หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เปิด 5 อันดับชาติคลั่งทอง! ทำไมบางประเทศถึงนิยมใส่ทอง ตั้งแต่เกิดจนแต่งงาน

เขียนโดย Djung

หากพูดถึง “ทองคำ” หลายคนอาจนึกถึงการลงทุน เก็บออม หรือซื้อทองรูปพรรณไว้เป็นทรัพย์สิน แต่สำหรับบางประเทศทั่วโลกแล้ว ทองคำมีความหมายมากกว่านั้น เพราะเป็นทั้ง เครื่องประดับ สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง ของขวัญ และส่วนหนึ่งของประเพณีสำคัญในชีวิต
โดยเฉพาะในเอเชียและตะวันออกกลาง การให้ทองในโอกาสสำคัญ ตั้งแต่งานแต่งงาน เทศกาล ไปจนถึงการมอบเป็นของขวัญให้สมาชิกในครอบครัว ยังคงเป็นวัฒนธรรมที่พบเห็นได้อย่างชัดเจน

   แล้วชาติใดขึ้นชื่อเรื่องความนิยมทองเป็นพิเศษ?
ในบทความนี้ เราลองมาส่อง 5 ประเทศของโลก ที่ทองคำมีบทบาทโดดเด่นทั้งในด้านวัฒนธรรมและการใช้เป็นเครื่องประดับ ในชีวิตประจำวันกันคะ

    อันดับ 1 อินเดีย — ทองคือทั้งเครื่องประดับและทรัพย์สินของครอบครัว

   ถ้าพูดถึงประเทศที่มีความผูกพันกับทองคำอย่างลึกซึ้ง อินเดีย ต้องติดอันดับต้น ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย
เพราะทองคำมีความเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ศาสนา เทศกาล และพิธีแต่งงานของชาวอินเดียมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะเครื่องประดับทองของเจ้าสาว ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของงานแต่งงาน
   ซึ่ง World Gold Council ระบุว่า ในปี 2025 อินเดียมีความต้องการเครื่องประดับทองประมาณ 430.5 ตัน สูงที่สุดในข้อมูลรายประเทศ และการซื้อทองยังได้รับแรงหนุนจากเทศกาลและฤดูแต่งงานอย่างชัดเจนสำ หรับชาวอินเดียแล้ว ทองจึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงทำให้สวยงาม แต่ยังถูกมองว่าเป็น ทรัพย์สินที่สามารถเก็บรักษามูลค่าและส่งต่อภายในครอบครัวได้ เรียกได้ว่า “ทอง” อยู่คู่กับชีวิตตั้งแต่งานมงคล ไปจนถึงการสร้างความมั่นคงของครอบครัว

อันดับ 2 จีน — ทองแทนความมั่งคั่งและความเป็นสิริมงคล

  จีน เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มี ตลาดทองคำขนาดใหญ่มาก และทองมีความหมายเชื่อมโยงกับความมั่งคั่ง ความโชคดี และความเป็นสิริมงคล ในโอกาสสำคัญ เช่น เทศกาลตรุษจีน งานแต่งงาน หรือการมอบของขวัญ ทองคำจึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้รับความนิยม
   ซึ่งข้อมูล World Gold Council ระบุว่า ปี 2025 จีนแผ่นดินใหญ่มีความต้องการเครื่องประดับทองประมาณ 360.1 ตัน เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากอินเดีย แม้ปริมาณจะลดลงจากปีก่อน เนื่องจากราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้นมากก็ตาม
สำหรับจีน ทองจึงไม่ได้ถูกมองเพียงว่า เป็นของสวยงาม แต่ยังเป็นสิ่งที่สะท้อนฐานะและความมั่งคั่งของผู้ครอบครอง

