ทำไมคนโบราณเรียกคนตายว่า “ผู้วายชนม์” คำนี้มีความหมายลึกซึ้งกว่าที่คิด
เคยสังเกตไหมครับว่า เวลาอ่านข่าวหรือเรื่องราวที่เกี่ยวกับการเสียชีวิตของใครสักคน เรามักจะเจอคำว่า “ผู้วายชนม์” หรือบางครั้งก็ใช้คำว่า “ผู้วายชนม์แล้ว” แทนการพูดตรง ๆ ว่า “คนตาย”
คำนี้ฟังดูสุภาพและเป็นทางการ แต่ถ้าถามว่า...
“แล้วคำว่า ผู้วายชนม์ จริง ๆ แปลว่าอะไร?”
หลายคนอาจตอบได้เพียงว่า หมายถึงคนที่เสียชีวิตแล้ว แต่เมื่อมองลึกลงไปในความหมายของคำ จะพบว่าคำนี้น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ
เพราะคำว่า “ผู้วายชนม์” ไม่ได้เป็นเพียงคำสวย ๆ ที่เอาไว้ใช้แทนคำว่า “คนตาย” เท่านั้น แต่เป็นคำที่สะท้อนวิธีการใช้ภาษาไทยในการพูดถึง การสิ้นสุดของชีวิตด้วยถ้อยคำที่สุภาพและให้เกียรติผู้จากไป
แล้วคำว่า “วายชนม์” หมายถึงอะไร?
คำว่า “วายชนม์” สามารถมองแยกออกเป็น 2 ส่วน คือคำว่า “วาย” และ “ชนม์”
คำว่า “วาย” ในภาษาไทยมีความหมายเกี่ยวกับการสิ้นสุด หมด หรือจบลง เช่น เราอาจเคยได้ยินคำว่า “วายปราณ” ซึ่งหมายถึงสิ้นชีวิต
ส่วนคำว่า “ชนม์” เป็นคำที่เกี่ยวข้องกับชีวิตหรือการเกิดมา
เมื่อนำมารวมกันเป็น “วายชนม์” จึงมีความหมายในทำนองว่า ชีวิตได้สิ้นสุดลง หรือเสียชีวิต
ดังนั้นเมื่อพูดว่า “ผู้วายชนม์” จึงหมายถึง บุคคลผู้เสียชีวิตหรือผู้ที่ถึงแก่ความตายแล้ว
ฟังดูแล้วก็เป็นคำที่ตรงความหมาย เพียงแต่มีน้ำเสียงที่สุภาพและเป็นภาษาเขียนมากกว่าคำว่า “คนตาย” ที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน
แล้วทำไมต้องมีคำเรียกคนตายหลายแบบ?
นี่เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจของภาษาไทยครับ
ถ้าสังเกตดี ๆ เราจะพบว่า ภาษาไทยมีคำที่ใช้กล่าวถึงการเสียชีวิตอยู่หลายคำมาก เช่น
เสียชีวิต
ถึงแก่กรรม
ถึงแก่อสัญกรรม
มรณภาพ
สิ้นชีพ
สิ้นชีวิต
วายชนม์
วายปราณ
แม้หลายคำจะมีความหมายเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตเหมือนกัน แต่การเลือกใช้คำจะแตกต่างกันตาม บุคคล สถานการณ์ และระดับของภาษา
บางคำใช้ในภาษาทั่วไป บางคำใช้ในงานเขียน บางคำใช้กับพระสงฆ์หรือบุคคลบางระดับ และบางคำก็มีลักษณะเป็นภาษาโบราณหรือภาษาทางการ
นี่แหละครับที่ทำให้ภาษาไทยมีเสน่ห์ เพราะเรื่องเดียวกันสามารถเลือกใช้คำได้หลายรูปแบบ และแต่ละคำก็มีน้ำเสียงแตกต่างกันออกไป
“คนตาย” กับ “ผู้วายชนม์” ให้ความรู้สึกไม่เหมือนกัน
ลองพูดสองประโยคนี้ดูครับ
“คนตายอยู่ในบ้านหลังนั้น”
กับ
“ผู้วายชนม์ถูกนำไปประกอบพิธีตามประเพณี”
