หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เมื่อชีวิตมืดแปดด้าน ลองใช้ 5 วิธีคิดนี้พาตัวเองไปต่อ

เขียนโดย Benri


เมื่อชีวิตมืดแปดด้าน ลองใช้ 5 วิธีคิดนี้พาตัวเองไปต่อ

ย้อนกลับไปในวันที่ชีวิตเหมือนถูกต้อนจนชนฝา ทั้งเรื่องเงิน เรื่องงาน หนี้สิน และภาระรอบตัวโถมเข้ามาพร้อมกันจนแทบรับไม่ไหว มองไปทางไหนก็เจอแต่ความมืดมน เงินในบัญชีเหลือไม่ถึงร้อย หันหาใครก็ไม่มีใครให้พึ่งพา

ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนกำลังลอยคออยู่กลางทะเลลึกอย่างโดดเดี่ยว พยายามว่ายเข้าไปหาเรือของคนอื่น หวังจะขอเกาะสักนิดหรือขอความช่วยเหลือสักหน่อย แต่กลับไม่มีใครยื่นมือมาช่วย ความสิ้นหวังแบบนั้นทั้งน่ากลัวและทำให้เอาแต่ถามตัวเองว่า “ทำไมต้องเป็นเราด้วยวะ”

แต่พอผ่านจุดนั้นมาได้จึงเข้าใจว่า วิกฤตไม่ได้มีไว้เพื่อบอกว่าเราล้มเหลวเสมอไป บางครั้งมันบังคับให้เราได้ใช้ความแข็งแกร่งและศักยภาพที่ซ่อนอยู่ หากวันนี้ใครกำลังลอยคออยู่ในจุดที่เหนื่อยล้าจนแทบหมดแรง ลองหยุดพัก ถอนหายใจยาว ๆ แล้วค่อยตั้งสติไปกับ 5 วิธีคิดนี้

1. หยุดดราม่ากับตัวเอง แล้วถามว่า “ตอนนี้ทำอะไรได้บ้าง?”

ตอนตกต่ำที่สุด สมองชอบเปิดเพลงเศร้าแล้วตั้งคำถามตัดพ้อวนไปวนมาว่า “ทำไมต้องเป็นเราวะ?” แต่คิดไปก็มีแต่จะตัดกำลังใจตัวเอง

จุดเปลี่ยนอยู่ตรงที่เรายอมหยุดดราม่า แล้วเปลี่ยนคำถามใหม่ตรง ๆ ว่า “เออ...แล้วตอนนี้ฉันทำอะไรได้บ้าง?” ปัญหาอาจไม่ได้หายวับไปทันที แต่คำถามนี้จะดึงสติกลับมาอยู่กับปัจจุบัน จากที่นั่งร้องไห้สิ้นหวัง ก็เริ่มลุกขึ้นมามองหาทางออกเล็ก ๆ ที่ยังพอทำได้

2. ซอยปัญหาให้เล็กลง เหลือแค่เรื่องของ “วันนี้”

เมื่อมีปัญหาเรื่องเงิน เรามักลากความกลัวในอีก 5 ปีหรือ 10 ปีข้างหน้ามารวมกัน จนกลายเป็นภูเขาลูกใหญ่ แต่ความจริงคือเราไม่จำเป็นต้องแก้ทั้งชีวิตให้จบภายในวันเดียว

เริ่มจากถามตัวเองว่า วันนี้มีเงินเหลือเท่าไร ค่าใช้จ่ายจำเป็นมีอะไรบ้าง รายการไหนหยุดได้ชั่วคราว และมีงานเล็ก ๆ อะไรที่ทำแล้วได้เงินเข้ามาหมุนหรือไม่ จากนั้นจดปัญหาแยกเป็นเรื่อง ๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่างวด และหนี้ที่ใกล้ถึงกำหนดที่สุด

การหาเงินได้เพียงหลักร้อยในวันนี้อาจดูน้อย แต่มันคือเสาเข็มต้นแรกที่ช่วยให้เรากลับมายืนได้อีกครั้ง