   อันดับ 3 ซาอุดีอาระเบีย — ทองกับงานแต่งงานและเครื่องประดับหรู

   ในตะวันออกกลาง ทองคำถือเป็นเครื่องประดับที่มีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในโอกาสพิเศษและงานแต่งงาน      ซาอุดีอาระเบีย เป็นหนึ่งในตลาดเครื่องประดับทองที่สำคัญของภูมิภาค  โดยปี 2025 มีความต้องการเครื่องประดับทองประมาณ 44 ตัน ซึ่งสูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกัน ทองในวัฒนธรรมของภูมิภาคนี้จึงมักปรากฏในรูปแบบเครื่องประดับที่โดดเด่น ทั้งสร้อยคอ กำไล ต่างหู และเครื่องประดับสำหรับเจ้าสาว ถึงแม้ว่าราคาทองที่สูงขึ้นและภาษีมูลค่าเพิ่ม 15% จะกดดันปริมาณการซื้อในปี 2025 แต่ความนิยมในทองคำยังคงสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของทองในตลาดตะวันออกกลาง

   อันดับ 4 ตุรกี — ทองอยู่คู่กับชีวิตและการออม

   ตุรกี เป็นอีกประเทศที่ทองคำมีความผูกพันกับทั้งวัฒนธรรมและการออมของผู้คส ทองจึงมักถูกมอบให้กันในโอกาสสำคัญ โดยเฉพาะงานแต่งงาน และเครื่องประดับทองสามารถทำหน้าที่คล้าย “ทรัพย์สินติดตัว” ที่สามารถเก็บรักษาและนำมาใช้ในยามจำเป็นได้
ซึ่งข้อมูลปี 2025 ระบุว่า ตุรกีมีความต้องการเครื่องประดับทองประมาณ 32.8 ตัน แม้ลดลงจากปีก่อน แต่ยังถือว่า เป็นตลาดทองคำที่สำคัญแห่งหนึ่ง
สิ่งที่น่าสนใจคือ ในตุรกีทองไม่ได้เป็นเพียงของประดับร่างกาย แต่ยังเกี่ยวข้องกับแนวคิดเรื่อง การเก็บความมั่งคั่งในรูปแบบที่จับต้องได้

    อันดับ 5 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ — ดินแดนแห่งทองและตลาดเครื่องประดับระดับโลก

  มาปิดท้ายด้วย ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือ UAE โดยเฉพาะนครดูไบ ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในเรื่องตลาดทองและเครื่องประดับ
   ในปี 2025 UAE มีความต้องการเครื่องประดับทองประมาณ 29.4 ตัน แม้จะลดลงจากปี 2024 เนื่องจากราคาทองคำที่อยู่ในระดับสูง แต่ ความโดดเด่นของ UAE ไม่ได้อยู่แค่ปริมาณการบริโภค แต่ยังอยู่ที่การเป็นศูนย์กลางการค้าและตลาดเครื่องประดับทองที่สำคัญของภูมิภาค ทำให้ภาพของ “ทองดูไบ” กลายเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกคุ้นเคย และมีคนกล่าวถึงเสมอ

   แล้วทำไมบางประเทศถึงนิยมใส่ทองกันมาก?
เหตุผลสำคัญคือ ทองไม่ได้มีเพียงเรื่องความสวยงาม แต่เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น

   1. ทองเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง ในหลายวัฒนธรรม ทองถูกมองว่าเป็นสิ่งที่แสดงถึงฐานะและความมั่นคง

   2. เกี่ยวข้องกับงานแต่งงานวัฒนธรรม โดยเฉพาะอินเดียและประเทศในตะวันออกกลาง ทองมีบทบาทสำคัญในเครื่องประดับเจ้าสาวและของขวัญระหว่างครอบครัว

   3. เป็นทรัพย์สินที่ส่งต่อกันได้ ทองรูปพรรณสามารถเก็บรักษาและส่งต่อจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งได้ สามารถเป็นทรัพย์สินที่สามารถนำมาใช้ยามฉุกเฉินได้

   4. เกี่ยวข้องกับเทศกาลและความเป็นสิริมงคล
ในหลายประเทศ การซื้อทองในช่วงเทศกาลหรือโอกาสมงคลถือเป็นธรรมเนียมที่สืบต่อกันมานาน

