จากร้านก๋วยเตี๋ยวเรือสู่ 100 ล้านซอง เปิดตำนาน “เลอรส” และ เอย พรภิชญา
ก๋วยเตี๋ยวเรือหนึ่งชามอาจขายได้วันละไม่กี่ร้อยชาม แต่ถ้าเปลี่ยนมันให้กลายเป็นสินค้ากึ่งสำเร็จรูปที่ส่งไปถึงลูกค้าทั่วประเทศ เรื่องราวก็เปลี่ยนไปทันที
นี่คือเส้นทางของ “เลอรส” แบรนด์ก๋วยเตี๋ยวเรือกึ่งสำเร็จรูปที่มีจุดเริ่มต้นจากร้านก๋วยเตี๋ยวย่านจรัญ 13 ก่อนเจอจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในช่วงโควิด-19 และขยับจากธุรกิจร้านอาหารเข้าสู่ตลาดสินค้าแพ็กซอง
ชื่อที่ถูกพูดถึงคู่กับแบรนด์มาตลอดคือ เอย–พรภิชญา โพธิ์ทอง ผู้ก่อตั้งเลอรส ซึ่งในช่วงที่ธุรกิจกำลังเติบโต แบรนด์ประกาศว่ายอดจำหน่ายทะลุ 100 ล้านซองภายในเวลาประมาณ 1 ปี
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ต้องแยกให้ชัดตั้งแต่ต้น
100 ล้านซอง ไม่ได้แปลว่า 1,000 ล้านบาท
คำว่า “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันล้าน” ที่ปรากฏในพาดหัวบางสำนัก จึงไม่ควรถูกนำมาแปลตรง ๆ ว่าเลอรสมีรายได้หรือมูลค่าบริษัทระดับพันล้านบาท เพราะข้อมูลผลประกอบการที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังไม่รองรับข้อสรุปนั้น
แล้วจากร้านก๋วยเตี๋ยวธรรมดา เลอรสเดินทางมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?
จุดเริ่มต้นของ “เลอรส” อยู่ที่ก๋วยเตี๋ยวเรือจรัญ 13
เว็บไซต์ของบริษัทเลอรสระบุว่า รากฐานของแบรนด์มาจากร้านก๋วยเตี๋ยวเรือย่าน จรัญ 13 และสูตรน้ำปรุงที่ถูกส่งต่อกันมายาวนานกว่า 40 ปี
จุดเด่นที่แบรนด์พูดถึงคือรสชาติน้ำซุปเข้มข้นและเครื่องปรุงที่ถูกพัฒนามาจากสูตรเดิม ก่อนจะนำมาปรับให้เหมาะกับการทำเป็นผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป
นี่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะการทำร้านอาหารกับการทำสินค้าแพ็กซองใช้วิธีคิดคนละแบบ
ร้านอาหารต้องทำอาหารให้ลูกค้าตรงหน้า
แต่สินค้าแพ็กซองต้องทำให้ลูกค้าซื้อกลับไปทำกินเองได้ โดยยังต้องรักษารสชาติให้อยู่ในมาตรฐานใกล้เคียงกัน
เลอรสจึงไม่ได้เพียงเอาก๋วยเตี๋ยวเรือมาใส่ถุง แต่ต้องเปลี่ยน “อาหารหนึ่งชาม” ให้กลายเป็น “ผลิตภัณฑ์หนึ่งหน่วย”
โควิด-19 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
ในปี 2563–2564 ร้านอาหารจำนวนมากได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรค ลูกค้าไม่สามารถเข้าร้านได้เหมือนเดิม
เลอรสก็เจอสถานการณ์เดียวกัน
ข้อมูลจากผู้บริหารที่เผยแพร่ในปี 2565 ระบุว่า วิกฤตโควิดทำให้ร้านก๋วยเตี๋ยวได้รับผลกระทบ จึงเกิดแนวคิดว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้ายังสามารถกินก๋วยเตี๋ยวเรือที่บ้านได้
คำตอบจึงกลายเป็น ก๋วยเตี๋ยวเรือกึ่งสำเร็จรูป
จากจุดนี้เอง ธุรกิจของเลอรสจึงเริ่มเปลี่ยนจากการรอลูกค้าเดินเข้าร้าน ไปสู่การส่งสินค้าออกไปหาลูกค้าแทน
และนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของเรื่องทั้งหมด
เพราะโควิดไม่ได้ทำให้เลอรสเพียง “ขายยากขึ้น”
แต่บังคับให้ธุรกิจต้องตอบคำถามใหม่ว่า
ถ้าลูกค้ามาหาร้านไม่ได้ แล้วเราจะเอาร้านไปหาลูกค้าได้อย่างไร?
