หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

บุญข้าวสาก 2569 ตรงกับวันไหน? เปิดขั้นตอนเตรียมของและพิธีวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10

เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ

ถ้าได้ยินคำว่า “บุญข้าวสาก” แล้วนึกถึงการเอาอาหารไปทำบุญที่วัดอย่างเดียว อาจยังไม่ครบความหมายของประเพณีนี้

เพราะสำหรับชาวอีสาน บุญข้าวสากเป็นทั้งงานบุญประจำเดือนสิบ การถวายสลากภัต และการอุทิศส่วนกุศลให้ญาติผู้ล่วงลับ โดยรายละเอียดบางอย่างจะแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น

สำหรับปี 2569 บุญข้าวสากตรงกับวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 ซึ่งตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10

ถ้าอยากเตรียมตัวทำบุญให้ถูกต้อง ลองไล่ตั้งแต่วันเตรียมของไปจนถึงขั้นตอนในวันงานกันทีละส่วน

บุญข้าวสาก 2569 ตรงกับวันไหน?

วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569

ตรงกับ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 และเป็นวันพระตามปฏิทินจันทรคติไทย

บุญข้าวสากเป็นหนึ่งในประเพณี “ฮีตสิบสอง” ของชาวอีสาน โดยมีจุดสำคัญอยู่ที่การทำบุญถวายพระและอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ

จำง่าย ๆ:
25 กันยายน 2569 — เตรียมของ
26 กันยายน 2569 — วันบุญข้าวสาก

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนและเวลาจัดกิจกรรมอาจแตกต่างกันไปตามวัดและชุมชน จึงควรตรวจสอบกำหนดการของวัดที่จะไปร่วมงานอีกครั้ง

บุญข้าวสากคืออะไร?

“บุญข้าวสาก” หรือ “บุญเดือนสิบ” เป็นประเพณีทำบุญของชาวอีสานที่จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10

ข้อมูลจากสำนักงานประชาสัมพันธ์ระบุว่า จุดประสงค์สำคัญคือการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และมีพิธีถวายภัตตาหารในรูปแบบ สลากภัต ซึ่งพระสงฆ์จะจับสลากเพื่อรับสำรับและเครื่องไทยทานของเจ้าภาพ

นี่จึงเป็นที่มาของคำว่า “สาก” หรือ “สลาก” ในบริบทของประเพณีนี้

ขณะเดียวกัน “ข้าวสาก” ในบางพื้นที่หมายถึงอาหารที่ทำจากข้าวเม่า ข้าวพอง ข้าวตอก แล้วนำมาคลุกกับน้ำอ้อย น้ำตาล ถั่ว งา และมะพร้าว ส่วนบางท้องถิ่นมีรูปแบบอาหารแตกต่างออกไป

ก่อนถึงวันงานต้องเตรียมอะไร?

โดยทั่วไป ชาวบ้านจะเริ่มเตรียมของก่อนวันบุญ โดยเฉพาะอาหารที่จะนำไปถวายพระและห่อข้าวสำหรับอุทิศส่วนกุศล

1. อาหารคาว

ตัวอย่างที่พบในข้อมูลประเพณี ได้แก่

หลักสำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องทำอาหารจำนวนมาก เพราะมีธรรมเนียมใส่อาหารแต่ละอย่างในปริมาณเล็กน้อยเพื่อจัดเป็นสำรับหรือห่อข้าว

2. อาหารหวานและผลไม้

ของหวานหรือผลไม้ก็แตกต่างกันตามพื้นที่ ตัวอย่างที่มีการบันทึกไว้ ได้แก่

บางพื้นที่ยังทำข้าวตอก ข้าวพอง หรือข้าวเม่าคลุกกับน้ำตาล ถั่ว งา และมะพร้าวเป็น “ข้าวสาก” ด้วย

3. ห่อข้าวสาก

สิ่งที่เห็นเป็นเอกลักษณ์ของงานคือการนำอาหารมาจัดเป็นห่อ โดยหลายพื้นที่ใช้ ใบตอง เป็นวัสดุห่อ

ข้อมูลของกรมประชาสัมพันธ์ระบุว่ามีทั้งห่ออาหารคาวหวาน และห่อที่ใส่หมาก พลู บุหรี่ ตามธรรมเนียมของแต่ละพื้นที่

แต่จุดนี้ต้องจำไว้ว่า รูปแบบห่อข้าวไม่ได้เหมือนกันทุกชุมชน

ดังนั้น ถ้าจะทำตามประเพณีแบบเฉพาะพื้นที่ ควรถามผู้ใหญ่ในชุมชนหรือวัดที่จะไปร่วมงานก่อน

4. เครื่องไทยทาน

นอกจากอาหารแล้ว หลายพื้นที่จัด ปัจจัยและเครื่องไทยทาน สำหรับถวายพระร่วมกับสำรับอาหาร

สิ่งสำคัญคือควรจัดให้เรียบร้อย และเขียนชื่อเจ้าของสำรับหรือข้อมูลตามที่วัดกำหนด เพื่อใช้ในพิธีจับสลาก


