หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

โรงงานส่งออกมากขึ้นแต่ทำไมเงินจากสินค้าจึงไม่ได้อยู่ในไทยทั้งหมด

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ภาพโรงงานที่ผลิตของได้มากขึ้นแล้วส่งออกไปทั่วโลก ฟังดูเหมือนเงินกำลังไหลเข้าประเทศเต็มจำนวน แต่ในทางธุรกิจ เงินจากสินค้าหนึ่งชิ้นไม่ได้เป็นก้อนเดียวที่ตกอยู่กับโรงงานหรือคนไทยทั้งหมด มันคือเงินที่ต้องถูกแบ่งย้อนกลับไปตามคนและบริษัทที่ทำให้สินค้านั้นเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มประกอบ

ลองนึกถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นหนึ่งที่ติดป้ายว่า “ผลิตในไทย” โรงงานไทยอาจออกแบบบางส่วน จ้างแรงงานไทย ประกอบ ทดสอบ แพ็ก และส่งออกจากท่าเรือไทยจริง แต่แผงวงจร ชิป มอเตอร์ สายไฟ แม่พิมพ์ หรือเครื่องจักรที่ใช้ผลิต อาจซื้อเข้ามาจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือประเทศอื่นมาก่อนแล้ว

ยอดส่งออกคือราคาขาย ไม่ใช่รายได้ที่เหลือ

เมื่อผู้ซื้อในต่างประเทศจ่ายเงิน 100 บาทให้สินค้าที่ส่งออก ตัวเลขส่งออกจะบันทึก 100 บาทเต็ม ๆ เพราะนั่นคือมูลค่าที่สินค้าข้ามพรมแดนออกไป แต่โรงงานไม่ได้เก็บ 100 บาทไว้ทั้งหมด

ก่อนจะเหลือเป็นกำไรหรือรายได้ในไทย โรงงานต้องจ่ายค่าชิ้นส่วนที่นำเข้า ค่าขนส่งและประกันภัย ค่าลิขสิทธิ์หรือซอฟต์แวร์ ค่าดอกเบี้ยเครื่องจักร และบางครั้งยังมีค่าบริหารหรือค่าบริการทางเทคนิคที่ส่งกลับไปยังบริษัทแม่ในต่างประเทศด้วย

ดังนั้น ถ้าโรงงานส่งออกสินค้าได้ 100 บาท แต่ใช้ชิ้นส่วนนำเข้า 55 บาท ส่วนนี้ไม่ได้ “หายไป” อย่างไร้ที่มา มันเป็นค่าของที่โรงงานต้องซื้อเพื่อผลิตสินค้า เพียงแต่มูลค่าส่วนนี้ถูกสร้างขึ้นในประเทศที่ผลิตชิ้นส่วนนั้น ไม่ได้เกิดในไทย

สิ่งที่สำคัญกว่าการดูยอดส่งออกอย่างเดียวจึงคือคำถามว่า ไทยเพิ่มมูลค่าให้สินค้านั้นได้เท่าไร นักเศรษฐศาสตร์มักเรียกส่วนนี้ว่า “มูลค่าเพิ่มในประเทศ” ซึ่งรวมค่าจ้างแรงงานไทย รายได้ของผู้รับเหมาหรือซัพพลายเออร์ไทย ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค ภาษี และกำไรที่ยังอยู่กับกิจการในไทย

ทำไมการนำเข้าชิ้นส่วนจากจีนจึงโตตามการส่งออก

เหตุผลแรกคือโรงงานจำนวนมากในไทยอยู่ในห่วงโซ่การผลิตระดับภูมิภาค จีนมีฐานผลิตชิ้นส่วนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนยานยนต์ แบตเตอรี่ และวัตถุดิบอุตสาหกรรม เมื่อคำสั่งซื้อสินค้าสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น โรงงานไทยก็ต้องสั่งชิ้นส่วนเข้ามามากขึ้นตามไปด้วย