3. พักสายตาจากโลกโซเชียล

ในวันที่กำลังแย่ การเห็นคนอื่นกินหรู อยู่สบาย หรือใช้ชีวิตดูดี อาจเหมือนเอาเกลือมาทาแผล ทั้งที่ภาพบนหน้าฟีดเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เจ้าของบัญชีเลือกให้คนอื่นเห็น เราไม่มีทางรู้ทั้งหมดว่าหลังกล้องเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง

แทนที่จะเอาแผลของตัวเองไปเทียบกับภาพสวย ๆ ของคนอื่น ลองกลับมาแข่งกับตัวเอง วันนี้คุมสติได้ดีกว่าเมื่อวานไหม? วันนี้กล้าลุกขึ้นมาหาช่องทางทำมาหากินใหม่หรือยัง? ถ้าพาตัวเองลุกขึ้นมาสู้ต่อได้ ทั้งที่ใจอยากนอนซม แค่นี้ก็ถือว่าชนะตัวเองแล้ว

4. อย่าปล่อยให้ความกลัวพาเราหลงทาง

เวลาเครียดมาก ๆ สมองมักอยากหาทางออกให้เร็วที่สุด จนบางครั้งเผลอตัดสินใจรับเงินกู้ดอกเบี้ยสูง หรือข้อเสนอเสี่ยง ๆ เพียงเพราะอยากพ้นจากความเจ็บปวดให้ไว

ก่อนตัดสินใจเรื่องใหญ่ ลองหยุดและถามตัวเองว่า “สิ่งที่กำลังจะทำแก้ปัญหาจริง ๆ หรือแค่ทำให้สบายใจขึ้นชั่วคราว?” ตรวจเงื่อนไข ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และยอดที่ต้องจ่ายทั้งหมดให้ชัดเจน อย่ารีบโอนเงินหรือให้ข้อมูลส่วนตัวกับผู้ที่อ้างว่าจะช่วยกู้เงินหรือปิดหนี้

หากเริ่มชำระไม่ไหว ควรติดต่อเจ้าหนี้เพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ก่อนปล่อยให้ปัญหาหนักขึ้น หากยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหน สามารถขอคำปรึกษาจาก ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย โทร. 1213 ได้

5. รวบรวม “ต้นทุน” ที่ยังมีอยู่ แล้วเริ่มตั้งหลักใหม่

เวลาหมดตัว สมองมักคิดถึงแต่สิ่งที่ไม่มี ทั้งไม่มีเงิน ไม่มีคอนเนกชัน หรือไม่มีโชค แต่เรายังอาจมีเวลา แรงกาย ประสบการณ์ และทักษะบางอย่างเหลืออยู่

ลองกลับมาสำรวจตัวเองว่าทำอะไรเป็นบ้าง เช่น ขับรถ ทำอาหาร ซ่อมของ ใช้คอมพิวเตอร์ หรือพูดคุยกับลูกค้า จากนั้นเลือกสิ่งที่ทำได้จริงและไม่ต้องลงทุนเกินกำลังมาทดลองต่อยอดเป็นรายได้ โดยตรวจสอบนายจ้างหรือผู้ว่าจ้างให้รอบคอบก่อนทุกครั้ง

หากมีหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลที่กลายเป็นหนี้เสียแล้ว อาจตรวจสอบคุณสมบัติของ คลินิกแก้หนี้ by SAM หรือโทร. 1443 เพื่อสอบถามแนวทางที่เหมาะกับสถานะหนี้ของตัวเอง

การต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่จากศูนย์ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะดีขึ้นในทันที แต่อย่างน้อยเรายังเริ่มจากก้าวเล็ก ๆ ที่ควบคุมได้ รอบนี้ไม่ได้เริ่มจากความว่างเปล่า แต่เริ่มจาก “บทเรียนและประสบการณ์” ที่ไม่มีใครแย่งไปจากเราได้

