30 วินาทีก่อนรถออก สำคัญกว่าที่คิด 10 จุดที่ผู้โดยสารควรสังเกต
ขึ้นรถแล้ว หลายคนมีเป้าหมายเดียวคือหาที่นั่ง เก็บกระเป๋า แล้วรอรถออก
แต่ก่อนรถจะเคลื่อน ลองใช้เวลาไม่กี่สิบวินาทีมองรอบตัวสักหน่อย เพราะสิ่งที่เราแทบไม่เคยสนใจในเวลาปกติ อาจกลายเป็นข้อมูลสำคัญหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
“30 วินาที” ในที่นี้ไม่ใช่เวลาที่กฎหมายกำหนด แต่เป็นกรอบง่าย ๆ สำหรับเตือนตัวเองว่า ก่อนเดินทางควรรู้จักพื้นที่รอบตัวให้มากกว่าที่คิด
1. มองหาประตูขึ้นลงก่อน
สิ่งแรกที่ควรรู้คือประตูที่เราใช้ขึ้นรถอยู่ตรงไหน และเปิดอย่างไร
นอกจากประตูปกติแล้ว รถโดยสารยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับประตูทางขึ้นลงและประตูฉุกเฉินตามประเภทและมาตรฐานของรถ ดังนั้นเมื่อขึ้นรถแล้ว การจำตำแหน่งประตูไว้จึงใช้เวลาเพียงเล็กน้อย แต่มีประโยชน์หากต้องออกจากรถอย่างรวดเร็ว
2. หาทางออกฉุกเฉินให้เจอ
อย่ารอให้เกิดเหตุแล้วค่อยถามว่า “ทางออกอยู่ไหน”
กวาดสายตาดูป้ายหรือสัญลักษณ์ที่ระบุทางออกฉุกเฉินไว้ก่อน โดยรถโดยสารบางมาตรฐานมีการกำหนดตำแหน่งและสัญลักษณ์สำหรับทางออกฉุกเฉินโดยเฉพาะ
จำง่าย ๆ ว่า นั่งตรงไหน และทางออกที่ใกล้ที่สุดอยู่ตรงไหน
3. มองหาค้อนทุบกระจก
บนรถโดยสารบางประเภทและบางมาตรฐาน จะมีค้อนสำหรับใช้กับกระจกนิรภัยในกรณีฉุกเฉิน
กรมการขนส่งทางบกกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับค้อนทุบกระจกสำหรับรถตามมาตรฐานที่ระบุ รวมถึงให้ติดตั้งในตำแหน่งที่มองเห็นได้และนำมาใช้งานได้สะดวก
สิ่งที่ผู้โดยสารควรทำคือ จำตำแหน่งไว้ก่อน ไม่ใช่ทดลองใช้งานหรือหยิบเล่น
4. เช็กเข็มขัดนิรภัย
ถ้าที่นั่งมีเข็มขัดนิรภัย ให้ตรวจดูว่าหัวล็อกและสายเข็มขัดอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และคาดให้เรียบร้อยก่อนรถออก
กรมการขนส่งทางบกมีข้อกำหนดเกี่ยวกับประเภทและมาตรฐานเข็มขัดนิรภัยสำหรับรถที่อยู่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมาตรฐานด้านที่นั่งและจุดยึดเข็มขัดนิรภัยของรถโดยสาร
5. ดูสภาพที่นั่งและพื้นที่รอบตัว
ไม่จำเป็นต้องตรวจรถทั้งคัน แค่สังเกตบริเวณที่ตัวเองนั่ง
ดูว่าที่นั่ง พนักพิง หรือส่วนที่เกี่ยวข้องอยู่ในสภาพปกติ ไม่มีสิ่งของแปลกปลอมที่อาจทำให้เกิดอันตราย และไม่มีสัมภาระตกค้างบริเวณที่นั่ง
มาตรฐานรถโดยสารของกรมการขนส่งทางบกมีข้อกำหนดเกี่ยวกับที่นั่งและจุดยึดที่นั่งด้วย
6. มองทางเดินให้โล่ง
ทางเดินไม่ควรกลายเป็นที่วางกระเป๋า
ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการขนส่งระบุถึงการจัดสัมภาระของผู้โดยสาร โดยไม่ให้กีดขวางทางขึ้นลงหรือทางเดินภายในรถ และไม่อยู่ในตำแหน่งที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้โดยสารคนอื่น
ดังนั้นถ้าเห็นกระเป๋าของตัวเองยื่นออกมาขวางทาง ควรจัดเก็บให้เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนรถออก
7. เช็กสัมภาระของตัวเอง
กระเป๋าที่วางไม่มั่นคงอาจเคลื่อนที่เมื่อรถเบรกหรือเปลี่ยนทิศทาง
สัมภาระควรอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่กีดขวางทางเดิน และไม่อยู่ในจุดที่อาจหล่นหรือเป็นอันตรายต่อคนอื่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการขนส่งผู้โดยสาร
