุดปล่อยน้ำหรือแม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง ช่วยลดระยะทางการไหลของน้ำและลดภาระคลองบางสาย

 

ข้อมูลของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ระบุว่า อุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ของเมืองมีทั้งระบบที่สร้างเสร็จแล้วและโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยอุโมงค์บางโครงการมีความยาวหลายกิโลเมตรและต้องเจาะลึกลงไปใต้พื้นที่เมือง

 

ต่อไปนี้คือ 5 โครงการที่สะท้อนให้เห็นว่าเหตุใดการจัดการน้ำในกรุงเทพฯ จึงต้องใช้เงินระดับพันล้านบาท

 

1. อุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนถึงคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ — 9,561 ล้านบาท

 

นี่คือหนึ่งในโครงการที่มีวงเงินสูงที่สุดในแผนของกรุงเทพมหานคร โดยข้อมูลโครงการปี 2569 ระบุวงเงินไว้ที่ประมาณ 9,561 ล้านบาท

 

แนวคิดของโครงการคือการเพิ่มความสามารถในการระบายน้ำจากพื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทั้งชุมชน ถนน และพื้นที่เมืองขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

 

โครงการลักษณะนี้ไม่ได้หมายถึงการเจาะอุโมงค์เพียงเส้นเดียวแล้วจบ แต่ต้องสร้างระบบรับน้ำและเชื่อมต่อกับโครงสร้างระบายน้ำเดิม เพื่อให้น้ำจากพื้นที่ด้านบนสามารถเข้าสู่ระบบใต้ดินและถูกส่งออกไปได้เร็วขึ้น

 

เหตุผลที่วงเงินสูงจึงไม่ได้มาจากค่าขุดอุโมงค์อย่างเดียว แต่รวมถึงงานโครงสร้าง ระบบรับน้ำ อาคารประกอบ ระบบสูบน้ำ งานก่อสร้างบริเวณผิวดิน และการเชื่อมต่อกับระบบระบายน้ำเดิมด้วย

 

ข้อมูลโครงการของกรุงเทพมหานครระบุวงเงินโครงการนี้ไว้ 9,561 ล้านบาท และจัดเป็นโครงการสำคัญด้านการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วมของเมือง

 

2. อุโมงค์ระบายน้ำคลองพระยาราชมนตรี — 6,130 ล้านบาท

 

อีกโครงการใหญ่ที่น่าสนใจอยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา คืออุโมงค์ระบายน้ำคลองพระยาราชมนตรี จากคลองภาษีเจริญถึงคลองสนามชัย

 

ข้อมูลของสำนักการระบายน้ำระบุว่า โครงการนี้มีแนวอุโมงค์ยาวประมาณ 9.19 กิโลเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 เมตร และใช้งบประมาณประมาณ 6,130 ล้านบาท

 

พื้นที่ฝั่งตะวันตกมีโครงข่ายคลองจำนวนมาก แต่ปัญหาคือเมื่อฝนตกหนัก น้ำจำนวนมากต้องอาศัยคลองและระบบระบายน้ำเดิม หากคลองบางช่วงมีข้อจำกัดหรือระบายออกสู่แม่น้ำได้ช้า น้ำก็จะสะสมอยู่ในพื้นที่เมือง

 

การสร้างอุโมงค์จึงเป็นการสร้าง “ทางลัดของน้ำ” ใต้เมือง เพื่อเพิ่มเส้นทางระบายน้ำจากพื้นที่ที่มีความเสี่ยงไปยังจุดปลายทางที่สามารถระบายออกได้

 

ความยาวเกือบ 10 กิโลเมตรทำให้โครงการนี้ไม่ใช่งานขุดธรรมดา เพราะต้องผ่านพื้นที่เมืองและต้องควบคุมผลกระทบต่ออาคาร ถนน ระบบสาธารณูปโภค และชุมชนที่อยู่ด้านบน

 

3. อุโมงค์ระบายน้ำคลองทวีวัฒนา บริเวณคอขวด — กว่า 2,266 ล้านบาท

 

ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ก็มีโครงการขนาดใหญ่เช่นกัน นั่นคืออุโมงค์ระบายน้ำคลองทวีวัฒนา บริเวณคอขวด