ขั้นตอนพิธีบุญข้าวสากในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10

รายละเอียดอาจต่างกันตามแต่ละหมู่บ้าน แต่โครงสร้างพิธีที่พบจากข้อมูลหลายแหล่งมีลักษณะใกล้เคียงกัน

ขั้นที่ 1 ทำบุญและถวายภัตตาหารในตอนเช้า

เมื่อถึงเช้าวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ชาวบ้านจะนำอาหารไปทำบุญที่วัด และถวายภัตตาหารแก่พระภิกษุสามเณร

บางพื้นที่มีการตักบาตรหรือถวายภัตตาหารในช่วงเช้าก่อนเข้าสู่พิธีสลากภัต

ขั้นที่ 2 รวมตัวเพื่อถวายสลากภัต

เมื่อถึงเวลาที่ชุมชนกำหนด จะมีการรวมญาติโยมและจัดสำรับอาหารพร้อมเครื่องไทยทาน

ข้อมูลจากหลายพื้นที่ระบุว่า มีการเขียนชื่อเจ้าของสำรับลงบนกระดาษ แล้วนำไปรวมไว้เพื่อให้พระสงฆ์จับสลาก

ขั้นที่ 3 พระสงฆ์จับสลาก

นี่คือส่วนที่ทำให้บุญข้าวสากมีเอกลักษณ์

เมื่อพระสงฆ์จับได้สลากชื่อใคร เจ้าของชื่อดังกล่าวจะนำ พาข้าวหรือสำรับอาหารและเครื่องไทยทาน ไปถวายพระรูปนั้น

พูดง่าย ๆ คือไม่ได้กำหนดล่วงหน้าว่า “สำรับนี้ต้องถวายพระรูปไหน” แต่ใช้วิธีจับสลากเป็นส่วนหนึ่งของพิธี

ขั้นที่ 4 พระฉันภัตตาหารและให้พร

หลังการถวาย พระสงฆ์จะฉันภัตตาหารตามลำดับพิธี จากนั้นให้พรแก่ญาติโยม

ผู้ร่วมงานรับพรและเข้าสู่ขั้นตอนการอุทิศส่วนกุศล

ขั้นที่ 5 กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล

หลายแหล่งข้อมูลอธิบายว่าหลังพระให้พร ชาวบ้านจะ กรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้ญาติพี่น้องหรือผู้ล่วงลับ

ช่วงนี้จึงถือเป็นหัวใจสำคัญอีกส่วนหนึ่งของบุญข้าวสาก เพราะไม่ได้มีเพียงการถวายอาหารแด่พระสงฆ์ แต่ยังเชื่อมโยงกับการระลึกถึงผู้ล่วงลับด้วย

ขั้นที่ 6 นำห่อข้าวไปอุทิศตามธรรมเนียมของชุมชน

บางพื้นที่จะนำห่อข้าวสากไปวางตามบริเวณต่าง ๆ ของวัด พร้อมจุดเทียนและบอกกล่าวให้ญาติผู้ล่วงลับมารับอาหารและผลบุญที่อุทิศให้

บางท้องถิ่นยังมีธรรมเนียมนำอาหารไปถวายหรือเลี้ยง “ผีตาแฮก” ที่นา ซึ่งเชื่อมโยงกับวิถีเกษตรและความเชื่อเรื่องผู้ดูแลผืนนา

ตรงนี้ ไม่ควรเหมารวมว่าเป็นขั้นตอนบังคับของทุกพื้นที่ เพราะรูปแบบพิธีกรรมของบุญข้าวสากแตกต่างกันตามชุมชน


บุญข้าวสากอุทิศให้ใคร?

แก่นสำคัญของประเพณีคือการ ระลึกถึงและอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ

โดยแหล่งข้อมูลราชการระบุถึงญาติผู้ล่วงลับ เช่น ปู่ ย่า ตา ยาย บิดา มารดา สามี ภรรยา และพี่น้อง รวมถึงการอุทิศให้ผู้ล่วงลับหรือเปรตตามความเชื่อของท้องถิ่น

จึงอาจมองบุญข้าวสากได้ว่าเป็นประเพณีที่นำ “การทำบุญ” กับ “การระลึกถึงบรรพบุรุษ” มาอยู่ในพิธีเดียวกัน


บุญข้าวสากต่างจากบุญข้าวประดับดินอย่างไร?

สองประเพณีนี้มีความใกล้เคียงกัน เพราะต่างเกี่ยวข้องกับการอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ แต่ไม่ได้เป็นพิธีเดียวกัน

บุญข้าวประดับดิน เป็นบุญเดือนเก้า ส่วน บุญข้าวสาก เป็นบุญเดือนสิบ และบุญข้าวสากมีจุดเด่นเรื่องการถวายสลากภัตหรือการจับสลากของพระสงฆ์

จำแบบง่าย ๆ ได้ว่า

ประเพณีช่วงตามฮีตสิบสองจุดเด่น
บุญข้าวประดับดิน เดือน 9 ทำบุญอุทิศให้ผู้ล่วงลับ
บุญข้าวสาก เดือน 10 ถวายสลากภัต + อุทิศส่วนกุศล