8. อ่านป้ายหรือคำแนะนำฉุกเฉิน
ถ้าบนรถมีป้ายแนะนำวิธีปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ลองอ่านผ่านตาอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
เหตุผลไม่ได้ซับซ้อน เพราะตอนเกิดเหตุจริง คนเรามักต้องตัดสินใจภายใต้ความกดดัน การเคยเห็นข้อมูลมาก่อนช่วยให้รู้ว่าควรมองหาอะไร
ข้อกำหนดด้านการขนส่งยังระบุถึงเอกสารหรือคู่มือคำแนะนำการปฏิบัติเมื่อเกิดภัยหรือเหตุร้ายไว้ด้วย
9. มองหาอุปกรณ์ฉุกเฉินที่รถมี
นอกจากทางออกฉุกเฉินและค้อนทุบกระจกแล้ว ลองกวาดสายตาดูว่ารถมีอุปกรณ์ฉุกเฉินหรืออุปกรณ์ดับเพลิงอยู่บริเวณใด
ไม่จำเป็นต้องเข้าไปจับหรือทดลองอุปกรณ์ เพียงรู้ว่า ถ้ามีเหตุขึ้นมา เราควรมองหาอุปกรณ์ตรงไหน
ทั้งนี้อุปกรณ์และตำแหน่งอาจแตกต่างกันตามประเภทและมาตรฐานของรถ จึงไม่ควรคิดว่ารถโดยสารทุกคันมีอุปกรณ์เหมือนกันทั้งหมด
10. จำให้ได้ว่า “เราอยู่ตรงไหน”
ข้อสุดท้ายง่ายที่สุด แต่หลายคนมองข้าม
จำหมายเลขที่นั่ง ตำแหน่งประตู และทางออกฉุกเฉินที่ใกล้ตัวที่สุดเอาไว้
เมื่อรวมกับการรู้ตำแหน่งทางเดินและสัมภาระแล้ว เท่ากับว่าเราได้สร้าง “แผนที่ในหัว” ของพื้นที่เล็ก ๆ รอบตัวเรียบร้อยแล้ว
ทำไมต้องดูตั้งแต่รถยังไม่ออก
เพราะตอนรถจอดอยู่ เรามีเวลามองรอบตัวแบบไม่ต้องรีบร้อน
แต่ถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นมา สิ่งที่สำคัญคือการรู้ว่า ทางออกอยู่ตรงไหน อุปกรณ์อยู่ตรงไหน และสิ่งของของเราอยู่ตรงไหน
กรมการขนส่งทางบกเองก็มีระบบ “เช็กชัวร์ ready to go” สำหรับรายงานการตรวจสภาพความพร้อมประจำวันของรถโดยสารสาธารณะ แสดงให้เห็นว่าความพร้อมของรถเป็นอีกส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัยในการเดินทาง
ผู้โดยสารจึงไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่ตรวจรถ แต่สามารถดูแลความปลอดภัยของตัวเองได้ด้วยการรู้จักพื้นที่รอบตัว
สรุป
ก่อนรถออกครั้งหน้า ลองใช้เวลาสั้น ๆ ไล่สายตา 10 จุด
ประตูขึ้นลง → ทางออกฉุกเฉิน → ค้อนทุบกระจก → เข็มขัดนิรภัย → ที่นั่ง → ทางเดิน → สัมภาระ → ป้ายฉุกเฉิน → อุปกรณ์ฉุกเฉิน → ตำแหน่งของตัวเอง
ไม่ต้องใช้เวลานาน และไม่ต้องตื่นตระหนก
เพียงรู้ไว้ก่อนว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้น เราจะไปทางไหน
แล้วเวลาคุณขึ้นรถโดยสาร คุณเคยสังเกตจุดไหนเป็นอย่างแรก และมีจุดไหนที่เพิ่งรู้ว่าควรดูจากบทความนี้บ้าง
กรมการขนส่งทางบก — หลักเกณฑ์เกี่ยวกับที่นั่ง จุดยึดที่นั่ง และจุดยึดเข็มขัดนิรภัยของรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร
กรมการขนส่งทางบก — ประกาศกำหนดแบบเข็มขัดนิรภัยและประเภทของรถที่ต้องจัดให้มีเข็มขัดนิรภัย
กรมการขนส่งทางบก — ข้อกำหนดเกี่ยวกับกระจกนิรภัย ค้อนทุบกระจก และสัญลักษณ์ทางออกฉุกเฉิน
กรมการขนส่งทางบก — ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการจัดสัมภาระของผู้โดยสาร
กรมการขนส่งทางบก — ระบบ “เช็กชัวร์ ready to go” สำหรับตรวจสอบรายงานความพร้อมรถโดยสารสาธารณะ
เช็กดวงประจำวันที่ 21 ตุลาคม 2569 สีมงคล ฤกษ์ดี และคำทำนายดวงรายวันทั้ง 7 วันเกิด
จังหวัดไทยที่มีทั้งภูเขา ทะเล และชายแดน มีที่ไหนบ้าง?
