คนสมัยก่อนซ่อนอะไรไว้ในบ้านเพื่อกันสิ่งชั่วร้าย? — ตั้งแต่ขวดแม่มดถึงสัญลักษณ์บนคาน
ภาพประกอบเชิงแนวคิดเกี่ยวกับความเชื่อในการป้องกันบ้านของคนในอดีต ไม่ใช่ภาพหลักฐานทางโบราณคดีจากสถานที่จริง
เวลาเราพูดถึง “บ้านที่ปลอดภัย” ทุกวันนี้ เรามักนึกถึงประตูที่ล็อกได้ กล้องวงจรปิด รั้ว หรือระบบเตือนภัย
แต่ถ้าย้อนกลับไปในยุคที่ผู้คนยังเชื่ออย่างจริงจังว่า ความเจ็บป่วย โชคร้าย หรือเหตุร้ายบางอย่างอาจเกี่ยวข้องกับแม่มด วิญญาณ หรือพลังที่มองไม่เห็น การป้องกันบ้านก็ไม่ได้จบแค่ประตูและกำแพง
บางบ้านมีของบางอย่างถูกฝังไว้
บางบ้านมีสัญลักษณ์ถูกขีดหรือแกะบนคาน
บางบ้านมีหิน สมุนไพร หรือวัตถุทางศาสนาวางอยู่ตามจุดสำคัญของตัวบ้าน
สำหรับคนในยุคนั้น สิ่งเหล่านี้อาจทำหน้าที่เหมือน “ระบบรักษาความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง” สำหรับภัยที่พวกเขาเชื่อว่ามองไม่เห็น
จุดที่ต้องป้องกันมากที่สุด มักเป็น “ทางผ่าน” ของบ้าน
ร่องรอยที่เรียกว่า apotropaic marks หรือเครื่องหมายที่เชื่อว่าใช้สำหรับปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ถูกพบตามอาคารประวัติศาสตร์หลายประเภท ตั้งแต่บ้าน โบสถ์ ยุ้งฉาง ไปจนถึงพื้นที่ใต้ดิน
สิ่งที่น่าสนใจคือ เครื่องหมายเหล่านี้มักปรากฏใกล้ ประตู หน้าต่าง เตาผิง ปล่องไฟ และคาน
ถ้ามองจากสายตาคนในอดีต ตำแหน่งเหล่านี้ก็มีเหตุผลอยู่ไม่น้อย
ประตูและหน้าต่างคือจุดที่คนและสิ่งจากภายนอกผ่านเข้ามา
เตาผิงและปล่องไฟก็เป็นช่องเปิดที่เชื่อมภายในบ้านกับโลกข้างนอก
ส่วนใต้พื้นและผนังเป็นพื้นที่ที่ซ่อนสิ่งของได้โดยไม่ถูกรบกวน
บ้านจึงไม่ได้เป็นเพียงสิ่งก่อสร้างที่มีไว้กันฝนและกันลม แต่ยังเป็น เส้นแบ่งระหว่างพื้นที่ที่ควบคุมได้ กับโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
เครื่องหมายบางรอยดูเหมือนของตกแต่ง แต่คนอาจตั้งใจให้มัน “กัน” สิ่งไม่ดี
หนึ่งในลวดลายที่พบในอาคารเก่าคือรูปวงกลมที่มีเส้นโค้งตัดกันคล้ายดอกไม้ ซึ่งมักเรียกว่า daisy wheel หรือ hexafoil
นอกจากนี้ยังพบดาวห้าแฉก ดาวหกแฉก เส้นไขว้ รูปทรงคล้ายเขาวงกต และตัวอักษรบางแบบ
แต่ตรงนี้ต้องระวังมาก
ไม่ใช่รอยทุกอันบนบ้านเก่าจะเป็น “รอยกันแม่มด”
บางรอยอาจเป็นเครื่องหมายของช่างก่อสร้าง รอยบอกตำแหน่งชิ้นไม้ ของตกแต่ง หรือสัญลักษณ์ทางศาสนา
นักประวัติศาสตร์จึงต้องดูทั้ง รูปแบบ ตำแหน่ง อายุของอาคาร และบริบทที่พบ ก่อนตีความความหมาย
ตัวอย่างอย่างดาวห้าแฉกก็น่าสนใจ เพราะในบางบริบทของยุคกลาง มันไม่ได้มีความหมายด้านมืดอย่างที่คนยุคใหม่อาจนึกถึง แต่กลับถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ป้องกันหรือความสมบูรณ์
อีกแบบหนึ่งคือเครื่องหมายที่มีลักษณะคล้ายตัว V ซ้อนกัน ซึ่งมีการเสนอว่าอาจเชื่อมกับถ้อยคำ Virgo Virginum หรือ “Virgin of Virgins” เพื่อขอความคุ้มครองจากพระแม่มารี