Checklist บุญข้าวสาก 2569

ก่อนออกจากบ้านวันที่ 26 กันยายน 2569 ลองเช็กตามนี้

อาหาร

สำหรับพิธี

ก่อนเดินทาง

เพราะ บุญข้าวสากมีรายละเอียดต่างกันในแต่ละท้องถิ่น การทำตามธรรมเนียมของวัดหรือหมู่บ้านที่เข้าร่วมจึงเหมาะที่สุด

สรุป

บุญข้าวสาก 2569 ตรงกับวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2569 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10

ก่อนวันงานให้เตรียมอาหารคาวหวาน ข้าวสาก ห่อข้าว และเครื่องไทยทานตามธรรมเนียมของพื้นที่

เมื่อถึงวันงาน โดยทั่วไปจะเริ่มจากการทำบุญและถวายภัตตาหาร จากนั้นเข้าสู่พิธี สลากภัต พระสงฆ์จับสลาก รับถวายสำรับ ให้พร และกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล ส่วนการนำห่อข้าวไปวางตามจุดต่าง ๆ หรือการนำไปถวายตาแฮกนั้นเป็นรายละเอียดที่พบในบางท้องถิ่น จึงควรตรวจสอบกับวัดหรือชุมชนอีกครั้ง

สิ่งที่ทำให้บุญข้าวสากยังน่าสนใจไม่ใช่เพียงอาหารที่นำมาทำบุญ แต่คือแนวคิดเรื่อง การทำบุญเพื่อคนที่ยังอยู่ พร้อมระลึกถึงคนที่จากไปแล้ว และการรักษาจารีตที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของชุมชนอีสานมาหลายชั่วคน

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดมหาสารคาม — ข้อมูลประเพณีบุญข้าวสาก
กรมประชาสัมพันธ์ — “รู้จักบุญข้าวสาก ประเพณีสำคัญของชาวไทยภาคอีสาน”
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น — เดือนสิบ บุญข้าวสาก
ศูนย์สารนิเทศอีสานสิรินธร มหาวิทยาลัยมหาสารคาม — ฮีตเดือนสิบ บุญข้าวสาก
กรมศิลปากร — สาระอีสาน เรื่องบุญข้าวสาก
เทศบาลตำบลก้านเหลือง — ประเพณีบุญข้าวสาก
เทศบาลตำบลนาโพธิ์ — ประเพณีบุญข้าวสาก
Thai PBS — ปฏิทินวันพระเดือนกันยายน 2569
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อเมริกาโน่ดำ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 28 ครั้ง
เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: EvaAqua
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้างการเดินทางของ Fairy Queen รถไฟไอน้ำที่เก่าแก่ที่สุดในโลกซึ่งยังคงวิ่งได้จริงเปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุดมากกว่าแค่การลากคราดบนกรวด: เจาะลึกอาชีพ "นักจัดสวนหินญี่ปุ่น" งานศิลป์สายเซนที่สร้างรายได้ไม่ธรรมดาความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ รู้จัก "วาบิซาบิ" ปรัชญาญี่ปุ่นที่ชวนให้เราหลงรักรอยร้าวของชีวิต5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทนักสำรวจพบ 'ดาวคล้ายโลก' ขนาดใกล้เคียงอยู่ห่างออกไป 150 ปีแสง108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงวัย 30+ แฮงค์แล้วร่างพัง! รวมวิธีกู้ร่างหลังปาร์ตี้ งบไม่เกินแบงก์ร้อย หาซื้อง่ายใกล้ตัว5 จังหวัดเศรษฐีเงียบ ค่าครองชีพไม่แรง แต่คนมีทรัพย์สินไม่น้อยทำไมภาษาไทยถึงไม่ต้องใส่ "จุด" จบประโยคเหมือนภาษาอังกฤษ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
6 ทริคเปิดแอร์ให้เย็นเร็ว แต่ไม่ต้องตั้ง 20 องศา ค่าไฟไม่พุ่งเปิด 5 อันดับ หอพักมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในไทย น่าอยู่แค่ไหน?มากกว่าแค่การลากคราดบนกรวด: เจาะลึกอาชีพ "นักจัดสวนหินญี่ปุ่น" งานศิลป์สายเซนที่สร้างรายได้ไม่ธรรมดา😃 ชวนลองเข้ามาดูรูปภาพของสิ่งแปลก ๆ ที่คุณอาจไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นมาก่อน 😁
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ รู้จัก "วาบิซาบิ" ปรัชญาญี่ปุ่นที่ชวนให้เราหลงรักรอยร้าวของชีวิตทำไมมนุษย์โบราณถึงเชื่อว่า "การบูชายัญ" คือทางรอดของสังคมทำไมภาษาไทยถึงไม่ต้องใส่ "จุด" จบประโยคเหมือนภาษาอังกฤษสร้างมิวส์ให้สมอง: ทำไม "บรรยากาศ" ถึงเป็นสวิตช์ลับที่เปลี่ยนให้เราอ่านหนังสือได้จดจ่อกว่าเดิม
ตั้งกระทู้ใหม่