จากก๋วยเตี๋ยวในชาม สู่ก๋วยเตี๋ยวในซอง
ผลิตภัณฑ์เลอรสถูกพัฒนาให้เป็นก๋วยเตี๋ยวเรือกึ่งสำเร็จรูป มีเส้น น้ำปรุง และส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคสามารถนำไปประกอบอาหารได้เอง
ข้อมูลจากบริษัทระบุว่าผลิตภัณฑ์มีทั้งเส้นเล็ก เส้นหมี่ และรูปแบบเส้นอื่น ๆ ในเวลาต่อมา ขณะที่เว็บไซต์บริษัทปัจจุบันยังระบุว่ามีการจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่แค่รสชาติ
แต่อยู่ที่ รูปแบบสินค้าเหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงเวลานั้น
ไม่ต้องเดินทางไปถึงร้าน
ไม่ต้องนั่งกินที่ร้าน
อยากกินเมื่อไรก็สามารถนำมาปรุงเองได้
จากอาหารที่เคยมี “สถานที่” เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ จึงกลายเป็นอาหารที่สามารถเดินทางไปกับลูกค้าได้
เอย พรภิชญา คือใคร?
พรภิชญา โพธิ์ทอง หรือ “เอย” เป็นชื่อที่ปรากฏในข้อมูลของแบรนด์ในฐานะผู้ก่อตั้งเลอรส
ในช่วงที่ธุรกิจกำลังขยายตัว เธอทำงานร่วมกับ ธีระพันธ์ ไชยวงษา หรือ “นิก” ซึ่งในเวลานั้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัท โดยทั้งคู่ปรากฏตัวในกิจกรรมทางการตลาดของแบรนด์หลายครั้ง
ต่อมา บทบาทในการบริหารมีการเปลี่ยนแปลง และชื่อของเอยยังคงปรากฏในฐานะผู้บริหารของบริษัท
ส่วน น้ำแข็ง–ชญาน์ทัต อยู่เป็นแก้ว หรือ น้ำแข็ง AF7 เข้ามามีบทบาทในธุรกิจร่วมกับเอยในเวลาต่อมา
ดังนั้น หากถามว่า “ใครเป็นเจ้าของเลอรส?” คำตอบที่ปลอดภัยที่สุดคือ เอย พรภิชญาเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ ส่วนรายละเอียดโครงสร้างผู้ถือหุ้นและบทบาทของบุคคลต่าง ๆ ควรแยกออกจากคำว่า “เจ้าของ” เพราะตำแหน่งผู้ก่อตั้ง ผู้บริหาร กรรมการ และผู้ถือหุ้นไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
ข้อมูลที่เผยแพร่จากฐานข้อมูลธุรกิจซึ่ง Sanook Money นำมาอ้างอิง ระบุว่า บริษัทเลอรส อินเตอร์ฟู้ดส์ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2564 และข้อมูลผู้ถือหุ้นที่ตรวจสอบได้ในฐานข้อมูลดังกล่าว ณ เวลารายงาน ระบุชื่อพรภิชญาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
แล้ว 100 ล้านซองมาจากไหน?
