ชาติไหนซื้อยางพาราจากไทยมากที่สุด? จีนครองอันดับ 1 กับตัวเลขที่น่าสนใจ
ถ้าถามว่า ประเทศไหนซื้อยางพาราจากไทยมากที่สุด คำตอบค่อนข้างชัดเจนคือ จีน
ข้อมูลปี 2568 ระบุว่า ไทยส่งออก ยางธรรมชาติ ไปจีนมูลค่า 174,316 ล้านบาท จากมูลค่าการส่งออกยางธรรมชาติทั้งหมด 289,473 ล้านบาท หรือคิดเป็น 60.22% ของทั้งหมด
พูดง่าย ๆ คือ ถ้ามองเฉพาะมูลค่าการส่งออกยางธรรมชาติของไทยในปีนั้น เงินส่งออกทุก ๆ 100 บาท มีประมาณ 60 บาทที่มาจากตลาดจีน
และตัวเลขนี้ทำให้เห็นชัดว่า จีนไม่ได้เป็นเพียง “หนึ่งในตลาดสำคัญ” แต่เป็น ตลาดอันดับ 1 ที่มีน้ำหนักสูงมากต่ออุตสาหกรรมยางไทย
คำตอบคือจีน แล้วซื้อยางไทยเท่าไร?
ตารางข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรระบุว่า ในปี 2568 ไทยส่งออกยางธรรมชาติไปตลาดต่างประเทศรวม 289,473 ล้านบาท
ตลาดสำคัญ 5 อันดับแรกมีดังนี้
ตัวเลขที่สะดุดตาที่สุดจึงไม่ใช่แค่การที่จีนอยู่อันดับ 1 แต่คือ ช่องว่างระหว่างจีนกับตลาดอันดับ 2
ในปีเดียวกัน จีนมีมูลค่าการซื้อยางธรรมชาติจากไทยมากกว่าญี่ปุ่นเกือบ 9.4 เท่า เมื่อเทียบจากมูลค่าการส่งออกตามชุดข้อมูลดังกล่าว
จีนไม่ได้แค่เป็นอันดับ 1 แต่สัดส่วนเกินครึ่ง
อีกจุดที่น่าสนใจคือ ในปี 2567 จีนมีมูลค่าการนำเข้ายางธรรมชาติจากไทย 136,379 ล้านบาท คิดเป็น 50.38% ของทั้งหมด
ปี 2568 ตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 174,316 ล้านบาท และสัดส่วนเพิ่มเป็น 60.22%
นั่นหมายความว่า มูลค่าการส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้นประมาณ 27.8% ในหนึ่งปี จากการคำนวณจากข้อมูลทั้งสองปี
ขณะที่มูลค่าการส่งออกยางธรรมชาติของไทยรวมทั้งตลาดเพิ่มจาก 270,706 ล้านบาทในปี 2567 เป็น 289,473 ล้านบาทในปี 2568
จึงเกิดภาพที่น่าสนใจขึ้นมา คือ ตลาดจีนโตเร็วกว่าภาพรวมการส่งออกยางธรรมชาติของไทยอย่างชัดเจน
แล้วทำไมจีนจึงซื้อยางจากไทยมาก?
เหตุผลไม่ได้มีเพียงเรื่อง “ไทยปลูกยางเยอะ”
โครงสร้างอุตสาหกรรมยางของจีนมีขนาดใหญ่มาก ทั้งการผลิตยางล้อ ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ขณะที่จีนเป็นทั้งผู้บริโภคและผู้นำเข้ายางธรรมชาติรายใหญ่ของโลก
Krungsri Research ระบุว่าในปี 2566 จีนคิดเป็นประมาณ 45.7% ของการบริโภคยางพาราขั้นกลางของโลก และ 45.9% ของการนำเข้าของโลก และจีนเป็นตลาดหลักของการส่งออกยางพาราขั้นกลางจากไทย
ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ชี้ว่า จีนเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย รวมถึงเป็นตลาดสำคัญของประเทศผู้ผลิตยางรายอื่นในภูมิภาคด้วย
ดังนั้นภาพที่เห็นจึงเป็นห่วงโซ่ตั้งแต่สวนยางไทย → การแปรรูป → การส่งออก → โรงงานในจีน → ผลิตภัณฑ์ยางและอุตสาหกรรมยานยนต์
ยางที่ส่งออกไม่ได้มีชนิดเดียว
คำว่า “ยางพารา” ที่เราใช้กันทั่วไป จริง ๆ แล้วในตลาดส่งออกมีหลายรูปแบบ
เช่น
- ยางแท่ง
- ยางแผ่นรมควัน
- น้ำยางข้น
- ยางรูปแบบอื่น ๆ
- ยางผสมและยางคอมพาวด์ในกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลปี 2568 จาก Rubber Intelligence Unit ระบุว่า การส่งออกยางธรรมชาติไปจีนในช่วง 8 เดือนแรกอยู่ที่ 696,000 ตัน เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในจำนวนนี้มีทั้งยางแท่ง ยางแผ่นรมควัน และน้ำยางข้น
จึงไม่ควรตีความว่า “จีนซื้อยางชนิดเดียวจากไทย” แต่เป็นตลาดที่รับยางหลายประเภทจากไทย
สิ่งที่น่าสนใจกว่าคำว่า “จีนซื้อเยอะ”
ตัวเลข 60.22% สะท้อนอีกด้านหนึ่งด้วย
นั่นคือ ตลาดส่งออกยางธรรมชาติของไทยมีการกระจุกตัวอยู่ในจีนค่อนข้างมาก
Krungsri Research เคยประเมินว่าในปี 2566 จีนคิดเป็น 60.2% ของการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางขั้นกลางของไทย และมองว่าการพึ่งพาตลาดจีนทำให้อุตสาหกรรมมีความเสี่ยงเมื่อเศรษฐกิจหรือความต้องการของตลาดจีนเปลี่ยนแปลง
ดังนั้นตัวเลข “จีนซื้อเยอะ” จึงมีสองด้าน
ด้านแรก: เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่ช่วยรองรับผลผลิตยางไทย
อีกด้าน: หากตลาดจีนชะลอตัว ผู้ส่งออกไทยก็มีโอกาสได้รับผลกระทบมากกว่าการมีตลาดที่กระจายตัว
แล้วปี 2569 จีนยังเป็นตลาดหลักอยู่หรือไม่?
