หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปิดโลก 10 ชนเผ่าและกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วโลก กับวัฒนธรรมสุดแปลกตาที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

เขียนโดย Djung

    โลกของเรามีผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและกลุ่มชาติพันธุ์ แต่ละแห่งต่างมีภาษา การแต่งกาย ความเชื่อ และวิถีชีวิตที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมและประวัติศาสตร์ของตนเอง
   บางวัฒนธรรมเมื่อมองจากสายตาคนนอก อาจดูแปลกประหลาด ไม่คุ้นเคย หรือแตกต่างจากสิ่งที่เราเคยเห็น แต่สำหรับผู้คนในชุมชนเหล่านั้น สิ่งเหล่านี้คือ อัตลักษณ์ ความงาม และมรดกทางวัฒนธรรม ที่ถูกส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน

   วันนี้จึงเราจะพาไปรู้จักกับ 10 กลุ่มชาติพันธุ์จากหลายมุมโลก ตั้งแต่ กะเหรี่ยงคอยาว มังเบตูหัวทรงยาว ไปจนถึงกลุ่มชนพื้นเมืองที่ยังรักษาวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมเอาไว้

  1. กะเหรี่ยงคอยาว หรือชาวคะยัน – เมียนมาและไทย

   ภาพผู้หญิงสวมวงแหวนทองเหลือง จำนวนมาก รอบคอเป็นภาพที่หลายคนคุ้นตาเมื่อพูดถึง “กะเหรี่ยงคอยาว” แต่ชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มนี้อย่างเฉพาะเจาะจงคือ คะยัน (Kayan) และผู้หญิงบางกลุ่ม โดยเฉพาะ Kayan Lahwi มีประเพณีสวมวงแหวนทองเหลือง รอบคอ
เด็กผู้หญิงบางคนเริ่มสวมวงแหวนตั้งแต่อายุยังน้อย จากนั้นเมื่อเติบโตขึ้นจึงมีการเปลี่ยนขดทองเหลืองให้ยาวขึ้นและเพิ่มจำนวนรอบมากขึ้น งานศึกษาหนึ่งระบุว่า วงแหวนอาจมีน้ำหนักมาก และทำให้รู้สึกหนักหรือไม่สบายตัว แต่ผู้หญิงที่สวมจำนวนหนึ่งมองว่าสิ่งนี้เป็นความสวยงามและอัตลักษณ์ของตนเอง
   และสิ่งที่สำคัญคือ คอไม่ได้ยืดออกเหมือนการยืดกระดูกโดยตรง แต่แรงกดจากขดโลหะส่งผลต่อกระดูกไหปลาร้า และ โครงสร้างบริเวณไหล่ ทำให้เกิดภาพลักษณ์ว่าคอยาวขึ้น
   เหตุผลของประเพณีนี้มีคำอธิบายหลายแบบ แต่ไม่มีคำอธิบายเดียว ที่ได้รับการยอมรับทั้งหมด นักวิจัยพบว่าความงามและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นส่วนสำคัญของการสวมวงแหวน
ปัจจุบันประเพณีดังกล่าวกำลังลดลง โดยเฉพาะในคนรุ่นใหม่ แต่ยังมีผู้หญิงบางส่วนที่เลือกสืบทอดต่อไป

   2. มังเบตู – สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก กับประเพณี “ศีรษะทรงยาว”

