หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จากร้านก๋วยเตี๋ยวเรือสู่ 100 ล้านซอง เปิดตำนาน “เลอรส” และ เอย พรภิชญา

เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ

ก๋วยเตี๋ยวเรือหนึ่งชามอาจขายได้วันละไม่กี่ร้อยชาม แต่ถ้าเปลี่ยนมันให้กลายเป็นสินค้ากึ่งสำเร็จรูปที่ส่งไปถึงลูกค้าทั่วประเทศ เรื่องราวก็เปลี่ยนไปทันที

นี่คือเส้นทางของ “เลอรส” แบรนด์ก๋วยเตี๋ยวเรือกึ่งสำเร็จรูปที่มีจุดเริ่มต้นจากร้านก๋วยเตี๋ยวย่านจรัญ 13 ก่อนเจอจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในช่วงโควิด-19 และขยับจากธุรกิจร้านอาหารเข้าสู่ตลาดสินค้าแพ็กซอง

ชื่อที่ถูกพูดถึงคู่กับแบรนด์มาตลอดคือ เอย–พรภิชญา โพธิ์ทอง ผู้ก่อตั้งเลอรส ซึ่งในช่วงที่ธุรกิจกำลังเติบโต แบรนด์ประกาศว่ายอดจำหน่ายทะลุ 100 ล้านซองภายในเวลาประมาณ 1 ปี

แต่มีเรื่องหนึ่งที่ต้องแยกให้ชัดตั้งแต่ต้น

100 ล้านซอง ไม่ได้แปลว่า 1,000 ล้านบาท

คำว่า “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันล้าน” ที่ปรากฏในพาดหัวบางสำนัก จึงไม่ควรถูกนำมาแปลตรง ๆ ว่าเลอรสมีรายได้หรือมูลค่าบริษัทระดับพันล้านบาท เพราะข้อมูลผลประกอบการที่เปิดเผยต่อสาธารณะยังไม่รองรับข้อสรุปนั้น

แล้วจากร้านก๋วยเตี๋ยวธรรมดา เลอรสเดินทางมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

จุดเริ่มต้นของ “เลอรส” อยู่ที่ก๋วยเตี๋ยวเรือจรัญ 13

เว็บไซต์ของบริษัทเลอรสระบุว่า รากฐานของแบรนด์มาจากร้านก๋วยเตี๋ยวเรือย่าน จรัญ 13 และสูตรน้ำปรุงที่ถูกส่งต่อกันมายาวนานกว่า 40 ปี

จุดเด่นที่แบรนด์พูดถึงคือรสชาติน้ำซุปเข้มข้นและเครื่องปรุงที่ถูกพัฒนามาจากสูตรเดิม ก่อนจะนำมาปรับให้เหมาะกับการทำเป็นผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป

นี่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะการทำร้านอาหารกับการทำสินค้าแพ็กซองใช้วิธีคิดคนละแบบ

ร้านอาหารต้องทำอาหารให้ลูกค้าตรงหน้า

แต่สินค้าแพ็กซองต้องทำให้ลูกค้าซื้อกลับไปทำกินเองได้ โดยยังต้องรักษารสชาติให้อยู่ในมาตรฐานใกล้เคียงกัน

เลอรสจึงไม่ได้เพียงเอาก๋วยเตี๋ยวเรือมาใส่ถุง แต่ต้องเปลี่ยน “อาหารหนึ่งชาม” ให้กลายเป็น “ผลิตภัณฑ์หนึ่งหน่วย”

โควิด-19 กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

ในปี 2563–2564 ร้านอาหารจำนวนมากได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรค ลูกค้าไม่สามารถเข้าร้านได้เหมือนเดิม

เลอรสก็เจอสถานการณ์เดียวกัน

ข้อมูลจากผู้บริหารที่เผยแพร่ในปี 2565 ระบุว่า วิกฤตโควิดทำให้ร้านก๋วยเตี๋ยวได้รับผลกระทบ จึงเกิดแนวคิดว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้ายังสามารถกินก๋วยเตี๋ยวเรือที่บ้านได้