แต่ความหมายของรอยหลายชนิดก็ยังไม่สามารถยืนยันได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์
ของที่แปลกกว่านั้นคือ “ขวดแม่มด”
Witch bottle เป็นหนึ่งในวัตถุป้องกันบ้านที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในอังกฤษช่วงต้นสมัยใหม่และยุคต่อมา
ของที่บรรจุอยู่ข้างในอาจมีตั้งแต่ เข็ม ตะปู เส้นผม เล็บ ปัสสาวะ ชิ้นผ้า หรือวัตถุส่วนตัวอื่น ๆ
สำหรับคนในยุคนั้น สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกใส่ลงไปเพียงเพื่อความประหลาด
ความเชื่อคือ ขวดสามารถทำหน้าที่เหมือน กับดักหรือเครื่องตอบโต้เวทมนตร์ โดยเชื่อมโยงกับบุคคลที่กำลังถูกทำร้ายหรือถูกสาป
บางใบถูกฝังใต้พื้น
บางใบวางหรือซ่อนไว้ใกล้เตาผิง
บางใบถูกเก็บในตำแหน่งที่แทบไม่มีใครเห็น
และตามความเชื่อบางสาย ยิ่งไม่มีใครรู้ว่าขวดนั้นอยู่ที่ไหน ก็ยิ่งเหมาะกับหน้าที่ของมัน
มีรายงานการค้นพบ witch bottles ในอังกฤษหลายร้อยใบ โดย Smithsonian สรุปตัวเลขไว้ราว 250 ใบ ขณะที่ในสหรัฐฯ พบตัวอย่างน้อยกว่ามาก
บางบ้านไม่ได้ซ่อนแค่ขวด แต่ใช้ของธรรมดาให้กลายเป็นเครื่องคุ้มครอง
ตัวอย่างหนึ่งคือ hag stone หรือหินที่มีรูเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
ในความเชื่อของบางพื้นที่ในบริเตน หินแบบนี้ถูกแขวนไว้ในบ้าน โรงนา หรือใกล้เตียง เพื่อช่วยป้องกันโชคร้าย ฝันร้าย หรือเวทมนตร์
อีกตัวอย่างหนึ่งคือสิ่งที่ภายหลังถูกเรียกว่า “witches’ seats” หรือที่นั่งของแม่มด
บนเกาะ Jersey มีหินยื่นบริเวณปล่องไฟ ซึ่งเดิมดูเหมือนมีเหตุผลทางสถาปัตยกรรมเกี่ยวกับการจัดการหลังคาและน้ำฝน
แต่ในศตวรรษที่ 18–19 หินเหล่านี้กลับถูกผูกเข้ากับเรื่องเล่าว่าเป็นที่พักของแม่มด
แนวคิดในเรื่องเล่าก็ค่อนข้างแปลก
แทนที่จะไล่แม่มดออกไป เจ้าของบ้านอาจ “จัดที่ให้นั่ง” เพื่อหวังว่าแม่มดจะไม่มารบกวนบ้าน
นี่เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า สิ่งก่อสร้างหนึ่งชิ้นอาจถูกสร้างด้วยเหตุผลธรรมดา แล้วได้รับความหมายเหนือธรรมชาติในภายหลัง
หลักฐานแต่ละอย่างไม่ได้มีน้ำหนักเท่ากัน
ตรงนี้เป็น Truth Boundary สำคัญของเรื่อง
Witch bottle และเครื่องหมายป้องกันบางประเภทมีหลักฐานทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์สนับสนุนการใช้งานค่อนข้างชัด
Hag stone มีหลักฐานเชิงคติชนและการใช้งานในบางพื้นที่ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกหินที่มีรูจะถูกใช้ด้วยเหตุผลแบบเดียวกัน
ส่วน witches’ seats ต้องระวังมากกว่า เพราะความเชื่อเกี่ยวกับแม่มดอาจเป็นเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นภายหลังจากการสร้างองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมเดิม
ดังนั้นเมื่อเราเห็นวัตถุหรือรอยแปลก ๆ ในบ้านเก่า เราไม่ควรรีบสรุปว่า
“นี่คือของกันแม่มดแน่นอน”
สิ่งที่ควรถามมากกว่าคือ
มันถูกพบที่ไหน?