   ชาวมังเบตู (Mangbetu) อยู่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ในอดีตมีประเพณีที่เรียกว่า Lipombo ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำให้รูปทรงศีรษะดูยาวขึ้น โดยเมื่อเด็กยังเล็ก และ กะโหลกยังอยู่ในช่วงพัฒนา ศีรษะจะถูกพันด้วยเส้นใยหรือเชือกอย่างแน่น เพื่อช่วยสร้างรูปทรงที่ยาวขึ้น ประเพณีนี้เคยมีความเกี่ยวข้องกับสถานะทางสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มชนชั้นปกครอง ของมังเบตู ก่อนที่แนวคิดดังกล่าวจะแพร่ไปยังกลุ่มใกล้เคียงและกลายเป็นอุดมคติด้านความงามในบางพื้นที่
   และเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ทั้งชายและหญิงยังสามารถใช้การพันเส้นใยและการจัดแต่งทรงผมเพื่อ เน้นให้ศีรษะดูยาวและโดดเด่นยิ่งขึ้น โดยพิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน ระบุว่า ผู้หญิงมักเสริมผมให้มีลักษณะคล้ายรัศมีรอบศีรษะด้วย
ดังนั้นภาพ “ศีรษะยาว” ที่เราเห็นในภาพเก่า ๆ ของชาวมังเบตู ไม่ใช่ความผิดปกติของร่างกาย แต่เกี่ยวข้องกับ ความงาม สถานะ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม

   3. ฮิมบา – นามิเบีย
   หากเห็นหญิงชาวฮิมบาในภาพถ่าย หลายคนอาจสะดุดตากับ ผิวและเส้นผมที่มีสีออกแดงหรือส้ม

   ชาวฮิมบา เป็นกลุ่มชนพื้นเมืองที่มีวิถีชีวิตแบบเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของ นามิเบียและบางพื้นที่ของแองโกลา
    สิ่งที่โดดเด่นคือการใช้ส่วนผสมที่มี ดินหรือแร่สีแดง ผสมกับไขมัน เพื่อทาบนร่างกาย และเส้นผม นอกจากช่วยสร้างรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว การแต่งกาย ทรงผม และเครื่องประดับยังสัมพันธ์กับวัย สถานะ และอัตลักษณ์ของบุคคล
   และชุมชนฮิมบา ยังมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับฝูงวัวอย่างมาก โดยงานบันทึกของ Smithsonian ระบุถึงการเลี้ยงวัว การเคลื่อนย้ายตามฤดูกาล พิธีกรรมเกี่ยวกับฝน บรรพบุรุษ และการทำผมของผู้หญิง
   ดังนั้นสีแดงที่เห็นบนร่างกายของหญิงฮิมบา จึงไม่ได้เป็นเพียง “การทาสีตัว” แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตของพวกเขา

   4. มูร์ซี – เอธิโอเปีย กับ “แผ่นประดับริมฝีปาก”

อีกหนึ่งภาพที่โด่งดังจากแอฟริกาคือหญิงชาว มูร์ซี (Mursi) ที่มีแผ่นกลมขนาดใหญ่บริเวณริมฝีปากล่าง
ในชุมชนมูร์ซี การเจาะริมฝีปากและค่อย ๆ ขยายขนาดเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่วัยผู้ใหญ่ โดยเริ่มจากการใส่ไม้หรือวัสดุขนาดเล็ก แล้วค่อย ๆ เพิ่มขนาด ก่อนที่จะใช้แผ่นประดับที่ทำจากไม้หรือดินเผา
   อย่างไรก็ตาม มีเรื่องหนึ่งที่ควรทำความเข้าใจให้ถูกต้อง นั่นคือ ไม่ควรสรุปง่าย ๆ ว่าพวกเธอทำเช่นนี้เพื่อทำให้ตัวเอง “ไม่สวย” หรือเพื่อป้องกันการถูกจับเป็นทาส เพราะแหล่งข้อมูลด้านมานุษยวิทยาของมูร์ซีระบุว่าความหมายของแผ่นริมฝีปากเกี่ยวข้องกับอัตลักษณ์ ความเป็นผู้ใหญ่ คุณธรรม และความอุดมสมบูรณ์ในวัฒนธรรมของพวกเขา
ปัจจุบันแผ่นริมฝีปากยังกลายเป็นภาพที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว และความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับการท่องเที่ยวก็เป็นประเด็นที่นักมานุษยวิทยาให้ความสนใจเช่นกัน