เหตุผลที่สองคือคำว่า “ผลิตในไทย” ไม่ได้หมายความว่าทุกชิ้นต้องทำในไทย โรงงานอาจเก่งเรื่องประกอบขั้นสุดท้าย ควบคุมคุณภาพ หรือปรับสินค้าให้ตรงตลาดปลายทาง ขณะที่ชิ้นส่วนที่ต้องใช้เทคโนโลยีสูง ผลิตจำนวนมหาศาล หรือมีต้นทุนต่ำกว่า อาจยังพึ่งการนำเข้า

ในมุมนี้ การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าเศรษฐกิจไทยเสียหายทันที ถ้าการนำเข้านั้นทำให้โรงงานไทยมีงานมากขึ้น จ้างคนเพิ่ม ซื้อบริการโลจิสติกส์ในประเทศ หรือสร้างความรู้ใหม่ให้ซัพพลายเออร์ไทย มันยังสร้างรายได้ในประเทศได้มาก เพียงแต่ต้องไม่สรุปว่ายอดขายส่งออกทั้งหมดคือเงินที่หมุนในไทย

เงินส่วนไหนยังหมุนอยู่ในไทย

หลังหักค่าชิ้นส่วนและค่าใช้จ่ายที่จ่ายออกนอกประเทศแล้ว เงินที่เหลือบางส่วนยังเดินต่ออยู่ในเศรษฐกิจไทยผ่านค่าจ้างพนักงาน ค่าขนส่ง คลังสินค้า ช่างซ่อมบำรุง ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ ร้านค้าใกล้นิคมอุตสาหกรรม ภาษี และผู้ถือหุ้นหรือผู้ประกอบการไทย

โรงงานหนึ่งแห่งจึงไม่ได้มีแค่สายพาน แต่มีคนขับรถ ผู้รับเหมาทำความสะอาด ร้านอาหาร คนขายวัสดุ โรงเรียนและที่พักในพื้นที่ ทุกส่วนได้รับอานิสงส์จากกิจกรรมผลิต แม้มูลค่าของชิปหรือมอเตอร์บางชิ้นจะถูกส่งกลับไปจ่ายต่างประเทศ

แต่ผลประโยชน์จะมากหรือน้อยขึ้นกับโครงสร้างการผลิต ถ้าไทยทำเพียงประกอบขั้นท้ายและใช้ชิ้นส่วนนำเข้าเกือบทั้งหมด มูลค่าเพิ่มในประเทศจะจำกัดกว่าโรงงานที่มีการออกแบบ ผลิตชิ้นส่วนสำคัญ วิจัย พัฒนาซอฟต์แวร์ หรือมีผู้ผลิตวัตถุดิบและเครื่องมืออยู่ในประเทศด้วย

ตัวเลขที่ควรอ่านควบกัน

เวลาพบข่าวว่าไทยส่งออกเพิ่มและนำเข้าจากจีนเพิ่มพร้อมกัน จึงควรดูอย่างน้อยสามชั้น คือสินค้าที่นำเข้ามาคืออะไร ใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตต่อหรือเป็นสินค้าสำเร็จรูป และมูลค่าที่ไทยสร้างเองในห่วงโซ่นั้นเพิ่มขึ้นหรือไม่

• ถ้านำเข้าชิ้นส่วนเพื่อประกอบและส่งออกต่อ การนำเข้าอาจเป็นส่วนหนึ่งของการขยายการผลิต

• ถ้านำเข้าสินค้าสำเร็จรูปมาแข่งขันกับผู้ผลิตไทยโดยตรง ผลกระทบอาจต่างออกไป

• ถ้าไทยค่อย ๆ ผลิตชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูงขึ้นเองได้ สัดส่วนเงินที่ค้างและหมุนต่อในประเทศก็มีโอกาสเพิ่มขึ้น