 

ข้อมูลโครงการของสำนักการระบายน้ำระบุวงเงินโครงการประมาณ 2,266 ล้านบาท อุโมงค์มีความยาวประมาณ 2.03 กิโลเมตร และเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3.70 เมตร

 

คำว่า “คอขวด” สะท้อนปัญหาสำคัญของระบบน้ำ เพราะหากคลองบางช่วงมีข้อจำกัดในการรับหรือส่งน้ำ ต่อให้ต้นน้ำมีน้ำไหลเข้ามามาก ระบบก็สามารถเกิดการสะสมจนเกิดน้ำท่วมขังได้

 

อุโมงค์จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มช่องทางระบายน้ำจากคลองทวีวัฒนาออกไปยังคลองภาษีเจริญได้รวดเร็วขึ้น

 

ล่าสุดในเดือนมกราคม 2569 สำนักการระบายน้ำรายงานว่าโครงการมีความคืบหน้าประมาณ 62% และระบุว่าเมื่อเสร็จแล้วจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการระบายน้ำจากคลองทวีวัฒนาออกสู่คลองภาษีเจริญ ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ทวีวัฒนา หนองแขม และบางแค

 

4. ส่วนต่อขยายอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ — ประมาณ 1,700 ล้านบาท

 

อีกหนึ่งโครงการที่สะท้อนการแก้ปัญหาน้ำด้วยการสร้างโครงข่ายใต้ดินคือ ส่วนต่อขยายอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ จากถนนรัชดาภิเษกถึงคลองลาดพร้าว

 

ข้อมูลของสำนักการระบายน้ำระบุว่าอุโมงค์ส่วนต่อขยายมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4 เมตร และความยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตร โดยวงเงินโครงการอยู่ที่ประมาณ 1,700 ล้านบาท

 

เหตุผลสำคัญคือระบบอุโมงค์เดิมไม่ได้ถูกมองเป็นโครงสร้างแยกจากระบบคลอง แต่ต้องทำงานร่วมกับคลองและอุโมงค์ส่วนอื่น เพื่อสร้างเครือข่ายระบายน้ำที่ต่อเนื่อง

 

กรุงเทพมหานครมีอุโมงค์ใต้คลองบางซื่อที่ใช้งานอยู่แล้ว และมีการพัฒนาระบบสูบน้ำควบคู่กัน เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากคลองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

นี่จึงเป็นตัวอย่างว่าการลงทุนหลายพันล้านบาทไม่ได้หมายถึงการสร้าง “ท่อขนาดใหญ่” เพียงเส้นเดียว แต่เป็นการขยายเครือข่ายให้สามารถรับน้ำจากพื้นที่กว้างขึ้น

 

5. อุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองพระโขนง — ประมาณ 929 ล้านบาท

 

โครงการที่มีขนาดเล็กลงมาแต่ยังใช้งบระดับเกือบพันล้านบาท คืออุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองพระโขนง จากสถานีสูบน้ำอุโมงค์พระโขนงถึงคลองสวนอ้อย

 

ข้อมูลแผนงานของสำนักการระบายน้ำระบุแนวอุโมงค์ยาวประมาณ 2.65 กิโลเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 3 เมตร และวงเงินโครงการเดิมประมาณ 929 ล้านบาท

 

เป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มช่องทางระบายน้ำใต้ดินในพื้นที่คลองพระโขนง ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของระบบระบายน้ำฝั่งตะวันออก

 

ข้อมูลติดตามโครงการของกรุงเทพมหานครในปี 2569 แสดงให้เห็นว่ามีการจัดสรรงบประมาณต่อเนื่องสำหรับโครงการนี้ โดยรายการงบประมาณปี 2569 อยู่ที่ 448 ล้านบาท ดังนั้นตัวเลข 929 ล้านบาทจึงควรเข้าใจว่าเป็นวงเงินโครงการ ไม่ใช่เงินที่จ่ายทั้งหมดในปีเดียว

 

ทำไมกรุงเทพฯ ถึงต้องสร้างอุโมงค์ใต้ดินแทนที่จะขุดคลองเพิ่ม

 

คำตอบอยู่ที่ข้อจำกัดของเมือง

 

กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีสิ่งปลูกสร้างหนาแน่นมาก ถนน อาคาร บ้านเรือน ระบบรถไฟฟ้า และสาธารณูปโภคจำนวนมาก หากต้องขยายคลองหรือสร้างทางระบายน้ำบนผิวดินในพื้นที่ชั้นใน ย่อมกระทบกับประชาชนและทรัพย์สินจำนวนมาก

 

การสร้างอุโมงค์จึงเป็นการใช้ “พื้นที่ใต้ดิน” ซึ่งปกติไม่ได้ใช้ประโยชน์ในการระบายน้ำ

 

อีกเหตุผลคืออุโมงค์สามารถสร้างเส้นทางที่ตรงกว่าและเชื่อมจากพื้นที่รับน้ำไปยังแม่น้ำหรือจุดระบายได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำให้คลองบนผิวดินทุกช่วงมีขนาดใหญ่มากขึ้น

 

กรุงเทพมหานครเปรียบระบบอุโมงค์ขนาดใหญ่ว่าเป็นเหมือนทางด่วนของน้ำ เพราะสามารถลัดเส้นทางน้ำจากพื้นที่ที่อยู่ห่างจากแม่น้ำออกไปได้โดยตรง และช่วยลดระดับน้ำในคลองได้รวดเร็วขึ้น

 

เงินพันล้านบาทหายไปกับอะไร

 

สิ่งที่ทำให้อุโมงค์ระบายน้ำมีราคาแพงไม่ใช่เพียง “ค่าขุดดิน”

 

งานก่อสร้างต้องมีทั้งการเจาะอุโมงค์ใต้เมือง งานสำรวจสภาพดินและสิ่งกีดขวางใต้ดิน งานปล่องรับน้ำ อาคารรับน้ำ สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ ระบบไฟฟ้า ระบบควบคุม รวมถึงการก่อสร้างจุดเชื่อมต่อกับคลองและระบบระบายน้ำเดิม

 

บางโครงการต้องทำงานลึกลงไปหลายสิบเมตรเพื่อหลีกเลี่ยงโครงสร้างบนผิวดิน และต้องก่อสร้างในพื้นที่ที่ยังมีการจราจรและประชาชนใช้ชีวิตอยู่ด้านบน

 

ตัวอย่างอุโมงค์บึงหนองบอนเดิมมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 5 เมตร ความยาว 9.4 กิโลเมตร และลึกประมาณ 30 เมตร โดยแนวอุโมงค์ต้องลอดผ่านคลอง ถนน และพื้นที่ชุมชนหลายจุด

 

ดังนั้นงบระดับพันล้านบาทจึงเป็นต้นทุนของ “ระบบระบายน้ำทั้งชุด” มากกว่าต้นทุนของตัวอุโมงค์เพียงอย่างเดียว

 

อุโมงค์ไม่ได้หมายความว่าฝนตกแล้วกรุงเทพฯ จะไม่ท่วม

 

แม้จะลงทุนมหาศาล แต่อุโมงค์ระบายน้ำก็ไม่ใช่คำตอบเดียวของปัญหาน้ำท่วม

 

กรุงเทพมหานครยังต้องพึ่งพาท่อระบายน้ำ คลอง สถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ บ่อสูบน้ำ แก้มลิง และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ทั้งหมด

 

แม้ในปี 2569 กรุงเทพมหานครยังต้องเตรียมล้างท่อระบายน้ำกว่า 3,800 กิโลเมตร เตรียมสถานีสูบน้ำ 207 แห่ง ประตูระบายน้ำ 244 แห่ง และบ่อสูบน้ำ 371 แห่งเพื่อรับมือฝนตกหนัก

 

จึงอาจมองได้ว่าอุโมงค์คือ “ทางด่วน” ส่วนคลองและท่อคือ “ถนนสายรอง” ของระบบน้ำ หากต้นทางระบายน้ำลงอุโมงค์ไม่ได้ ต่อให้อุโมงค์มีขนาดใหญ่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ทั้งหมด

 