   5. ซูรี – เอธิโอเปีย
ซูรี (Suri) เป็นชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโอโมน้อย ของเอธิโอเปีย โดยในแหล่งข้อมูลทางมานุษยวิทยา Tirma Chai และ Baale ถูกกล่าวถึงว่าเป็นกลุ่มที่รวมอยู่ภายใต้หน่วยชาติพันธุ์ที่เรียกว่า Suri หนึ่งในเอกลักษณ์ที่คนทั่วโลกรู้จักคือ การประดับริมฝีปากของผู้หญิง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับกลุ่มมูร์ซี แต่มีรูปแบบและความหมายเฉพาะของแต่ละชุมชน นอกจากการประดับร่างกายแล้ว ผู้คนในพื้นที่ยังมีวิถีชีวิตเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงสัตว์ เกษตรกรรม และการใช้ทรัพยากรในภูมิประเทศที่มีความแห้งแล้ง
   สิ่งที่น่าสนใจคือ สิ่งที่คนภายนอกมองว่าเป็น “ความแปลก” กลับเป็นวิธีที่สมาชิกในชุมชนใช้ แสดงตัวตนและบอกว่าตนเองเป็นใครนั่นเอง

   6. มาซาอี – เคนยาและแทนซาเนีย

ถ้าพูดถึงกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีภาพจำชัดเจนที่สุดกลุ่มหนึ่งในแอฟริกา มาซาอี (Maasai) ต้องติดอันดับอย่างแน่นอน ซึ่งชาวมาซาอีมีชื่อเสียง เรื่องการเลี้ยงปศุสัตว์ โดยเฉพาะวัว ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงสัตว์สำหรับหาอาหาร แต่ยังมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ สังคม และสถานะของคนในชุมชน
   การแต่งกาย จะแต่งกายด้วยผ้าสีสด เครื่องประดับลูกปัด และพิธีกรรมต่าง ๆ เป็นส่วนสำคัญของอัตลักษณ์ของชาวมาซาอี
โดยวิถีชีวิต ของพวกเขาเกิดขึ้นจากการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ของแอฟริกาตะวันออก โดยการเคลื่อนย้ายเพื่อหาแหล่งน้ำและอาหารสำหรับฝูงสัตว์เป็นองค์ประกอบสำคัญของชีวิตแบบปศุสัตว์ดั้งเดิม

   7. ดานี – ปาปัว ประเทศอินโดนีเซีย
บนพื้นที่สูงของปาปัวมี ชาวดานี (Dani) ซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณหุบเขาบาเลียม (Baliem Valley) พื้นที่แห่งนี้อยู่สูงประมาณ 1,600 เมตร และเป็นพื้นที่ที่มีภูเขาล้อมรอบ โดยมีการทำเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะการปลูกมันเทศ ซึ่งเป็นพืชสำคัญของชุมชน

   สิ่งที่น่าสนใจของชนเผ่า ดานี คือ บ้านฮอนไอ (Honai) ซึ่งมีรูปทรงกลมและหลังคาทรงกรวย สร้างให้เหมาะกับสภาพอากาศบนภูเขาที่ค่อนข้างเย็น บ้านไม่ได้เป็นเพียงที่พักอาศัย แต่ยังเชื่อมโยงกับโครงสร้างครอบครัวและกิจกรรมทางสังคมของชุมชน ซึ่งทำให้เห็นว่าวัฒนธรรมของชาวดานี สะท้อนให้เห็นว่ามนุษย์สามารถสร้างรูปแบบการดำรงชีวิตที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศได้อย่างแปลกตาและน่าสนใจ

   8. ทัวเร็ก – ทะเลทรายซาฮารา
ท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ของแอฟริกาเหนือ ยังมี ชาวทัวเร็ก (Tuareg) กลุ่มชนที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับทะเลทรายมายาวนาน สิ่งที่คนทั่วไปจดจำและเป็นภาพจำ คือ ผ้าคลุมศีรษะและใบหน้า ของผู้ชาย ซึ่งมีสีและรูปแบบเป็นเอกลักษณ์
   ชีวิตของทัวเร็กในอดีต จะเกี่ยวข้องกับการเดินทางและการเลี้ยงสัตว์ รวมถึงการค้าข้ามพื้นที่ทะเลทราย การดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งทำให้พวกเขามีความรู้เกี่ยวกับเส้นทาง แหล่งน้ำ และภูมิประเทศอย่างลึกซึ้ง
สำหรับคนที่ไม่เคยสัมผัสทะเลทราย วิถีชีวิตเช่นนี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่สำหรับทัวเร็กแล้ว ทะเลทรายคือบ้านและพื้นที่ที่หล่อหลอมวัฒนธรรมของพวกเขา