ราคาน้ำมันวันนี้ 21 ต.ค. 69 ปตท. บางจาก ขึ้น 60 สตางค์ เปิดราคาดีเซล เบนซิน แก๊สโซฮอล์ พร้อมสาเหตุที่ราคาพุ่ง
เเนวทางเลขเด่น 4 จตุรเทพ จัดให้ 1 พ.ย. 69 (อ.น๊อตตี้, ดุ่ย ภรัณฯ, อ.ไม้เอก และอ.ต้น)
รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่ง
เปิดรายชื่อ 8 มหาเศรษฐีระดับโลก ที่เลือกเมืองไทยเป็นจุดหมายพักผ่อนสุดหรู
ต้นหอมผักคู่ครัวที่หลายคนชอบกิน มีประโยชน์จริง แต่ก็อาจไม่เหมาะกับทุกคน!
ย้อนรอย 5 ภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อดัง ที่แอบมาเนรมิตประเทศไทยให้กลายเป็นประเทศอื่น
เปิดแนวทางเลข วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569..จอมขมังเวทย์
“มังกรเมรัย” ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ... “เลขนี้ท่านได้แต่ใดมา”
เปิด 5 โรงเรียนนานาชาติระดับมัธยมที่แพงที่สุดในไทย ค่าเทอมทะลุล้าน จ่ายจริงปีละเท่าไร?
ดอกต้นตีนเป็ด กลิ่นหอมแรงจนหลายคนร้องยี้! เป็นพิษจริงไหม หรือเป็นเพียงข่าวลือ?
ดอกต้นตีนเป็ด กลิ่นหอมแรงจนหลายคนร้องยี้! เป็นพิษจริงไหม หรือเป็นเพียงข่าวลือ?
เช็กดวงประจำวันที่ 21 ตุลาคม 2569 สีมงคล ฤกษ์ดี และคำทำนายดวงรายวันทั้ง 7 วันเกิด
จังหวัดไทยที่มีทั้งภูเขา ทะเล และชายแดน มีที่ไหนบ้าง?
เปิด 5 โรงเรียนนานาชาติระดับมัธยมที่แพงที่สุดในไทย ค่าเทอมทะลุล้าน จ่ายจริงปีละเท่าไร?
หวยรัฐบาล 1 พฤศจิกายน 2569 เปิดสถิติเลขเด็ดวันอาทิตย์ จับตาเลขมาแรง 4-8 และเลขค้างนาน
รู้จักกับ "พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าผ่องประไพ": พระราชธิดาพระองค์แรกในรัชกาลที่ 5 ผู้มีพระชนม์ชีพยืนยาวผ่าน 5 แผ่นดิน
รู้จักกับ "รถไฟเซบุ" (Seibu Railway): เส้นทางสายประวัติศาสตร์และเครือข่ายรถไฟเอกชนชื่อดังแห่งญี่ปุ่น
จังหวัดไทยที่มีทั้งภูเขา ทะเล และชายแดน มีที่ไหนบ้าง?
ทำความรู้จัก “วิกิพีเดียภาษาไทย” สารานุกรมเสรีที่ทุกคนร่วมสร้างได้