แม้ใจความจะเกี่ยวกับคนที่เสียชีวิตเหมือนกัน แต่ความรู้สึกของคำพูดแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
คำว่า “คนตาย” เป็นคำที่ตรงไปตรงมา เข้าใจง่าย และใช้ในชีวิตประจำวัน
ส่วน “ผู้วายชนม์” ให้ความรู้สึกเป็นภาษาเขียน มีความสุภาพ และเหมาะกับการกล่าวถึงผู้ที่จากไปในบริบทที่ต้องการให้เกียรติ
โดยเฉพาะในบทความ หนังสือ ข่าว หรือเรื่องราวที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เราจึงมักพบคำลักษณะนี้อยู่บ่อย ๆ
ที่น่าสนใจก็คือ คนสมัยก่อนมีคำพูดเกี่ยวกับ “ความตาย” มากมาย
ถ้าเราลองย้อนกลับไปอ่านหนังสือหรือเอกสารภาษาไทยเก่า ๆ จะพบว่าคนไทยไม่ได้มองเรื่องความตายด้วยคำพูดแบบเดียว
มีทั้งคำที่หมายถึงการจากไป การสิ้นชีวิต การหมดลมหายใจ หรือการเดินทางไปสู่ภพอื่น
คำเหล่านี้บางคำยังคงใช้มาจนถึงปัจจุบัน ขณะที่บางคำแทบไม่ได้ยินในชีวิตประจำวันแล้ว
และนี่เองที่ทำให้คำว่า “ผู้วายชนม์” เป็นอีกหนึ่งคำที่น่าสนใจ เพราะแม้คนทั่วไปอาจไม่ได้พูดกันทุกวัน แต่เรายังคงพบคำนี้ในงานเขียนและข่าวอยู่เสมอ
บางครั้ง “คำโบราณ” ก็ไม่ได้หายไปไหน
สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจมากคือ เรามักคิดว่าคำโบราณเป็นคำที่คนสมัยนี้เลิกใช้ไปแล้ว
แต่ความจริงไม่ใช่ทั้งหมดครับ
หลายคำยังคงอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนจากการพูดในชีวิตประจำวัน มาอยู่ใน ภาษาเขียน ภาษาข่าว หนังสือ ประวัติศาสตร์ และงานวรรณกรรม
“ผู้วายชนม์” ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของคำที่ยังมีชีวิตอยู่ในภาษาไทย
เพียงแต่ถ้าให้เราเลือกพูดกับเพื่อนว่า
“เมื่อวานมีผู้วายชนม์ที่โรงพยาบาล”
ก็คงฟังดูเป็นทางการมาก ๆ 😅
ในชีวิตประจำวันเราน่าจะพูดว่า “มีคนเสียชีวิต” มากกว่า
แต่เมื่ออยู่ในบริบทของบทความหรือข่าว คำว่า “ผู้วายชนม์” กลับทำให้ข้อความดูสุภาพและเป็นทางการขึ้น
เรื่องเล็ก ๆ จากคำหนึ่งคำ แต่สะท้อนวัฒนธรรมทางภาษา
พอได้รู้ความหมายแล้ว ผมกลับรู้สึกว่า ภาษาไทยมีรายละเอียดที่น่าสนใจมากกว่าที่เราคิด
คำว่า “ตาย” เป็นความจริงของชีวิตที่ทุกคนเข้าใจ
แต่การที่มนุษย์สร้างคำขึ้นมาหลากหลายเพื่อกล่าวถึงความตาย ก็สะท้อนให้เห็นว่า คนเราพยายามใช้ภาษาในการพูดถึงเรื่องที่ละเอียดอ่อนด้วยความสุภาพและให้เกียรติ
ดังนั้น ครั้งต่อไปถ้าเห็นคำว่า “ผู้วายชนม์” ในหนังสือ ข่าว หรือบทความ ก็ไม่ต้องสงสัยแล้วนะครับว่าเขาหมายถึงใคร
เพราะคำนี้ก็คือคำที่ใช้เรียก ผู้ที่เสียชีวิตหรือผู้ที่ชีวิตสิ้นสุดลงแล้ว
แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าความหมายของคำ คือมันทำให้เราเห็นว่า...