ข้อมูลปี 2569 ที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่ใช่ข้อมูลเต็มปี แต่ภาพรวมยังชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า จีนยังเป็นตลาดหลักของยางพาราไทย
Rubber Intelligence Unit รายงานล่าสุดว่าจีนยังเป็นตลาดส่งออกยางพาราหลักของไทย โดยมีสัดส่วนประมาณ 40% ของการส่งออกทั้งหมดในบริบทข้อมูลปี 2569
ขณะเดียวกัน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า มูลค่าส่งออกยางพาราไทยไปจีนในปี 2569 อาจอยู่ที่ประมาณ 1,998 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 1.8% แต่ก็เตือนว่าการแข่งขันในตลาดจีนรุนแรงขึ้น และส่วนแบ่งของไทยมีความท้าทายมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
จึงต้องแยกให้ชัดว่า “จีนยังเป็นตลาดอันดับ 1” กับ “ไทยกำลังได้เปรียบจีนมากขึ้น” เป็นคนละเรื่องกัน
อย่างแรกมีข้อมูลรองรับค่อนข้างชัด ส่วนอย่างหลังกลับมีสัญญาณว่าการแข่งขันกำลังหนักขึ้น
สรุปง่าย ๆ จีนคือลูกค้ารายใหญ่ของยางไทย
คำตอบของคำถาม “ชาติไหนซื้อยางพาราจากไทยมากที่สุด?” คือ จีน
ปี 2568 ไทยส่งออกยางธรรมชาติไปจีน 174,316 ล้านบาท คิดเป็น 60.22% ของมูลค่าการส่งออกยางธรรมชาติทั้งหมด และทิ้งห่างตลาดอันดับ 2 อย่างญี่ปุ่นอย่างมาก
แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกเพียงว่าจีนเป็นลูกค้ารายใหญ่เท่านั้น
มันยังบอกว่า ตลาดจีนมีความสำคัญต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมยางของไทยอย่างมาก และในเวลาเดียวกันก็เป็นเหตุผลที่ไทยต้องจับตาความต้องการและการแข่งขันในตลาดจีนอย่างใกล้ชิด
เพราะสำหรับยางไทยแล้ว จีนไม่ใช่แค่ “ตลาดหนึ่ง” แต่เป็น ตลาดที่มีน้ำหนักมากพอจะเปลี่ยนภาพรวมของการส่งออกได้
สำนักงานสถิติแห่งชาติ — Statistical Yearbook Thailand 2025
Rubber Intelligence Unit — สถิติการค้าไทย
ธนาคารแห่งประเทศไทย — อุตสาหกรรมยางพาราไทย
Krungsri Research — แนวโน้มอุตสาหกรรมยางพารา 2569–2571
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย — ตลาดยางพาราไทยไปจีนปี 2569
WITS / World Bank — Thailand Natural Rubber Exports 2024
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทย
ทำไมเราถึงชอบคิดเรื่องอายๆ ตอนกำลังจะนอน?
ทำไมแว่นหลากยี่ห้อจึงพัวพันกับชื่อ EssilorLuxottica
มหาทักษา 1 ต.ค. 69 เทียบโพยหวยใน PostJung เลขไหนตรงกันบ้าง
AI ไล่สถิติหวยย้อนหลัง 20 ปี งวด 1 ต.ค. 69 จับตาเลขท้าย 2 ตัว
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
Blink Digital ฟ้อง Meta กรณีบัญชีถูกระงับปิดใช้งาน
ไขข้อสงสัย “ขนมแมวเลีย” คืออะไร? ทำไมเจ้าเหมียวถึงชอบกินนักนะ 🐱
ซึมเศร้าอาจไม่ได้มาเพียงลำพัง โรคและภาวะที่อาจพบร่วมกัน
สถิติหวย 1 ต.ค. ย้อนหลัง 10 ปี เลข 59 ซ้ำ 3 ครั้ง พบ 594-726 ออกซ้ำ
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
รูร้อยเชือกคู่สุดท้ายของรองเท้าวิ่งใช้ทำอะไร
ไม่มีหัวใจแล้วอยู่ได้อย่างไร? รู้จักร่างกายของแมงกะพรุน
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย
รูร้อยเชือกคู่สุดท้ายของรองเท้าวิ่งใช้ทำอะไร