ตัวเลขนี้มีที่มา
ในปี 2565 เลอรสจัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 1 ปี พร้อมประกาศการเติบโตสู่ยอดจำหน่าย 100,000,000 ซอง
ตัวเลขนี้จึงหมายถึง จำนวนซองสินค้าที่จำหน่าย/ยอดขายตามที่แบรนด์ประกาศในช่วงเวลานั้น ไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นรายได้ 100 ล้านบาท หรือ 1,000 ล้านบาทโดยอัตโนมัติ
ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลผลประกอบการบริษัทที่ Sanook Money รายงานจากฐานข้อมูลธุรกิจ ระบุว่า
-
ปี 2565 รายได้ประมาณ 177.44 ล้านบาท
-
ปี 2566 รายได้ประมาณ 117.07 ล้านบาท
และปี 2565 บริษัทมีผลขาดทุนตามข้อมูลที่รายงาน ก่อนจะมีกำไรในปี 2566
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคำว่า “พันล้าน” ต้องใช้อย่างระมัดระวัง
เพราะยอดขายจำนวนมากไม่ได้เท่ากับรายได้ในจำนวนเดียวกัน และรายได้ก็ไม่ใช่กำไรหรือมูลค่าบริษัท
กลยุทธ์ที่ทำให้เลอรสโตเร็ว
สิ่งที่น่าสนใจของเลอรสไม่ได้มีแค่สินค้า
แต่คือวิธีนำสินค้าออกสู่ตลาด
ในช่วงการเติบโต แบรนด์ใช้เครือข่าย ตัวแทนจำหน่าย เป็นส่วนสำคัญในการกระจายสินค้า โดยเว็บไซต์บริษัทปัจจุบันยังเปิดรับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และมีระบบสนับสนุนด้านการขายและสื่อการตลาดให้ตัวแทน
เมื่อสินค้าเป็นของที่ส่งได้ การมีตัวแทนจำนวนมากจึงช่วยให้แบรนด์ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่กับพื้นที่รอบร้าน
ก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชามขายได้กับลูกค้าหนึ่งคนในร้าน
แต่สินค้าหนึ่งซองสามารถเดินทางผ่านตัวแทนไปถึงลูกค้าอีกจังหวัดได้
นี่คือความแตกต่างระหว่าง ธุรกิจร้านอาหาร กับ ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค
และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่การเปลี่ยนโมเดลในช่วงโควิดมีความสำคัญมาก
จากยอดขายสู่การสร้างแบรนด์
เมื่อสินค้าเริ่มเป็นที่รู้จัก เลอรสก็ขยับจากการขายสินค้าไปสู่การทำตลาดในวงกว้างมากขึ้น
ปี 2565 แบรนด์จัดกิจกรรม “ศึกโซ้ยแหลก แจกเงินล้าน” ซึ่งเป็นการแข่งขันกินก๋วยเตี๋ยวเรือ และเดินสายจัดกิจกรรมในหลายภูมิภาค ก่อนมีรอบชิงระดับประเทศ
ต่อมาในปี 2566 ชาคริต แย้มนาม ถูกใช้เป็นพรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์ และเลอรสยังทำแคมเปญการตลาดต่อเนื่อง
เมื่อมองย้อนกลับไปจึงเห็นเส้นทางค่อนข้างชัด
ร้านอาหาร → สินค้ากึ่งสำเร็จรูป → ตัวแทนจำหน่าย → การตลาดออนไลน์ → แคมเปญระดับประเทศ
จากนั้นชื่อ “เลอรส” จึงไม่ได้อยู่เฉพาะในโลกของร้านก๋วยเตี๋ยวอีกต่อไป
แล้วคำว่า “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันล้าน” จริงแค่ไหน?