คำตอบจึงกลายเป็น ก๋วยเตี๋ยวเรือกึ่งสำเร็จรูป

จากจุดนี้เอง ธุรกิจของเลอรสจึงเริ่มเปลี่ยนจากการรอลูกค้าเดินเข้าร้าน ไปสู่การส่งสินค้าออกไปหาลูกค้าแทน

และนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของเรื่องทั้งหมด

เพราะโควิดไม่ได้ทำให้เลอรสเพียง “ขายยากขึ้น”

แต่บังคับให้ธุรกิจต้องตอบคำถามใหม่ว่า

ถ้าลูกค้ามาหาร้านไม่ได้ แล้วเราจะเอาร้านไปหาลูกค้าได้อย่างไร?

จากก๋วยเตี๋ยวในชาม สู่ก๋วยเตี๋ยวในซอง

ผลิตภัณฑ์เลอรสถูกพัฒนาให้เป็นก๋วยเตี๋ยวเรือกึ่งสำเร็จรูป มีเส้น น้ำปรุง และส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ผู้บริโภคสามารถนำไปประกอบอาหารได้เอง

ข้อมูลจากบริษัทระบุว่าผลิตภัณฑ์มีทั้งเส้นเล็ก เส้นหมี่ และรูปแบบเส้นอื่น ๆ ในเวลาต่อมา ขณะที่เว็บไซต์บริษัทปัจจุบันยังระบุว่ามีการจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ความน่าสนใจจึงไม่ได้อยู่แค่รสชาติ

แต่อยู่ที่ รูปแบบสินค้าเหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคในช่วงเวลานั้น

ไม่ต้องเดินทางไปถึงร้าน

ไม่ต้องนั่งกินที่ร้าน

อยากกินเมื่อไรก็สามารถนำมาปรุงเองได้

จากอาหารที่เคยมี “สถานที่” เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ จึงกลายเป็นอาหารที่สามารถเดินทางไปกับลูกค้าได้

เอย พรภิชญา คือใคร?

พรภิชญา โพธิ์ทอง หรือ “เอย” เป็นชื่อที่ปรากฏในข้อมูลของแบรนด์ในฐานะผู้ก่อตั้งเลอรส

ในช่วงที่ธุรกิจกำลังขยายตัว เธอทำงานร่วมกับ ธีระพันธ์ ไชยวงษา หรือ “นิก” ซึ่งในเวลานั้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัท โดยทั้งคู่ปรากฏตัวในกิจกรรมทางการตลาดของแบรนด์หลายครั้ง

ต่อมา บทบาทในการบริหารมีการเปลี่ยนแปลง และชื่อของเอยยังคงปรากฏในฐานะผู้บริหารของบริษัท

ส่วน น้ำแข็ง–ชญาน์ทัต อยู่เป็นแก้ว หรือ น้ำแข็ง AF7 เข้ามามีบทบาทในธุรกิจร่วมกับเอยในเวลาต่อมา

ดังนั้น หากถามว่า “ใครเป็นเจ้าของเลอรส?” คำตอบที่ปลอดภัยที่สุดคือ เอย พรภิชญาเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์ ส่วนรายละเอียดโครงสร้างผู้ถือหุ้นและบทบาทของบุคคลต่าง ๆ ควรแยกออกจากคำว่า “เจ้าของ” เพราะตำแหน่งผู้ก่อตั้ง ผู้บริหาร กรรมการ และผู้ถือหุ้นไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

ข้อมูลที่เผยแพร่จากฐานข้อมูลธุรกิจซึ่ง Sanook Money นำมาอ้างอิง ระบุว่า บริษัทเลอรส อินเตอร์ฟู้ดส์ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2564 และข้อมูลผู้ถือหุ้นที่ตรวจสอบได้ในฐานข้อมูลดังกล่าว ณ เวลารายงาน ระบุชื่อพรภิชญาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

แล้ว 100 ล้านซองมาจากไหน?