อยู่ในอาคารยุคไหน?
มีหลักฐานร่วมสมัยอธิบายหรือไม่?
มีของแบบเดียวกันในพื้นที่อื่นหรือเปล่า?
และความหมายที่เราเล่ากันทุกวันนี้ เริ่มมาตั้งแต่ตอนสร้างจริงหรือเกิดขึ้นภายหลัง?
ความคิดเรื่องการป้องกันสิ่งที่มองไม่เห็นไม่ได้มีแค่ในยุโรป
ในเอเชียตะวันออกมีวัตถุอย่าง shigandang stones ซึ่งถูกตั้งไว้ตามบ้าน ถนน หรือพื้นที่สาธารณะ เพื่อป้องกันพลังอัปมงคลตามความเชื่อ
วัตถุทางศาสนาก็มีบทบาทคล้ายกันในหลายสังคม
บางพื้นที่ใช้คัมภีร์ เครื่องราง บทสวด หรือวัตถุศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้านเพื่อสร้างความรู้สึกว่าพื้นที่นั้นได้รับการคุ้มครอง
รายละเอียดแตกต่างกันไปตามวัฒนธรรม
แต่แนวคิดพื้นฐานกลับคล้ายกันอย่างน่าสนใจ
บ้านไม่ได้ต้องปลอดภัยแค่จากโจร ไฟ หรือลมฝน แต่ต้องปลอดภัยจากสิ่งที่เจ้าของบ้านเชื่อว่าสามารถทำร้ายพวกเขาได้ด้วย
สิ่งเหล่านี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าเวทมนตร์มีจริง
การพบขวดแม่มด เครื่องหมายบนคาน หรือของที่ถูกซ่อนในบ้าน ไม่ได้พิสูจน์ว่ามีแม่มด วิญญาณ หรือคำสาปมาทำร้ายคนจริง
แต่มันพิสูจน์สิ่งหนึ่งได้ดีมาก
คนในอดีตเชื่อว่าความเสี่ยงเหล่านั้นจริงพอที่จะลงมือทำบางอย่างกับบ้านของตัวเอง
และสำหรับนักประวัติศาสตร์ นี่มีคุณค่ามาก
เพราะความกลัว ความหวัง และความเชื่อของคนธรรมดาไม่ได้ถูกเขียนบันทึกไว้ละเอียดเสมอไป
แต่รอยเล็ก ๆ บนคาน
ขวดที่ถูกฝังใต้พื้น
หินที่แขวนไว้ใกล้ประตู
หรือของที่ซ่อนหลังผนัง
กลับช่วยให้เราเห็นชีวิตประจำวันของคนเหล่านั้นได้ใกล้กว่าการอ่านรายชื่อกษัตริย์หรือสงครามเสียอีก
บ้านจึงไม่ได้สร้างจากไม้ หิน และอิฐอย่างเดียว
ถ้ามองบ้านเก่าเพียงด้านสถาปัตยกรรม เราอาจเห็นว่า
ตรงนี้คือประตู
ตรงนี้คือคาน
ตรงนี้คือปล่องไฟ
ตรงนี้คือพื้นบ้าน
แต่ถ้ามองผ่านความเชื่อของคนที่เคยอาศัยอยู่ ภาพเดียวกันอาจกลายเป็น
ตรงนี้คือจุดที่สิ่งไม่ดีอาจเข้ามา
ตรงนี้ควรมีสัญลักษณ์คุ้มครอง
ตรงนี้เหมาะกับการซ่อนของบางอย่าง
ตรงนี้คือพื้นที่ที่ต้องระวัง
บ้านเก่าหลังหนึ่งจึงกลายเป็นมากกว่าที่พักอาศัย
มันเป็นเหมือนแผนที่ของสิ่งที่คนในอดีต กลัว
สิ่งที่พวกเขา ศรัทธา
และวิธีที่พวกเขาพยายามสร้างความรู้สึกว่า
อย่างน้อยภายในกำแพงสี่ด้านนี้ เราก็ยังทำอะไรบางอย่างเพื่อปกป้องตัวเองได้
บางทีสิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดระหว่างคนยุคนั้นกับคนยุคนี้ อาจไม่ใช่ความต้องการความปลอดภัย