   9. เซนทิเนลีส – อินเดีย กลุ่มชนที่เลือกอยู่ห่างจากโลกภายนอก
ชาวเซนทิเนลีส (Sentinelese) อาศัยอยู่บนเกาะนอร์ทเซนทิเนลในหมู่เกาะอันดามัน และ นิโคบาร์ของอินเดีย ซึ่งพวกเขาจะ แตกต่างจากหลายกลุ่มในบทความนี้ตรงที่เอกลักษณ์สำคัญไม่ได้อยู่ที่เครื่องแต่งกาย หรือการปรับเปลี่ยนร่างกาย แต่คือ การดำรงชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและจำกัดการติดต่อกับโลกภายนอก
   รัฐบาลอินเดียกำหนดให้เกาะและพื้นที่ทะเลโดยรอบเป็นเขตสงวนของชนเผ่า และใช้นโยบายลักษณะ “มองจากระยะห่างและไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว” เพื่อปกป้องวิถีชีวิตของพวกเขา ให้ดำรงไว้เป็นเอกลักษณ์ของชนเผ่า
   นี่จึงเป็นกลุ่มที่เราไม่ควรมองว่า “แปลก” เพียงเพราะพวกเขาไม่ต้องการใช้ชีวิตแบบคนสมัยใหม่ แต่ควรมองว่าเป็น สิทธิในการเลือกวิถีชีวิตของชุมชนหนึ่ง

   10. โมริโอริ – นิวซีแลนด์ กับ “กฎแห่งสันติภาพ”
ปิดท้ายด้วยกลุ่มที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์น่าสนใจมากอย่าง โมริโอริ (Moriori) ชนพื้นเมืองของหมู่เกาะแชทัม ทางตะวันออกเฉียงใต้ของนิวซีแลนด์
สิ่งที่โดดเด่นของโมริโอริคือหลัก Nunuku’s Law ซึ่งเป็นกฎแห่งสันติภาพที่ห้ามการฆ่ากันและการกินเนื้อมนุษย์ตามคติของบรรพบุรุษ พวกเขาพัฒนาสังคมที่ให้ความสำคัญกับสันติภาพและการดำรงชีวิตร่วมกันบนหมู่เกาะที่อยู่ห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่
   ในปี ค.ศ. 1835 โมริโอริต้องเผชิญกับการรุกรานจากกลุ่มชาวเมารีที่เดินทางมายังหมู่เกาะแชทัม แม้จะมีจำนวนมากกว่า แต่โมริโอริจำนวนหนึ่งเลือกที่จะไม่ต่อสู้เพราะยึดถือกฎแห่งสันติภาพ ผลที่ตามมาคือพวกเขาถูกสังหารและตกเป็นทาสจำนวนมาก
ซึ่งปัจจุบันโมริโอริยังคงมีลูกหลานและกำลังฟื้นฟูอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของตนเอง หลังจากในอดีตเคยถูกเข้าใจผิดและถูกเล่าประวัติศาสตร์อย่างไม่ถูกต้อง นั่นเอง

