หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ร้องเรียนเมือง 1.42 ล้านเรื่อง เขาหายไปไหนหลังเรากดส่ง? เบื้องหลัง Traffy Fondue ที่ทำให้เรื่องร้องเรียนไม่จมหายเหมือนเดิม

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

ถ้าเจอถนนพัง ไฟถนนเสีย ขยะกอง น้ำรั่ว ทางเท้าชำรุด หรือปัญหาสาธารณะใกล้บ้าน หลายคนอาจเคยคิดเหมือนกันว่า “แจ้งไปแล้วจะมีใครเห็นไหม?”

คำถามนี้สำคัญกว่าการมีช่องทางร้องเรียนเสียอีก เพราะปัญหาใหญ่ของระบบร้องเรียนแบบเดิมไม่ใช่แค่ “แจ้งยาก” แต่คือหลังจากส่งเรื่องแล้ว ประชาชนมักไม่รู้ว่า เรื่องไปอยู่ที่ไหน ใครรับผิดชอบ และตอนนี้ทำถึงขั้นไหนแล้ว

Traffy Fondue ถูกออกแบบมาแก้ตรงจุดนี้ครับ โดยข้อมูลจาก สวทช. ณ วันที่ 3 กันยายน 2569 ระบุว่า เฉพาะในกรุงเทพมหานคร มีเรื่องที่รับแจ้งผ่านระบบแล้วกว่า 1,426,551 เรื่อง และมีสถานะดำเนินการเสร็จแล้ว 1,155,830 เรื่อง หรือประมาณ 81%

หลังเรากดส่ง เรื่องไม่ได้หายเข้า “กล่องร้องเรียน” เฉย ๆ

จุดต่างสำคัญของ Traffy Fondue คือมันไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่แบบฟอร์มรับข้อความจากประชาชน แต่พยายามเปลี่ยนเรื่องร้องเรียนให้กลายเป็น “งานที่มีสถานะและมีเจ้าของเรื่อง”

ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาผ่าน LINE หรือช่องทางที่กำหนด โดยแนบรูปและตำแหน่งของจุดเกิดเหตุ ระบบจะช่วยจำแนกประเภทของปัญหา และส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อ จากนั้นผู้แจ้งสามารถติดตามสถานะของเรื่องได้

ถ้ามองแบบง่ายที่สุด กระบวนการจะประมาณนี้

พบปัญหา

ถ่ายภาพ + ส่งเรื่อง

ระบบส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เจ้าหน้าที่รับเรื่องและดำเนินการ

อัปเดตสถานะและผลการแก้ไข

ถ้าส่งผิดหน่วยงาน เรื่องต้องเริ่มใหม่ไหม?

นี่เป็นอีกจุดที่ระบบแบบดิจิทัลช่วยลดปัญหาเดิมได้มาก เพราะคู่มือการใช้งานสำหรับเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครระบุว่า หากเรื่องที่เข้ามาไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานนั้น เจ้าหน้าที่สามารถ ส่งต่อ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือเชิญหน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมแก้ไขได้

ประชาชนจึงไม่จำเป็นต้องรู้โครงสร้างราชการละเอียดก่อนถึงจะร้องเรียนได้ เพราะในชีวิตจริง คนที่เจอหลุมบนทางเท้าหรือไฟถนนดับไม่ได้อยากศึกษาว่าเป็นหน้าที่ของสำนักไหนก่อน เขาแค่อยากให้เรื่องไปถึงคนที่แก้ได้

1.42 ล้านเรื่องไม่ได้มีค่าแค่เป็น “ตัวเลขใหญ่”

หลายคนอาจเห็นตัวเลขแล้วรู้สึกว่าใหญ่จนจับต้องยาก แต่จริง ๆ แล้วประโยชน์ของระบบแบบนี้ไม่ได้อยู่แค่จำนวนเรื่องที่รับแจ้ง แต่อยู่ที่การทำให้เรื่องร้องเรียนแต่ละเรื่องกลายเป็นข้อมูลที่ดูต่อได้ว่า ประเภทปัญหาอะไรเกิดบ่อย พื้นที่ไหนเจอซ้ำ หน่วยงานไหนรับผิดชอบ และใช้เวลานานแค่ไหน

เมื่อข้อมูลถูกสะสมมากพอ เมืองก็เริ่มมองเห็นภาพรวมได้ว่า พื้นที่ไหนมีปัญหาเกิดซ้ำมากผิดปกติ หรือเรื่องประเภทไหนต้องใช้การแก้ไขเชิงระบบมากกว่าการซ่อมเป็นจุด ๆ

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเรื่องร้องเรียนของประชาชนจึงไม่ได้เป็นแค่ “เสียงบ่นรายคน” แต่สามารถกลายเป็นข้อมูลสำหรับช่วยวางแผนเมืองได้ด้วย