คำตอบแบบตรงไปตรงมาคือ ยังไม่มีข้อมูลสาธารณะที่น่าเชื่อถือเพียงพอให้สรุปว่าเลอรสเป็นธุรกิจมูลค่าพันล้านบาท
สิ่งที่มีหลักฐานชัดกว่าคือ
เลอรสเคยประกาศยอดจำหน่ายแตะ 100 ล้านซองภายในช่วงประมาณ 1 ปีของการทำตลาดก๋วยเตี๋ยวเรือกึ่งสำเร็จรูป
ขณะที่ข้อมูลผลประกอบการบริษัทที่เปิดเผยต่อสาธารณะอยู่ในระดับหลักร้อยล้านบาทในปีที่มีข้อมูลดังกล่าว
ดังนั้นคำว่า “พันล้าน” ในพาดหัวจึงควรถือเป็น คำเรียกเชิงพาดหัวหรือการสื่อสารทางการตลาด มากกว่าจะนำมาเขียนเป็นข้อเท็จจริงทางการเงิน
และนี่คือจุดที่คนอ่านควรแยกให้ออก
100 ล้านซอง ≠ 1,000 ล้านบาท
เรื่องของเลอรสจึงน่าสนใจกว่าตัวเลขพันล้าน
ถ้าตัดคำว่า “พันล้าน” ออก เรื่องของเลอรสก็ยังน่าสนใจอยู่ดี
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือธุรกิจร้านอาหารที่เจอวิกฤตครั้งใหญ่ แล้วเลือกเปลี่ยนวิธีขาย
จากการรอลูกค้ามาที่ร้าน
กลายเป็นการส่งสินค้าถึงบ้าน
จากสูตรก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ในร้าน
กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เก็บและจัดจำหน่ายในรูปแบบใหม่
และจากธุรกิจที่มีข้อจำกัดเรื่องสถานที่ กลายเป็นแบรนด์ที่สามารถกระจายสินค้าไปยังตลาดอื่นได้
นี่คือเหตุผลที่ชื่อ เอย พรภิชญา และ เลอรส กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง
ไม่ใช่เพียงเพราะตัวเลข 100 ล้านซอง
แต่เพราะมันเป็นตัวอย่างของธุรกิจอาหารที่ถูกบังคับให้เปลี่ยนวิธีคิดในช่วงวิกฤต และพยายามเปลี่ยนอาหารจาก “ของที่ต้องไปกินที่ร้าน” ให้กลายเป็น “สินค้าที่เดินทางไปหาคนกินได้”
ส่วนเรื่องข้อพิพาททางธุรกิจที่กลับมาเป็นข่าวในช่วงปี 2568–2569 นั้น เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ควรแยกออกจากประวัติการเติบโตของแบรนด์ และควรยึดข้อมูลจากคู่กรณีและเอกสารที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรนำข้อกล่าวหาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาเขียนเป็นข้อเท็จจริง
เพราะสุดท้ายแล้ว “ตำนานเลอรส” ไม่ได้มีแค่เรื่องก๋วยเตี๋ยวอร่อย
แต่เป็นเรื่องของการเปลี่ยน ร้านหนึ่งร้านให้กลายเป็นสินค้า และเปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นโมเดลธุรกิจใหม่
สรุปสั้น ๆ
เอย พรภิชญา คือผู้ก่อตั้งแบรนด์เลอรส ซึ่งมีรากจากร้านก๋วยเตี๋ยวเรือย่านจรัญ 13 ก่อนปรับธุรกิจสู่ก๋วยเตี๋ยวเรือกึ่งสำเร็จรูปในช่วงโควิด และแบรนด์ประกาศยอดจำหน่ายแตะ 100 ล้านซอง ในช่วงปี 2565
ส่วนคำว่า “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันล้าน” ยังไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นรายได้หรือมูลค่าบริษัทพันล้านบาท เพราะไม่พบหลักฐานสาธารณะที่ยืนยันข้อสรุปดังกล่าวอย่างเพียงพอ