   เพราะเหตุใดวัฒนธรรมเหล่านี้จึงน่าสนใจ?
เมื่อมองรวมกันทั้ง 10 กลุ่ม จะเห็นว่าแต่ละแห่งมีวิธีแสดง “ความเป็นตัวเอง” แตกต่างกันอย่างมาก
บางกลุ่มใช้การประดับร่างกาย เช่น คะยันที่สวมวงแหวนทองเหลือง หรือ มูร์ซีที่ใช้แผ่นประดับริมฝีปาก บางกลุ่มมีรูปลักษณ์ที่เกิดจากค่านิยมเรื่องความงาม เช่น มังเบตูที่เคยมีประเพณีปรับรูปทรงศีรษะให้ยาว ขณะที่บางกลุ่มมีวิถีชีวิตที่เกิดจากสภาพแวดล้อม เช่น ฮิมบาที่ผูกพันกับการเลี้ยงสัตว์ ดานีที่อาศัยอยู่ในหุบเขาสูง หรือทัวเร็กที่ดำรงชีวิตท่ามกลางทะเลทราย
   และบางกลุ่มมีสิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้น นั่นคือ สิทธิในการรักษาวิถีชีวิตของตนเอง อย่างเช่นชาวเซนทิเนลีส
   ดังนั้น คำว่า “แปลก” อาจเป็นเพียงมุมมองของคนที่อยู่นอกวัฒนธรรมนั้น เพราะสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย อาจเป็นสิ่งธรรมดาและมีความหมายอย่างลึกซึ้งสำหรับคนอีกกลุ่มหนึ่ง โลกจึงไม่ได้มีเพียงวิถีชีวิตแบบเดียว แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้คนที่เลือกดำรงชีวิตในแบบที่สอดคล้อง กับประวัติศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และความเชื่อของพวกเขาเองต่างหาก

เนื้อหาโดย: Djung
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Djung's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 30 ครั้ง
เขียนโดย Djung
Djung
เน้นเนื้อหา เกี่ยวกับพืช เกษตร ต้นไม้ สุขภาพ และการลงทุนของโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ทั้งโลกการเงินและดิจิตัล
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 จังหวัด ราคาประเมินที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่เริ่มต้นเพียงหลักสิบบาทต่อตารางวาเหรียญบาทแบนเหรียญแรกของประเทศไทยเจาะลึก 5 ด่านชายแดนที่มีมูลค่าการค้าสูง สินค้าอะไรเดินทางผ่านมากที่สุดเปิดสถิติหวยย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ก.ย. คอหวยส่องด่วน! เลขเก่าเคยออกอะไรบ้าง ลุ้นโค้งสุดท้ายก่อนหวยออกเปิด 5 มหาวิทยาลัยไทยที่มีวิทยาเขตมากที่สุดเลขเด่น 16/9/69 สำนักไหนให้เลขอะไร? เทียบชัด ๆ เลขไหนชนกันหลายสำนักเปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญาเปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดีเปิดเบื้องลึก 5 สถานีตำรวจที่มีพื้นที่รับผิดชอบกว้างที่สุด เจ้าหน้าที่หนึ่งคนต้องดูแลประชาชนกี่คนเปิด "อำเภอที่มีพื้นใหญ่"ของไทย ขนาดกว้างจนเทียบได้กับหลายจังหวัด5 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบ5 สาเหตุที่ต้นไม้ใบเหลือง ทั้งที่รดน้ำทุกวัน และวิธีสังเกตอาการ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เหรียญบาทแบนเหรียญแรกของประเทศไทยเจาะลึก 5 ด่านชายแดนที่มีมูลค่าการค้าสูง สินค้าอะไรเดินทางผ่านมากที่สุด5 อำเภอเมืองบนดอยของไทย ที่ระดับความสูงสร้างเสน่ห์ต่างจากพื้นราบสูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 16/9/69ซักเสร็จใหม่ ๆ หอมฟุ้ง ทำไมพอผ้าแห้งกลับแทบไม่มีกลิ่น?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่มีนักศึกษาต่างชาติเข้ามาเรียนมากที่สุดเหรียญบาทแบนเหรียญแรกของประเทศไทยเจาะลึก 5 ด่านชายแดนที่มีมูลค่าการค้าสูง สินค้าอะไรเดินทางผ่านมากที่สุดเปิดเบื้องลึก 5 สถานีตำรวจที่มีพื้นที่รับผิดชอบกว้างที่สุด เจ้าหน้าที่หนึ่งคนต้องดูแลประชาชนกี่คน
ตั้งกระทู้ใหม่