เจ้าหน้าที่ไม่ได้แค่กดว่า “รับทราบ”

ในคู่มือของกรุงเทพมหานครยังระบุขั้นตอนการทำงานหลังเจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้ค่อนข้างชัด เมื่อเริ่มจัดการต้องเปลี่ยนสถานะเป็น “กำลังดำเนินการ” พร้อมคำอธิบายหรือภาพประกอบ และเมื่อแก้ไขเสร็จแล้วต้องเปลี่ยนเป็น “เสร็จสิ้น” พร้อมรายละเอียดของผลการแก้ไข

ผู้แจ้งจะได้รับการแจ้งเตือนตามสถานะ และเมื่อเรื่องเสร็จสิ้น ระบบยังเปิดให้ประเมินความพึงพอใจได้ด้วย ตรงนี้คือความต่างสำคัญระหว่าง “การรับคำร้อง” กับ “การติดตามงาน”

การรับคำร้องอย่างเดียวหมายถึงเรารู้แค่ว่ามีคนแจ้งมา แต่ระบบติดตามงานต้องตอบต่อว่า ใครรับแล้ว กำลังทำอะไร และจบจริงหรือยัง

แล้ว AI อยู่ตรงไหนของ Traffy Fondue?

คำว่า AI ในกรณีนี้ไม่ควรถูกเข้าใจว่า AI เป็นคนตัดสินและแก้ปัญหาเองทั้งหมด บทบาทหลักของมันคือช่วย จำแนกประเภทของปัญหา และช่วยให้เรื่องไปถึงหน่วยงานที่เหมาะสมได้เร็วขึ้น

ส่วนการออกไปซ่อมถนน เก็บขยะ แก้ท่อ หรือจัดการปัญหาหน้างาน ยังคงเป็นงานของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ

พูดง่าย ๆ คือ AI ช่วยลดงานคัดแยกและช่วยให้ระบบเดินได้เป็นระเบียบขึ้น แต่การแก้ปัญหาในโลกจริงยังต้องใช้คน เครื่องมือ งบประมาณ และกระบวนการของหน่วยงานเหมือนเดิม

แล้วตัวเลข “แก้เสร็จ 81%” ควรอ่านอย่างไร?

จุดนี้สำคัญมาก เพราะไม่ควรตีความตรง ๆ ว่า กรุงเทพฯ แก้ปัญหาเมืองสำเร็จแล้ว 81%

ตัวเลข 81% หมายถึงสัดส่วนของเรื่องที่อยู่ในระบบและมีสถานะดำเนินการเสร็จแล้ว เมื่อเทียบกับจำนวนเรื่องที่รับแจ้ง ณ เวลานั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าปัญหาเมืองทั้งหมดหายไปแล้ว หรือปัญหาบางอย่างจะไม่เกิดซ้ำอีก

ปัญหาหลายประเภทอาจกลับมาเกิดใหม่ได้ เช่น ทางเท้าชำรุดซ้ำ น้ำขังจุดเดิม หรือเรื่องที่ปิดไปแล้วแต่ภายหลังมีเหตุใหม่เกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นถ้าจะประเมินระบบนี้อย่างเป็นธรรม ควรดูหลายอย่างพร้อมกัน เช่น จำนวนเรื่องที่ปิดได้ ระยะเวลาดำเนินการ เรื่องที่เปิดซ้ำ และความพึงพอใจของประชาชน

สิ่งที่น่าสนใจที่สุด อาจไม่ใช่จำนวน 1.42 ล้านเรื่อง

จำนวนเรื่องที่มหาศาลทำให้ Traffy Fondue ดูโดดเด่น แต่แก่นที่น่าสนใจกว่าคือมันกำลังเปลี่ยนวิธีคิดของระบบร้องเรียน

จากเดิมที่ประชาชนอาจแจ้งเรื่องแล้วต้องหวังว่าใครสักคนจะรับไปดำเนินการ ระบบใหม่พยายามทำให้ทุกเรื่องกลายเป็นข้อมูลที่มี ตำแหน่ง ประเภท ผู้รับผิดชอบ สถานะ และประวัติการดำเนินงาน

ดังนั้นครั้งต่อไปที่เห็นหลุมบนถนน ทางเท้าแตก ไฟถนนดับ หรือขยะกองแล้วกดแจ้งผ่าน Traffy Fondue สิ่งที่เกิดขึ้นหลังหน้าจอไม่ได้มีเพียงข้อความหนึ่งข้อความถูกส่งออกไป

แต่มันกำลังกลายเป็น Ticket ที่ถูกส่งไปหาคนรับผิดชอบ ถูกติดตามสถานะ และสุดท้ายยังกลายเป็นข้อมูลอีกหนึ่งจุดบนแผนที่ปัญหาของเมือง