Sanook Money – รู้จักเลอรส ก๋วยเตี๋ยวเรือกึ่งสำเร็จรูป — ข้อมูลนิติบุคคล ผู้ถือหุ้น และผลประกอบการที่นำเสนอจากฐานข้อมูลธุรกิจ
MGR Online – ชาคริต ร่วมมอบโชคทองคำ 2 ล้าน — บทบาทเอยและผู้บริหารในปี 2566
Siam108 – เลอรสทะยานสู่ 100 ล้านซอง — ข้อมูลแคมเปญและตัวเลข 100 ล้านซอง
Media of Thailand – เลอรส พลิกโฉมความสำเร็จ — จุดเปลี่ยนจากร้านอาหารสู่สินค้าในช่วงโควิด
Thaiger – ใครคือเจ้าของเลอรส รู้จักเอย พรภิชญา — บทบาทเอยและบริบทล่าสุด
Thairath – เลอรสเตรียมชี้แจงดราม่า — ใช้เฉพาะเพื่อยืนยันว่าบริษัทเคยออกมาชี้แจงต่อกระแสข่าว
โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย
เปิด 7 อำเภอที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าลึกลับ พิกัดจริงจากตำนานคนท้องถิ่น
เปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาท
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
เปิด 7 อำเภอที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในไทย ใหญ่แค่ไหนเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น
เงินเดือน 15,000 บาท อยู่จังหวัดไหนได้สบายกว่า? เทียบค่าเช่า ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และเงินเหลือปลายเดือน
กับดักใต้ผืนน้ำ! ขุดพบ "เสาไม้ปลายเหล็ก" ยุทธการซุ่มโจมตีที่หยุดยั้งกองทัพมงโกล
ย้อนเวลา 13,000 ปี... ปริศนา "หญิงโบราณแห่งถ้ำลอด" และร่องรอยมนุษย์ยุคแรกในประเทศไทย
รวมแนวทางสถิติเลขเด่นสำนักดัง งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2569
ทำไมซิปที่ผู้ใหญ่รูดได้แทบไม่ต้องคิด เด็กเล็กกลับต้องเรียนรู้อยู่นาน? ที่แท้มันมี “วิธีใช้ซ่อนอยู่”
ลัดดาแลนด์ จากดินแดนแห่งความสุข สู่สถานที่อาถรรพ์ที่คนยังพูดถึงหลังผ่านไปกว่าครึ่งศตวรรษ
เปิด 5 อบต. รายได้สูงสุดในไทย อันดับ 1 ทะลุ 1,000 ล้านบาท
กับดักใต้ผืนน้ำ! ขุดพบ "เสาไม้ปลายเหล็ก" ยุทธการซุ่มโจมตีที่หยุดยั้งกองทัพมงโกล
ไม่ถึงหนึ่งปีหลังจากเหตุการณ์โจรกรรมที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ พิพิธภัณฑ์เรอนัวร์ในฝรั่งเศสก็ถูกบุกรุกและภาพวาดอิมเพรสชันนิสต์สี่ภาพถูกขโมยไป
เรื่องราวที่คุณอาจไม่เคยรู้! จาก "ผลึกมรกตแอฟริกา" สู่ "พระพุทธรูปมรกตแห่งสันติภาพ"
ลัดดาแลนด์ จากดินแดนแห่งความสุข สู่สถานที่อาถรรพ์ที่คนยังพูดถึงหลังผ่านไปกว่าครึ่งศตวรรษ
จับตา “พายุ 8 ลูก” จ่อเข้าไทย? เตือนฝนถล่ม 43 จังหวัด ช่วงนี้ใครอยู่พื้นที่เสี่ยงต้องไม่ประมาท
เปิด 7 โรงเรียนที่มีทำเลโดดเด่นที่สุด บางแห่งอยู่กลางเมือง บางแห่งอยู่ท่ามกลางภูเขา
รถลุยน้ำท่วมแล้วควรทำอะไรทันที 7 จุดที่ต้องเช็กก่อนสตาร์ตเครื่อง
กับดักใต้ผืนน้ำ! ขุดพบ "เสาไม้ปลายเหล็ก" ยุทธการซุ่มโจมตีที่หยุดยั้งกองทัพมงโกล
เปิดความหมายสีตราครุฑในเอกสารที่ดิน แต่ละสีต่างกันอย่างไร?


