แกะรอย คูนิฟอร์ม ตัวอักษรแรกของโลกที่ไม่ได้เริ่มจากความรัก แต่เริ่มจากหนี้สิน
เคยสงสัยกันไหมครับว่า คนเราเริ่มเขียนหนังสือกันทำไม? หลายคนอาจจะคิดถึงจดหมายรัก บันทึกประวัติศาสตร์ หรือการจดบันทึกเรื่องราวสุดลึกล้ำ แต่เอาเข้าจริง พอเราย้อนเวลากลับไปมองจุดเริ่มต้นของตัวอักษรแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ เหตุผลมันกลับโคตรจะเบสิก และเรียบง่ายกว่านั้นเยอะมาก
จริงๆ แล้ว มนุษย์เราไม่ได้เริ่มเขียนเพราะอยากบันทึกความทรงจำ แต่เริ่มเขียนเพราะไม่อยากโดนโกงต่างหาก!
ย้อนกลับไปราวๆ 5,000 กว่าปีที่แล้ว ในดินแดนเมโสโปเตเมีย หรือบริเวณประเทศอิรักในปัจจุบัน ตอนนั้นชาวสุเมเรียนเริ่มสร้างเมืองใหญ่กันแล้วครับ พอคนมาอยู่รวมกันเยอะๆ การค้าขายก็ขยายตัวตาม จากเดิมที่เคยแลกแกะกัน 2 ตัวกับวัว 1 ตัว แล้วจำกันไว้ในหัว มันเริ่มใช้ไม่ได้ผล เพราะพอคลังสินค้าใหญ่ขึ้น คนเริ่มลืม คุยกันไม่รู้เรื่อง แถมมีเรื่องเบี้ยวหนี้กันเกิดขึ้นอีกต่างหาก
ชาวสุเมเรียนเลยแก้ปัญหาด้วยวิธีสุดเก๋า เขาเอาดินเหนียวที่หาได้ง่ายๆ ตามขอบแม่น้ำไทกริสและยูเฟรติส มาปั้นเป็นก้อน แล้วเอาต้นอ้อที่มีปลายแหลม กดลงไปบนดินเหนียวตอนที่ยังเปียกอยู่ เกิดเป็นรอยร่องรูปร่างคล้าย "สลัก" หรือ "หัวตะปู" ที่เราเรียกว่า "ตัวอักษรคูนิฟอร์ม" (Cuneiform) นั่นเอง
เชื่อไหมว่า ข้อความรุ่นแรกๆ ที่ถูกบันทึกไว้บนโลก ไม่ใช่นิยาย romance หรือบทกวีหวานซึ้งอะไรเลยครับ แต่มันคือ "บัญชีทรัพย์สิน" ล้วนๆ! เช่น ก้อนนี้จดว่าใครติดเหล้าเบียร์ไว้กี่ไห ใครส่งข้าวสาลีมาภาษีเท่าไหร่ หรือแกะตัวนี้เป็นของใคร มันคือเรื่องเงินๆ ทองๆ และปากท้องล้วนๆ
ลองจินตนาการภาพตามดูนะครับ สมัยนั้นยังไม่มีกระดาษ ไม่มีปากกา การเขียนข้อความทีหนึ่งต้องนั่งแกะแผ่นดินเหนียว พอเขียนเสร็จก็นำไปตากแดดให้แห้งสนิทเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน แล้วถ้าเกิดวันไหนเอกสารชิ้นนั้นสำคัญมากๆ เขาก็จะเอามันไปเผาไฟ เพื่อให้แผ่นดินเหนียวแกร่งเหมือนอิฐ คราวนี้แก้ข้อความไม่ได้ไปตลอดกาล ถือเป็นระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เจ๋งมากในยุคนั้น
แต่สิ่งที่น่าทึ่งกว่านั้นคือ จากจุดเริ่มต้นที่เป็นแค่สมุดบัญชีคิดเงิน อักษรคูนิฟอร์มค่อยๆ วิวัฒนาการตัวเองอย่างก้าวกระโดด จากภาพสัญลักษณ์แทนวัตถุตรงๆ เริ่มกลายเป็นสัญลักษณ์แทน "เสียง" และในที่สุด มันก็กลายมาเป็นเครื่องมือถ่ายทอดความรู้สึก นวัตกรรม กฎหมาย อย่างเช่น "ประมวลกฎหมายฮัมมูราบี" ไปจนถึงวรรณกรรมเรื่องแรกของโลกอย่าง "มหากาพย์กิลกาเมช"