นั่นอาจเป็นความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของระบบนี้ครับ

แหล่งที่มา:

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) / สวทช. ชู Traffy Fondue พลิกโฉมกรุงเทพฯ สู่ Smart City

อ้างอิง: https://www.nstda.or.th/home/news_post/nstda-traffy-fondue-smart-city-bangkok-20260903/

แหล่งที่มา:

NSTDA / Thailand’s AI-Powered Citizen Report Platform Sets New Benchmark in Digital Governance

อ้างอิง: https://www.nstda.or.th/en/news/news-years-2026/thailand’s-ai-powered-citizen-report-platform-sets-new-benchmark-in-digital-governance.html

แหล่งที่มา:

กรุงเทพมหานคร / ศูนย์วิเคราะห์เรื่องร้องเรียนประชาชน Traffy Fondue

อ้างอิง: https://policy.bangkok.go.th/traffy/public/

แหล่งที่มา:

กรุงเทพมหานคร / คู่มือการใช้งาน Traffy Fondue สำหรับกรุงเทพมหานคร

อ้างอิง: https://webportal.bangkok.go.th/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 16 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
พีรพัฒน์ พีพี | นักเขียนเรื่องใกล้ตัวและมุมที่คนมักมองข้าม
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
4 VOTES (4/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาทชาติไหนซื้อยางพาราจากไทยมากที่สุด? จีนครองอันดับ 1 กับตัวเลขที่น่าสนใจก่อนมีตู้เย็น มนุษย์ยืดอายุอาหารด้วยภูมิปัญญาอะไรบ้าง5 มหาวิทยาลัยไทยที่ดูสวยหรูเหมือนอยู่ต่างประเทศโรงแรมดังในอดีต หายไปไหน? ย้อนดู 3 ตำนาน วันนี้พื้นที่เดิมกลายเป็นอะไรน้ำต้มสุกเย็นแล้วทำไมรสจืดแปร่ง? วิทยาศาสตร์มีคำอธิบายรางวัลที่ 1 เลขซ้ำ 5 หลัก เกิดยากแค่ไหนในทางสถิติ6 พิธีกรชื่อดัง ค่าตัวต่ออีเวนต์แตกต่างกันอย่างไร ใครเรตสูงแค่ไหน?เปิด 9 คณะที่มีคนสมัครมากที่สุดในไทย เด็กไทยแห่เรียนอะไรกัน?ฝน 60–70% ของพื้นที่ ไม่ได้แปลว่าฝนจะตก 60–70% ของทั้งวัน แล้ว “ฝนหนัก” ต่างกันยังไง?4 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ “เสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้” 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเดินถอดทุกครั้งเปิด 7 เทศบาลนคร งบประมาณสูงที่สุดในไทย เมืองไหนบริหารเงินก้อนใหญ่สุด?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ชาติไหนซื้อยางพาราจากไทยมากที่สุด? จีนครองอันดับ 1 กับตัวเลขที่น่าสนใจก่อนมีตู้เย็น มนุษย์ยืดอายุอาหารด้วยภูมิปัญญาอะไรบ้างฝน 60–70% ของพื้นที่ ไม่ได้แปลว่าฝนจะตก 60–70% ของทั้งวัน แล้ว “ฝนหนัก” ต่างกันยังไง?น้ำต้มสุกเย็นแล้วทำไมรสจืดแปร่ง? วิทยาศาสตร์มีคำอธิบายทหารสหรัฐฯ มีเงินเดือนประมาณเท่าไหร่? เปิดค่าตอบแทนปี 2026 ตั้งแต่พลทหารถึงนายทหารระดับสูงดาต้าเซ็นเตอร์มีแบต UPS เต็มห้อง ทำไมไฟไหม้จึงดับไม่เหมือนออฟฟิศ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าวสังคม
5 จังหวัดที่มีขยะมูลฝอยต่อวันมากที่สุดของไทย กทม. นำห่าง แต่ลำดับถัดไปน่าสนใจกว่าที่คิดผู้สูงอายุเพิ่มทุกปี แล้วทำไมสินค้าสำหรับคนแก่ยังขายไม่ง่ายอย่างที่คิด?คนมีงานทำเพิ่ม แต่ทำไมยังรู้สึกไม่พอ? แกะตัวเลขว่างงาน 4 แสน–ค่าจ้างจริงลด 2.88%อ่าวเดียวกัน 2 วัน เต่ากระติดอวน 2 ตัว: ตัวแรกช่วยทัน อีกตัวไม่รอด — เศษอวนในทะเลอันตรายแค่ไหน
ตั้งกระทู้ใหม่