   5. ทองเป็นทั้ง “ของสวย” และ “ของมีมูลค่า”ทำให้นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่สุด เพราะผู้ซื้อสามารถสวมใส่ทองเป็น

เครื่องประดับ ขณะเดียวกันก็ยังถือครองสินทรัพย์ที่มีมูลค่าอยู่ในมือ

   ดังนั้นทองจึงไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แม้แต่ละประเทศจะมีรูปแบบการใช้ทองแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ทองคำมีความหมายมากกว่าความสวยงาม ซึ่งสำหรับบางสังคม ทองคือความมั่งคั่ง สำหรับบางครอบครัว ทองคือของขวัญในวันสำคัญ และสำหรับบางวัฒนธรรม ทองคือมรดกที่ส่งต่อจากแม่สู่ลูก

   ดังนั้นคำว่า “คลั่งทอง” อาจไม่ใช่เพียงเรื่องของการใส่เครื่องประดับจำนวนมาก แต่สะท้อนให้เห็นว่า ทองคำฝังอยู่ในวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คนในหลายประเทศทั่วโลก และถ้ามองจากข้อมูลความต้องการเครื่องประดับทองล่าสุด อินเดียและจีนยังคงโดดเด่นอย่างชัดเจน โดยในปี 2025 ทั้งสองประเทศรวมกันมีความต้องการเครื่องประดับทองมากกว่า 790 ตัน หรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดที่ World Gold Council รายงานในสองประเทศนี้รวมกัน

เนื้อหาโดย: Djung
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Djung's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 6 ครั้ง
เขียนโดย Djung
Djung
เน้นเนื้อหา เกี่ยวกับพืช เกษตร ต้นไม้ สุขภาพ และการลงทุนของโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ทั้งโลกการเงินและดิจิตัล
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-610 พิธีศพที่ดูแปลกจากทั่วโลกทำไมเรื่องน่าอายเมื่อ 10 ปีก่อน เรายังจำได้ชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้น?7-Eleven ราคาเดียวกันทุกสาขาจริงไหม? เปิด 5 ทำเลที่อาจ ทำให้คุณต้องจ่ายแพงขึ้นเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?เลขชนสำนักพิมพ์ 1 กันยายน 2569 จับตา “47-74” เด่นชนเลขดัง ส่องไทยรัฐ–บางกอกทูเดย์ มีเลขไหนน่าตามบ้าง10 เลขท้าย 2 ตัวขายดีงวด 1 ก.ย. 69 แต่ “ขายดี” ไม่ได้แปลว่ามีโอกาสออกมากกว่าเลขอื่นข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุดเปิดอันดับโลก ประเทศไหน “บ้าหวย” ที่สุด แชมป์ตัวจริงไม่ใช่ไทยข้าวหอมมะลิไทยต่างจากข้าวทั่วไปตรงไหน? ทำไมชื่อไทยถึงเป็นที่ต้องการทั่วโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
7-Eleven ราคาเดียวกันทุกสาขาจริงไหม? เปิด 5 ทำเลที่อาจ ทำให้คุณต้องจ่ายแพงขึ้นเบื้องหลังรสหวานของคุกกี้ ความจริงทางประวัติศาสตร์ที่ถูกซ่อนไว้ใต้กลิ่นหอมกรุ่น10 พิธีศพที่ดูแปลกจากทั่วโลกเปิดอันดับโลก ประเทศไหน “บ้าหวย” ที่สุด แชมป์ตัวจริงไม่ใช่ไทยทำไมสถิติหวยจึงช่วยอะไรไม่ได้มากนักทำไมเรื่องน่าอายเมื่อ 10 ปีก่อน เรายังจำได้ชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้น?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
Rafflesia ดอกไม้ยักษ์ที่ไม่มีใบและลำต้นแบบพืชทั่วไปLithops พืชที่เหมือนก้อนหิน จนแทบแยกไม่ออกวัสดุก่อสร้างโบราณที่วิศวกรยุคใหม่ยังไม่เข้าใจทั้งหมด10 พิธีศพที่ดูแปลกจากทั่วโลก
ตั้งกระทู้ใหม่