ตัวเลขนี้มีที่มา

ในปี 2565 เลอรสจัดกิจกรรมฉลองครบรอบ 1 ปี พร้อมประกาศการเติบโตสู่ยอดจำหน่าย 100,000,000 ซอง

ตัวเลขนี้จึงหมายถึง จำนวนซองสินค้าที่จำหน่าย/ยอดขายตามที่แบรนด์ประกาศในช่วงเวลานั้น ไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นรายได้ 100 ล้านบาท หรือ 1,000 ล้านบาทโดยอัตโนมัติ

ยิ่งไปกว่านั้น ข้อมูลผลประกอบการบริษัทที่ Sanook Money รายงานจากฐานข้อมูลธุรกิจ ระบุว่า

และปี 2565 บริษัทมีผลขาดทุนตามข้อมูลที่รายงาน ก่อนจะมีกำไรในปี 2566

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคำว่า “พันล้าน” ต้องใช้อย่างระมัดระวัง

เพราะยอดขายจำนวนมากไม่ได้เท่ากับรายได้ในจำนวนเดียวกัน และรายได้ก็ไม่ใช่กำไรหรือมูลค่าบริษัท

กลยุทธ์ที่ทำให้เลอรสโตเร็ว

สิ่งที่น่าสนใจของเลอรสไม่ได้มีแค่สินค้า

แต่คือวิธีนำสินค้าออกสู่ตลาด

ในช่วงการเติบโต แบรนด์ใช้เครือข่าย ตัวแทนจำหน่าย เป็นส่วนสำคัญในการกระจายสินค้า โดยเว็บไซต์บริษัทปัจจุบันยังเปิดรับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และมีระบบสนับสนุนด้านการขายและสื่อการตลาดให้ตัวแทน

เมื่อสินค้าเป็นของที่ส่งได้ การมีตัวแทนจำนวนมากจึงช่วยให้แบรนด์ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่กับพื้นที่รอบร้าน

ก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชามขายได้กับลูกค้าหนึ่งคนในร้าน

แต่สินค้าหนึ่งซองสามารถเดินทางผ่านตัวแทนไปถึงลูกค้าอีกจังหวัดได้

นี่คือความแตกต่างระหว่าง ธุรกิจร้านอาหาร กับ ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค

และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่การเปลี่ยนโมเดลในช่วงโควิดมีความสำคัญมาก

จากยอดขายสู่การสร้างแบรนด์

เมื่อสินค้าเริ่มเป็นที่รู้จัก เลอรสก็ขยับจากการขายสินค้าไปสู่การทำตลาดในวงกว้างมากขึ้น

ปี 2565 แบรนด์จัดกิจกรรม “ศึกโซ้ยแหลก แจกเงินล้าน” ซึ่งเป็นการแข่งขันกินก๋วยเตี๋ยวเรือ และเดินสายจัดกิจกรรมในหลายภูมิภาค ก่อนมีรอบชิงระดับประเทศ

ต่อมาในปี 2566 ชาคริต แย้มนาม ถูกใช้เป็นพรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์ และเลอรสยังทำแคมเปญการตลาดต่อเนื่อง

เมื่อมองย้อนกลับไปจึงเห็นเส้นทางค่อนข้างชัด

ร้านอาหาร → สินค้ากึ่งสำเร็จรูป → ตัวแทนจำหน่าย → การตลาดออนไลน์ → แคมเปญระดับประเทศ

จากนั้นชื่อ “เลอรส” จึงไม่ได้อยู่เฉพาะในโลกของร้านก๋วยเตี๋ยวอีกต่อไป

แล้วคำว่า “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันล้าน” จริงแค่ไหน?