แต่คือ สิ่งที่เราคิดว่ากำลังคุกคามบ้านของเราอยู่ต่างหาก
แหล่งที่มา
Smithsonian Magazine / The Conversation — Six Ways That People of the Past Used Magic to Protect Their Homes, From Witch Bottles to Mystical Symbols
อ้างอิง https://www.smithsonianmag.com/history/six-ways-that-people-of-the-past-used-magic-to-protect-their-homes-from-witch-bottles-to-mystical-symbols-180989493/
Historic England — What Are Witches’ Marks?
อ้างอิง https://historicengland.org.uk/whats-new/features/discovering-witches-marks/what-are-witches-marks
Historic England — Witches’ Marks: Apotropaic and Carpenters’ Marks
อ้างอิง https://historicengland.org.uk/whats-new/features/discovering-witches-marks/types-of-marks/
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
วอร์คูตากลายเป็นเมืองร้างท่ามกลางความหนาวได้อย่างไร
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
เงาคูอิวาบนผาเซย์โดเซโรเกิดขึ้นได้อย่างไร
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 1 ตุลาคม 69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
ซุบบอตนิกเปลี่ยนวันหยุดเป็นงานส่วนรวมได้อย่างไร
รัสเซียเปลี่ยนสถานะเบียร์ในกฎหมายเมื่อปี 2011 อย่างไร
ทำไมรัสเซียจึงมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
ตู้โทรศัพท์สาธารณะไทยเหลือกี่ตู้ เปิดข้อมูลล่าสุด กับตัวเลขที่ยังไม่มีคำตอบ
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
รัสเซียเปลี่ยนสถานะเบียร์ในกฎหมายเมื่อปี 2011 อย่างไร
ตู้โทรศัพท์สาธารณะไทยเหลือกี่ตู้ เปิดข้อมูลล่าสุด กับตัวเลขที่ยังไม่มีคำตอบ
Metro-2 ใต้กรุงมอสโกมีหลักฐานแค่ไหน
ทำไมฐานทัพสหรัฐฯ ถึงให้แพะ 471 ตัวช่วยรับมือไฟป่า
กระเป๋าเป้ไม่ได้เกิดมาเพื่อไปโรงเรียน — มันผ่านทั้งมนุษย์น้ำแข็ง ทหาร และนักปีนเขากว่าจะมาเป็นแบบที่เราใช้ทุกวัน
สะพานรากไม้มีชีวิตแห่งเมฆาลัย: สถาปัตยกรรมพันปีที่ยิ่งเก่ายิ่งแข็งแกร่ง
ถอดรหัสอาถรรพ์เบญจเพสและดาวเสาร์: จากความเชื่อโบราณสู่ภาพสะท้อนจิตวิทยาและวิกฤตชีวิต
ยักษ์เท่น จากหมู่บ้านบนเขาสู่ Digital Nomad Village แห่งแรกของอินเดีย
เปิดปริศนานครโบราณใต้น้ำ 40 ปีใต้เขื่อนวชิราลงกรณ สถาปัตยกรรมที่ไม่ยอมพังทลาย

