หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ต้มแซ่บกระดูกอ่อน สูตรเข้มข้น

เขียนโดย preechalcpd

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ต้มแซ่บกระดูกอ่อน สูตรเข้มข้น

หม้อต้มแซ่บร้อน ๆ ที่มีไอน้ำลอยขึ้นมา พร้อมกลิ่นตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกคั่ว เป็นเมนูที่ช่วยเรียกความอยากอาหารได้ดีมาก น้ำซุปของต้มแซ่บไม่จำเป็นต้องข้นหรือใส่เครื่องปรุงจำนวนมาก แค่ทำให้กระดูกอ่อนนุ่ม น้ำซุปหอม และปรุงรสให้เปรี้ยว เค็ม เผ็ดกลมกล่อม ก็อร่อยเหมือนร้านอาหารอีสานแล้ว

สูตรนี้ใช้กระดูกอ่อนหมูเป็นวัตถุดิบหลัก ต้มจนเนื้อนุ่มเคี้ยวเพลิน แล้วใส่สมุนไพรไทยเพื่อดึงกลิ่นหอมออกมา จุดสำคัญอยู่ที่การปรุงน้ำมะนาวหลังปิดไฟ เพราะจะช่วยให้รสเปรี้ยวสด ไม่ขม และไม่มีกลิ่นมะนาวต้มจนเกินไป

ส่วนผสมสำหรับ 3–4 ที่

• กระดูกอ่อนหมู 500 กรัม หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ

• น้ำเปล่าหรือน้ำซุปประมาณ 1.5 ลิตร

• ตะไคร้ 3 ต้น ทุบแล้วหั่นท่อน

• ข่าอ่อน 8–10 แว่น

• ใบมะกรูด 5–6 ใบ ฉีกก้านกลางออก

• หอมแดง 5 หัว ทุบพอแตก

• กระเทียม 5 กลีบ ทุบพอแตก

• พริกขี้หนูสด 10–15 เม็ด บุบตามระดับความเผ็ดที่ชอบ

• พริกแห้งคั่ว 5–8 เม็ด บุบหรือโขลกหยาบ

• น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

• น้ำมะนาว 4–5 ช้อนโต๊ะ

• น้ำมะขามเปียก 1 ช้อนชา เพิ่มความเปรี้ยวกลมกล่อมได้ตามชอบ

• น้ำตาลทรายประมาณ 1 ช้อนชา

• เกลือเล็กน้อยและผักชีฝรั่งหรือผักชีสำหรับโรยหน้า

ถ้าหากชอบกลิ่นคั่ว สามารถนำพริกแห้งไปคั่วในกระทะจนหอมก่อนนำมาใช้ พริกคั่วจะช่วยให้น้ำซุปมีกลิ่นหอมลึกขึ้น ส่วนพริกสดควรใส่ทั้งช่วงต้มและช่วงปรุง เพื่อให้ได้ทั้งความเผ็ดในน้ำซุปและกลิ่นสดของพริก

วิธีเตรียมกระดูกอ่อนให้นุ่มและน้ำซุปใส

เริ่มจากล้างกระดูกอ่อนหมูด้วยน้ำสะอาด จากนั้นตั้งหม้อใส่น้ำให้ท่วม นำกระดูกอ่อนลงไปลวกประมาณ 5–7 นาที ขั้นตอนนี้จะช่วยลดกลิ่นคาวและทำให้สิ่งสกปรกบางส่วนหลุดออกมา ไม่ควรรีบข้ามขั้นตอนนี้ถ้าต้องการน้ำซุปที่ใสและมีกลิ่นสะอาด

เมื่อลวกเสร็จแล้ว ตักกระดูกอ่อนขึ้นมาล้างผ่านน้ำอีกครั้ง เทน้ำลวกทิ้ง แล้วล้างหม้อให้สะอาด วิธีนี้อาจใช้เวลาเพิ่มเล็กน้อย แต่ช่วยให้น้ำต้มรอบต่อไปไม่ขุ่นมาก และทำให้รสของสมุนไพรเด่นขึ้นโดยไม่มีกลิ่นคาวรบกวน

วิธีทำต้มแซ่บกระดูกอ่อน

ตั้งหม้อใบเดิม ใส่น้ำสะอาดหรือน้ำซุปลงไป ตามด้วยตะไคร้ ข่า หอมแดง กระเทียม และใบมะกรูด ต้มด้วยไฟกลางจนเริ่มมีกลิ่นหอม อย่าเพิ่งใส่น้ำมะนาวหรือน้ำปลาในช่วงนี้ เพราะเครื่องปรุงจะทำให้รสเปลี่ยนระหว่างที่กระดูกอ่อนกำลังต้ม และอาจทำให้ต้องปรุงซ้ำหลายรอบ

ใส่กระดูกอ่อนที่ลวกแล้วลงไป ต้มจนเดือด จากนั้นลดเป็นไฟอ่อน คอยช้อนฟองที่ลอยขึ้นมาทิ้งเป็นระยะ ต้มต่อประมาณ 45–60 นาที หรือจนกระดูกอ่อนนุ่มตามต้องการ ถ้าใช้หม้อแรงดัน เวลาจะสั้นลงมาก แต่ควรเติมน้ำตามระดับที่เหมาะสมและอย่าใส่น้ำจนเต็มหม้อ

ระหว่างต้มควรใช้ไฟอ่อนให้น้ำเดือดเบา ๆ มากกว่าการเร่งไฟแรง น้ำซุปจะหวานจากเนื้อและกระดูกได้ดีขึ้น เนื้อจะนุ่มสม่ำเสมอ และน้ำซุปไม่ขุ่นจากการเดือดพล่านจนเกินไป หากน้ำลดลงมาก ให้เติมน้ำร้อนแทนน้ำเย็นเพื่อรักษาอุณหภูมิของหม้อ