แม้แต่เรื่องความตาย คนไทยก็ยังมีวิธีเลือกใช้ภาษาเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ที่จากไป
และนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมคำโบราณหลายคำ แม้จะไม่ค่อยได้ยินในบทสนทนาประจำวัน แต่ก็ยังคงถูกเก็บรักษาและส่งต่อมาจนถึงทุกวันนี้
แล้วคุณเคยได้ยินคำว่า “ผู้วายชนม์” จากที่ไหนบ้าง?
บางคนอาจเคยได้ยินจากข่าว
บางคนอาจเคยเห็นในหนังสือ
หรือบางคนอาจเคยได้ยินจากคนรุ่นพ่อรุ่นแม่
สำหรับคุณ คำว่า “ผู้วายชนม์” ฟังแล้วรู้สึกอย่างไร และมีคำโบราณเกี่ยวกับความตายคำไหนที่คุณเคยสงสัยอีกบ้าง?
ลองมาแชร์กันครับ บางทีคำที่เราได้ยินมาตั้งแต่เด็ก อาจมีเรื่องราวและความหมายที่น่าสนใจกว่าที่เราคิดก็ได้
แหล่งข้อมูลสำหรับค้นคว้าเพิ่มเติม
- สำนักงานราชบัณฑิตยสภา — พจนานุกรมภาษาไทยและข้อมูลด้านภาษาไทย
https://dictionary.orst.go.th/ - สำนักงานราชบัณฑิตยสภา — เว็บไซต์หลัก
https://www.orst.go.th/ - คลังข้อมูลดิจิทัล กรมศิลปากร — สำหรับค้นคว้าเอกสารและเรื่องราวด้านภาษาและวัฒนธรรมไทย
https://digital.nlt.go.th/
Tags
#ผู้วายชนม์ #คำโบราณ #ภาษาไทย #คำไทยน่ารู้ #ความหมายของคำ #เรื่องน่ารู้ #เกร็ดความรู้ #วัฒนธรรมไทย #เรื่องเล่าจากอดีต #ประวัติศาสตร์ไทย #Postjung
เขียนโดย sansanti
มหาทักษา 1 ต.ค. 69 เทียบโพยหวยใน PostJung เลขไหนตรงกันบ้าง
เฮอริเคน ไต้ฝุ่น และไซโคลนต่างกันตรงไหน
ทำไมเราถึงชอบคิดเรื่องอายๆ ตอนกำลังจะนอน?
ทำไมแว่นหลากยี่ห้อจึงพัวพันกับชื่อ EssilorLuxottica
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
แฟนเก่ากลับมาคุย เพราะเหงาหรือยังรัก?
ทำไมแผลกระดาษบาดนิ้วเล็กนิดเดียวจึงเจ็บมาก
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เลขม้าสีหมอก 1/10/69 เปิดเลขเด่นบน-ล่าง พร้อมชุด 2 ตัว งวด 1 ตุลาคม 2569
AI ไล่สถิติหวยย้อนหลัง 20 ปี งวด 1 ต.ค. 69 จับตาเลขท้าย 2 ตัว
ไขข้อสงสัย “ขนมแมวเลีย” คืออะไร? ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบกินนักนะ 🐱
อำเภอไหนชื่อยาวที่สุดในประเทศไทย ? เปิด 2 อำเภอในไทยที่มีชื่อยาวถึง 8 พยางค์
ไม่มีหัวใจแล้วอยู่ได้อย่างไร? รู้จักร่างกายของแมงกะพรุน
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย
ผู้สูงวัยกับการใช้โทรศัพท์มือถือและโซเชียลมีเดีย มีประโยชน์มากกว่าที่คิด แต่ก็มีเรื่องที่ต้องระวัง
ฝนระลอกใหม่มาแล้ว 23–27 ก.ย. บ้านใครเริ่มมีน้ำท่วมกันบ้าง?
ทุกวันนี้เรายังค้นหาใน Google อยู่ไหม หรือเริ่มหันมาใช้ AI ถามทุกเรื่องกันแล้ว?
โลกออนไลน์ทำให้เรามีเพื่อนมากขึ้น หรือจริง ๆ แล้วทำให้คนเราเหงามากขึ้น?