คำตอบแบบตรงไปตรงมาคือ ยังไม่มีข้อมูลสาธารณะที่น่าเชื่อถือเพียงพอให้สรุปว่าเลอรสเป็นธุรกิจมูลค่าพันล้านบาท

สิ่งที่มีหลักฐานชัดกว่าคือ

เลอรสเคยประกาศยอดจำหน่ายแตะ 100 ล้านซองภายในช่วงประมาณ 1 ปีของการทำตลาดก๋วยเตี๋ยวเรือกึ่งสำเร็จรูป

ขณะที่ข้อมูลผลประกอบการบริษัทที่เปิดเผยต่อสาธารณะอยู่ในระดับหลักร้อยล้านบาทในปีที่มีข้อมูลดังกล่าว

ดังนั้นคำว่า “พันล้าน” ในพาดหัวจึงควรถือเป็น คำเรียกเชิงพาดหัวหรือการสื่อสารทางการตลาด มากกว่าจะนำมาเขียนเป็นข้อเท็จจริงทางการเงิน

และนี่คือจุดที่คนอ่านควรแยกให้ออก

100 ล้านซอง ≠ 1,000 ล้านบาท

เรื่องของเลอรสจึงน่าสนใจกว่าตัวเลขพันล้าน

ถ้าตัดคำว่า “พันล้าน” ออก เรื่องของเลอรสก็ยังน่าสนใจอยู่ดี

เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นคือธุรกิจร้านอาหารที่เจอวิกฤตครั้งใหญ่ แล้วเลือกเปลี่ยนวิธีขาย

จากการรอลูกค้ามาที่ร้าน

กลายเป็นการส่งสินค้าถึงบ้าน

จากสูตรก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ในร้าน

กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เก็บและจัดจำหน่ายในรูปแบบใหม่

และจากธุรกิจที่มีข้อจำกัดเรื่องสถานที่ กลายเป็นแบรนด์ที่สามารถกระจายสินค้าไปยังตลาดอื่นได้

นี่คือเหตุผลที่ชื่อ เอย พรภิชญา และ เลอรส กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง

ไม่ใช่เพียงเพราะตัวเลข 100 ล้านซอง

แต่เพราะมันเป็นตัวอย่างของธุรกิจอาหารที่ถูกบังคับให้เปลี่ยนวิธีคิดในช่วงวิกฤต และพยายามเปลี่ยนอาหารจาก “ของที่ต้องไปกินที่ร้าน” ให้กลายเป็น “สินค้าที่เดินทางไปหาคนกินได้”

ส่วนเรื่องข้อพิพาททางธุรกิจที่กลับมาเป็นข่าวในช่วงปี 2568–2569 นั้น เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ควรแยกออกจากประวัติการเติบโตของแบรนด์ และควรยึดข้อมูลจากคู่กรณีและเอกสารที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรนำข้อกล่าวหาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาเขียนเป็นข้อเท็จจริง

เพราะสุดท้ายแล้ว “ตำนานเลอรส” ไม่ได้มีแค่เรื่องก๋วยเตี๋ยวอร่อย

แต่เป็นเรื่องของการเปลี่ยน ร้านหนึ่งร้านให้กลายเป็นสินค้า และเปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นโมเดลธุรกิจใหม่

สรุปสั้น ๆ

เอย พรภิชญา คือผู้ก่อตั้งแบรนด์เลอรส ซึ่งมีรากจากร้านก๋วยเตี๋ยวเรือย่านจรัญ 13 ก่อนปรับธุรกิจสู่ก๋วยเตี๋ยวเรือกึ่งสำเร็จรูปในช่วงโควิด และแบรนด์ประกาศยอดจำหน่ายแตะ 100 ล้านซอง ในช่วงปี 2565

ส่วนคำว่า “ก๋วยเตี๋ยวเรือพันล้าน” ยังไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นรายได้หรือมูลค่าบริษัทพันล้านบาท เพราะไม่พบหลักฐานสาธารณะที่ยืนยันข้อสรุปดังกล่าวอย่างเพียงพอ