การปรุงรสให้นัวและไม่เปรี้ยวโดด

เมื่อกระดูกอ่อนนุ่มแล้ว ให้ใส่น้ำปลา น้ำตาล และน้ำมะขามเปียกลงไปก่อน ชิมให้ได้รสเค็มนำเล็กน้อยและมีรสหวานติดปลายลิ้นเพียงนิดเดียว จากนั้นใส่พริกสดกับพริกแห้งคั่ว ปิดไฟ แล้วจึงเติมน้ำมะนาวเป็นขั้นตอนสุดท้าย

การปรุงน้ำมะนาวหลังปิดไฟเป็นเคล็ดลับที่ช่วยให้ต้มแซ่บมีความหอมสดและเปรี้ยวชัด หากชอบรสเปรี้ยวแบบนุ่ม ๆ ให้ผสมน้ำมะขามเปียกเล็กน้อยร่วมกับน้ำมะนาว แต่ถ้าชอบรสเปรี้ยวคมแบบร้านอาหาร ให้ใช้น้ำมะนาวมากขึ้นและลดน้ำมะขามลง

หลังปรุงเสร็จควรชิมอีกครั้งก่อนตักเสิร์ฟ รสที่ดีควรมีความเปรี้ยวเด่นแต่ไม่แหลม เค็มพอดี เผ็ดหอม และมีน้ำซุปหวานจากการเคี่ยว ถ้ารสเค็มเกินไปให้เติมน้ำร้อนเล็กน้อย ถ้าเปรี้ยวจัดให้เพิ่มน้ำซุปกับน้ำตาลเพียงปลายช้อน อย่าเติมน้ำปลาอย่างเดียวเพื่อแก้รส เพราะอาจทำให้เค็มขึ้นโดยไม่ช่วยให้รสกลมกล่อม

เคล็ดลับให้อร่อยขึ้น

• เลือกกระดูกอ่อนที่มีเนื้อและมันแทรกพอประมาณ จะได้เนื้อนุ่มไม่แห้ง

• ทุบตะไคร้และหอมแดงก่อนต้ม เพื่อให้กลิ่นสมุนไพรออกมาได้เต็มที่

• ฉีกใบมะกรูดโดยเอาก้านกลางออก จะช่วยลดรสขมและทำให้กลิ่นหอมกระจายดี

• ถ้าต้องการกลิ่นคั่ว ให้ใส่พริกแห้งคั่วช่วงท้าย ไม่ควรต้มตั้งแต่ต้นนานเกินไป

• น้ำมะนาวควรใช้แบบสดและเติมหลังปิดไฟทุกครั้ง

• โรยผักชีฝรั่ง ต้นหอม หรือผักชีตอนเสิร์ฟ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและสีสัน

ต้มแซ่บหม้อนี้กินคู่กับข้าวเหนียว ข้าวสวย หรือผักสดก็เข้ากัน หากทำไว้รับประทานหลายมื้อ ควรแยกน้ำมะนาวไว้เติมตอนอุ่นเสิร์ฟ เพราะการอุ่นซ้ำหลายครั้งจะทำให้กลิ่นเปรี้ยวลดลงและน้ำซุปมีรสเปลี่ยนได้

เสน่ห์ของต้มแซ่บอยู่ที่การปรุงไม่กี่อย่างให้รสชัดเจนในชามเดียว ความหอมของสมุนไพรช่วยตัดความมันของกระดูกอ่อน ส่วนรสเปรี้ยว เผ็ด และเค็มทำให้กินข้าวได้เรื่อย ๆ ใครที่เพิ่งเริ่มทำอาหารสามารถใช้สูตรนี้เป็นพื้นฐาน แล้วค่อยปรับพริก น้ำมะนาว และน้ำปลาให้เข้ากับรสที่ชอบได้โดยไม่ต้องยึดติดกับตัวเลขมากเกินไป

เนื้อหาโดย: preechalcpd
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
preechalcpd's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 19 ครั้ง
เขียนโดย preechalcpd
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
6 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ควรเสียบปลั๊กทิ้งไว้ข้ามคืน แม้คิดว่าปิดแล้วตรงไหนเรียกฝั่งธน? รู้จัก 15 เขตฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 1 กันยายน 2569 รางวัลที่ 1 คือ 417212ไส้เลื่อนเกิดจากอะไร ก้อนนูนแบบไหนควรรีบไปโรงพยาบาลเทวดาอยู่ในศาลพระภูมิจริงไหมเปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุดบอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6พุธห้ามตัด พฤหัสห้ามโกน ที่มาความเชื่อไทยและเหตุผลที่ยังจำกันได้5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
พุธห้ามตัด พฤหัสห้ามโกน ที่มาความเชื่อไทยและเหตุผลที่ยังจำกันได้ตรงไหนเรียกฝั่งธน? รู้จัก 15 เขตฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯไส้เลื่อนเกิดจากอะไร ก้อนนูนแบบไหนควรรีบไปโรงพยาบาลเปิด 5 อันดับ หอพักมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในไทย น่าอยู่แค่ไหน?5 จังหวัดที่หมูกระทะครองเมือง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ไปเที่ยวต่างประเทศช่วงไหนถึงจะคุ้ม? เบื้องหลังราคาทริปที่เปลี่ยนไปตามค่าเงินทำไมหนูอาเจียนไม่ได้ ทั้งที่กินของแปลกเข้าไปได้สารพัดพุธห้ามตัด พฤหัสห้ามโกน ที่มาความเชื่อไทยและเหตุผลที่ยังจำกันได้ตรงไหนเรียกฝั่งธน? รู้จัก 15 เขตฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ
ตั้งกระทู้ใหม่