มองกลับมาในมุมของคนยุคปัจจุบัน ประเด็นที่น่าคิดก็คือ นวัตกรรมเปลี่ยนโลกจำนวนมากไม่ได้เกิดจากไอเดียยิ่งใหญ่หรูหราอะไรเลย แต่มันมักจะเกิดจากการแก้ปัญหาเรื่องพื้นฐานที่สุดในชีวิตประจำวัน เรื่องของ "ความไว้เนื้อเชื่อใจ" และการจัดการชีวิตให้มันง่ายขึ้น
จากร่องรอยรอยกดบนก้อนดินเหนียวในวันนั้น ใครจะไปคิดว่ามันคือจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้มนุษย์สามารถส่งต่อความรู้ ข้ามผ่านกาลเวลามาหลายพันปี จนกลายมาเป็นตัวอักษรบนหน้าจอมือถือที่คุณกำลังอ่านอยู่ในวินาทีนี้ครับ
Kramer, S. N. (1963). The Sumerians: Their History, Culture, and Character. University of Chicago Press.
Department of Ancient Near Eastern Art. (2004). The Birth of Writing in Mesopotamia. In Heilbrunn Timeline of Art History. The Metropolitan Museum of Art.
หนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้าง
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุด
ความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ รู้จัก "วาบิซาบิ" ปรัชญาญี่ปุ่นที่ชวนให้เราหลงรักรอยร้าวของชีวิต
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาท
การเดินทางของ Fairy Queen รถไฟไอน้ำที่เก่าแก่ที่สุดในโลกซึ่งยังคงวิ่งได้จริง
วัย 30+ แฮงค์แล้วร่างพัง! รวมวิธีกู้ร่างหลังปาร์ตี้ งบไม่เกินแบงก์ร้อย หาซื้อง่ายใกล้ตัว
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
มากกว่าแค่การลากคราดบนกรวด: เจาะลึกอาชีพ "นักจัดสวนหินญี่ปุ่น" งานศิลป์สายเซนที่สร้างรายได้ไม่ธรรมดา
ทำไมอ่านหนังสือตั้งนานแต่จำไม่ได้สักที แล้วต้องอ่านยังไงให้ซึมลึกถึงแก่น
จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
นักสำรวจพบ 'ดาวคล้ายโลก' ขนาดใกล้เคียงอยู่ห่างออกไป 150 ปีแสง
6 ทริคเปิดแอร์ให้เย็นเร็ว แต่ไม่ต้องตั้ง 20 องศา ค่าไฟไม่พุ่ง
เปิด 5 อันดับ หอพักมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในไทย น่าอยู่แค่ไหน?
มากกว่าแค่การลากคราดบนกรวด: เจาะลึกอาชีพ "นักจัดสวนหินญี่ปุ่น" งานศิลป์สายเซนที่สร้างรายได้ไม่ธรรมดา
😃 ชวนลองเข้ามาดูรูปภาพของสิ่งแปลก ๆ ที่คุณอาจไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมาก่อน 😁
ความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ รู้จัก "วาบิซาบิ" ปรัชญาญี่ปุ่นที่ชวนให้เราหลงรักรอยร้าวของชีวิต
ทำไมมนุษย์โบราณถึงเชื่อว่า "การบูชายัญ" คือทางรอดของสังคม
ทำไมภาษาไทยถึงไม่ต้องใส่ "จุด" จบประโยคเหมือนภาษาอังกฤษ
สร้างมิวส์ให้สมอง: ทำไม "บรรยากาศ" ถึงเป็นสวิตช์ลับที่เปลี่ยนให้เราอ่านหนังสือได้จดจ่อกว่าเดิม