เนื้อหาโดย: Benri
ขอบคุณภาพประกอบจาก https://pixabay.com/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Benri's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 28 ครั้ง
เขียนโดย Benri
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: ครัวบ้าน ณ หน้าแมว
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“แผนที่โลกกำลังเปลี่ยนไป” เมื่อสหประชาชาติสนับสนุนแผนที่ที่สะท้อนขนาดของทวีปได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้นเปิด "อำเภอที่มีพื้นใหญ่"ของไทย ขนาดกว้างจนเทียบได้กับหลายจังหวัดความลับของ "บัวน้ำเงินแห่งไนล์" : พืชกล่อมประสาทที่เคยมนต์สะกดอียิปต์โบราณเปิด 5 มหาวิทยาลัยไทย ที่เรียนจบยากที่สุด ต้องผ่านกี่ด่านกว่าจะได้ปริญญาทำไม "ตู้คอนเทนเนอร์" ส่วนใหญ่ถึงต้องทำเป็นลอนคลื่น ไม่ทำแผ่นเรียบ?เปิด 5 จังหวัด ราคาประเมินที่ดินถูกที่สุดในไทย บางพื้นที่เริ่มต้นเพียงหลักสิบบาทต่อตารางวาเปิด 5 โรงเรียนเฉพาะทางที่สอบเข้ายาก ที่นั่งน้อยแต่คนแห่สมัคร ใครอยากเข้าเตรียมตัวให้ดีทำไมเครื่องจักรก่อสร้างส่วนใหญ่จึงเป็น “สีเหลือง”?ทำไมเสาไฟฟ้าไทยจึงเป็นทรงเหลี่ยม เรื่องเล่ากันงูจริงแค่ไหน?“เห็ดระโงกหิน” (Death Cap) เห็ดพิษร้ายแรงที่อันตรายที่สุดชนิดหนึ่งของโลก5 มหาวิทยาลัยไทยที่ดูสวยหรูเหมือนอยู่ต่างประเทศเปิด 7 อาชีพในไทยที่รายได้ดี แต่คนทั่วไปแทบไม่รู้ว่ามีอาชีพนี้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
“แผนที่โลกกำลังเปลี่ยนไป” เมื่อสหประชาชาติสนับสนุนแผนที่ที่สะท้อนขนาดของทวีปได้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้นความลับของ "บัวน้ำเงินแห่งไนล์" : พืชกล่อมประสาทที่เคยมนต์สะกดอียิปต์โบราณทำไม "ตู้คอนเทนเนอร์" ส่วนใหญ่ถึงต้องทำเป็นลอนคลื่น ไม่ทำแผ่นเรียบ?🤔 ไขข้อสงสัย! ทำไม “แห้ว” ถึงกลายเป็นคำที่หมายถึง “ผิดหวัง” ทั้งที่จริง ๆ แล้วกินก็อร่อย?เด็กจีนร้องไห้โดนแม่สั่งให้ทำการบ้าน ลั่น! เรียนหนักแค่ไหน สุดท้ายก็เป็นทาสคนรวยอยู่ดี😯 ชวนเข้ามาดูภาพที่จะพิสูจน์ว่าสิ่งไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา 😁
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ดาวแมกนีตาร์…ซากดาวฤกษ์ขนาดเท่าเมือง แต่มีสนามแม่เหล็กทรงพลังที่สุดในจักรวาล🪐 ดาวเสาร์ไม่ได้มีแค่ “หกเหลี่ยม” ทางเหนือ — ตอนนี้เจอคลื่นคล้าย “สิบเหลี่ยม” ทางใต้ด้วยย้อนเวลา 13,000 ปี... ปริศนา "หญิงโบราณแห่งถ้ำลอด" และร่องรอยมนุษย์ยุคแรกในประเทศไทยโลกที่เราลืม: ทำไม "พญาช้างงายาว" ถึงหายไปจากความทรงจำของมนุษย์?
ตั้งกระทู้ใหม่