สุดท้ายแล้ว การลงทุนใต้ดินเป็นพันล้านบาทจึงไม่ได้เกิดจากการต้องการสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ให้ดูทันสมัย แต่เกิดจากข้อจำกัดของกรุงเทพฯ ที่มีพื้นที่บนดินจำกัด ขณะที่ฝนตกหนักสามารถสร้างน้ำปริมาณมหาศาลในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

 

อุโมงค์จึงถูกใช้เป็นโครงสร้างที่สามารถพาน้ำผ่านใต้เมืองไปยังจุดระบายได้อย่างรวดเร็ว

 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “อุโมงค์แพงแค่ไหน” แต่คือ เมื่อใช้งบระดับพันล้านบาทแล้ว อุโมงค์แต่ละแห่งสามารถเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำให้พื้นที่ใด ลดความเสี่ยงน้ำท่วมได้มากแค่ไหน และทำงานเชื่อมกับคลอง สถานีสูบน้ำ และอุโมงค์สายอื่นได้มีประสิทธิภาพเพียงใด เพราะทั้งหมดนี้เป็นตัวชี้วัดว่าการลงทุนใต้ดินของกรุงเทพฯ คุ้มค่ากับเงินที่ประชาชนต้องจ่ายหรือไม่

เนื้อหาโดย: Gario
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Gario's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 35 ครั้ง
เขียนโดย Gario
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เจอขนมปังขึ้นรา อย่าแค่หยิบแผ่นนั้นทิ้งเขื่อนใหญ่ 4 แห่งของไทย หากเสียหายรุนแรง ผลกระทบขึ้นอยู่กับอะไร?5 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบเปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดีย้อนเวลา 13,000 ปี... ปริศนา "หญิงโบราณแห่งถ้ำลอด" และร่องรอยมนุษย์ยุคแรกในประเทศไทยแจกทริคแต่งรูปสุดจึ้งด้วยแอป Meitu (เหมยตู่) ปรับนิดเดียว สวยเนียนเป๊ะสไตล์เน็ตไอดอล10มหาวิทยาลัยรัฐยอดนิยมที่คนอยากเข้าเรียนมากที่สุดเปิด 5 สหกรณ์ที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในไทย อันดับ 1 เงินทะลุแสนล้าน!ถอดรหัสปริศนา "นครวัด": เหตุใดมหานครเกือบเจ็ดแสนชีวิต... ถึงถูกทิ้งร้างกลายเป็นเมืองป่า?เปิด "อำเภอที่มีพื้นใหญ่"ของไทย ขนาดกว้างจนเทียบได้กับหลายจังหวัดสูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 16/9/69ร้อนอบอ้าวก่อนฝนมา เกี่ยวข้องกับ “แนวปะทะอากาศ” อย่างไร
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ถอดรหัสปริศนา "นครวัด": เหตุใดมหานครเกือบเจ็ดแสนชีวิต... ถึงถูกทิ้งร้างกลายเป็นเมืองป่า?ซักเสร็จใหม่ ๆ หอมฟุ้ง ทำไมพอผ้าแห้งกลับแทบไม่มีกลิ่น?วัดพระบาทน้ำพุยังดูแลใครบ้างในวันนี้คนเกิดปี 1992–1999 มีวัยเด็กที่หายาก โตมากับ Analog และเป็นวัยรุ่นในยุค Digitalการละลายของน้ำแข็งในแถบอาร์กติกกำลังเปลี่ยนแปลงภูมิรัฐศาสตร์! จีนและรัสเซียเริ่มสำรวจน้ำแข็งในทะเลเป็นครั้งแรก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เจาะลึก 5 เรือนจำขนาดใหญ่ที่ใช้งบดูแลสูง ค่าใช้จ่ายต่อผู้ต้องขังอยู่ที่เท่าไรถอดรหัสตำนาน “เทพธิดาแห่งข้าว” ผู้ปกครองตั้งแต่สรวงสวรรค์ ผืนดิน ยันโลกบาดาล!ไขปริศนา 12,000 ปี... น้ำท่วมโลกในตำนาน เกิดจาก "ดาวปริศนา" บินเฉียดโลกจริงหรือ? 🌌ถอดรหัสปริศนา "นครวัด": เหตุใดมหานครเกือบเจ็ดแสนชีวิต... ถึงถูกทิ้งร้างกลายเป็นเมืองป่า?
ตั้งกระทู้ใหม่