สรุปแล้ว การส่งออกที่สูงขึ้นเป็นสัญญาณว่าโรงงานและแรงงานไทยยังมีบทบาทในตลาดโลก แต่ไม่ใช่หลักฐานว่าเงินทั้งหมดจากสินค้านั้นอยู่ในประเทศ ความท้าทายจริงคือทำอย่างไรให้ไทยไม่ได้เป็นเพียงจุดประกอบหรือจุดผ่านของชิ้นส่วน แต่ได้ถือครองงานที่สร้างมูลค่าสูงขึ้นทีละส่วน ตั้งแต่ชิ้นส่วน การออกแบบ ไปจนถึงแบรนด์และบริการหลังการขาย

เนื้อหาโดย: คิดไปเรื่อย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
30 ล้านครัวเรือนเตรียมรับความคุ้มครอง! รัฐบาลเดินหน้าประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เรื่องนี้คนไทยควรรู้อะไรบ้าง?5 มหาวิทยาลัยไทยที่ดูสวยหรูเหมือนอยู่ต่างประเทศ7 อาชีพอิสระ คนธรรมดาก็เริ่มได้ ไม่ต้องมีร้านเปิด 9 คณะที่มีคนสมัครมากที่สุดในไทย เด็กไทยแห่เรียนอะไรกัน?ไขปริศนาบรรยากาศชวนเคลิ้ม! ทำไมเสียงฝนตกถึงเป็นยานอนหลับชั้นดีจากธรรมชาติฮีลใจ คืออะไร? เข้าใจความหมายของคำที่เราใช้กันบ่อย แต่จริง ๆ แล้วหมายถึงอะไรทำไมคนญี่ปุ่นถึงยกชามข้าวขึ้นใกล้ปากตอนกิน? ท่าที่บางคนอาจนึกว่าไม่สุภาพ แต่ในญี่ปุ่นกลับเป็นเรื่องปกติรางวัลที่ 1 เลขซ้ำ 5 หลัก เกิดยากแค่ไหนในทางสถิติไทยขาดดุลจีนพุ่ง แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าไทยขาดทุนให้จีนทั้งหมด4 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ “เสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้” 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเดินถอดทุกครั้ง8 รถมือสองที่มีปัญหาประจำรุ่น ต้องเช็กให้ดีก่อนจ่ายเงินสถิติหวยลาววันศุกร์ 4 กันยายน 2569 เปิดแนวทางจากสถิติย้อนหลัง เลขไหนน่าจับตาก่อนลุ้นคืนนี้?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 อาชีพในไทยที่คนทำงาน “ไม่มีความสุข” มากที่สุดในยุคนี้30 ล้านครัวเรือนเตรียมรับความคุ้มครอง! รัฐบาลเดินหน้าประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เรื่องนี้คนไทยควรรู้อะไรบ้าง?ย้อนตำนานไอ้มดแดง จากตั๊กแตนกลายมาเป็นมดแดงมดดำได้ไงเคยไหม? ล้มตัวลงนอนทีไร สมองชอบขุดเรื่องอัปยศเมื่อสิบปีก่อนมารีเพลย์ซ้ำ"พัทยา ซอย 6" มีอะไร? ..ทำไมถึงต้องห้ามทหารอเมริกันเข้า!ฮีลใจ คืออะไร? เข้าใจความหมายของคำที่เราใช้กันบ่อย แต่จริง ๆ แล้วหมายถึงอะไร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ดาต้าเซ็นเตอร์กลางเมืองจะอยู่ร่วมกับน้ำประปาในหน้าแล้งได้อย่างไรเปิด 6 ประเทศที่ให้เกียรติ “อาชีพเกษตรกร” มองคนปลูกอาหารคือผู้สร้างชาติฮีลใจ คืออะไร? เข้าใจความหมายของคำที่เราใช้กันบ่อย แต่จริง ๆ แล้วหมายถึงอะไรสังเกตไหม? ทำไม "แก้วกาแฟ" ที่เราชอบใช้ ถึงรู้สึกว่ากินอร่อยกว่าแก้วอื่น
ตั้งกระทู้ใหม่