เว็บไซต์ บริษัท เลอรส อินเตอร์ฟู้ดส์ — ข้อมูลต้นกำเนิดแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ และการจัดจำหน่าย
Sanook Money – รู้จักเลอรส ก๋วยเตี๋ยวเรือกึ่งสำเร็จรูป — ข้อมูลนิติบุคคล ผู้ถือหุ้น และผลประกอบการที่นำเสนอจากฐานข้อมูลธุรกิจ
MGR Online – ชาคริต ร่วมมอบโชคทองคำ 2 ล้าน — บทบาทเอยและผู้บริหารในปี 2566
Siam108 – เลอรสทะยานสู่ 100 ล้านซอง — ข้อมูลแคมเปญและตัวเลข 100 ล้านซอง
Media of Thailand – เลอรส พลิกโฉมความสำเร็จ — จุดเปลี่ยนจากร้านอาหารสู่สินค้าในช่วงโควิด
Thaiger – ใครคือเจ้าของเลอรส รู้จักเอย พรภิชญา — บทบาทเอยและบริบทล่าสุด
Thairath – เลอรสเตรียมชี้แจงดราม่า — ใช้เฉพาะเพื่อยืนยันว่าบริษัทเคยออกมาชี้แจงต่อกระแสข่าว
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อเมริกาโน่ดำ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 41 ครั้ง
เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: อเมริกาโน่ดำ
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
9 อันดับภาพยนตร์ที่ถูกห้ามฉายในหลายประเทศ เพราะเนื้อหาสุดช็อก เดินผ่านมาตั้งนาน เปิดอดีต 5 สถานที่สำคัญกลางกรุงเทพฯหนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้างเปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมายข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุดแผงนี้มันยังไง เปิดขายไม่ถึงปี แต่ลูกค้าถูกรางวัลที่ 1 แล้ว 2 ครั้ง! รวมเงินรางวัลทะลุ 30 ล้านบาท งานนี้ไม่เรียกว่าดวงเฮง จะเรียกว่าอะไรมนุษย์จะไปอวกาศไม่ได้แค่สร้างจรวด: ด่านโหดตั้งแต่พ้นโลกจนกลับบ้าน10 จังหวัดที่เคยเป็นเมืองหลวงหรือศูนย์กลางอาณาจักรโบราณถนนก่อสร้างไร้ไฟไร้แผงกั้น เกิดอุบัติเหตุแล้วใครต้องชดใช้?5 ตำนานของเล่นในห้างยุค 90-2000 ส่องราคาอดีตกับสาเหตุที่หายไปจากชั้นวางสัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ถนนก่อสร้างไร้ไฟไร้แผงกั้น เกิดอุบัติเหตุแล้วใครต้องชดใช้?แผงนี้มันยังไง เปิดขายไม่ถึงปี แต่ลูกค้าถูกรางวัลที่ 1 แล้ว 2 ครั้ง! รวมเงินรางวัลทะลุ 30 ล้านบาท งานนี้ไม่เรียกว่าดวงเฮง จะเรียกว่าอะไร10 จังหวัดที่เคยเป็นเมืองหลวงหรือศูนย์กลางอาณาจักรโบราณมนุษย์จะไปอวกาศไม่ได้แค่สร้างจรวด: ด่านโหดตั้งแต่พ้นโลกจนกลับบ้านเดินผ่านมาตั้งนาน เปิดอดีต 5 สถานที่สำคัญกลางกรุงเทพฯกาวตราช้างติดนิ้ว อย่ากระชาก วิธีทำให้หลุดโดยไม่ทำร้ายผิว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ถ้าตกนรกจริง ในหนึ่งวันจะต้องเจอกับอะไรบ้างไรหิด : ปรสิตตัวจิ๋วที่ก่อให้เกิดโรคผิวหนังติดต่อรวม 7 จุดชมวิวเมืองไทย ที่สวยจนต้องหาโอกาสไปเห็นด้วยตาตัวเองแปรงสีฟันขูดลิ้นทำให้กลิ่นปากฝังลึกจริงไหม หลักฐานบอกต่างออกไป
ตั้งกระทู้ใหม่