ออสเตรเลีย ดินแดนที่คนกลัวงูไม่อยากไป
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
ออสเตรเลีย ดินแดนที่คนกลัวงูไม่อยากไป
แค่พูดชื่อออสเตรเลีย หลายคนก็จะนึกถึงจิงโจ้ หมีโคอาลา ชายหาด และทะเลทรายสีแดง แต่สำหรับคนที่ไม่ถูกกับงู ภาพจำอีกอย่างมักโผล่ขึ้นมาก่อน นั่นคือถนนชนบท สนามหญ้าหลังบ้าน และพุ่มไม้ที่อาจมีงูเลื้อยผ่านโดยไม่บอกกล่าว
คำพูดทำนองว่า ถ้าเกลียดงูอย่าไปออสเตรเลีย จึงถูกพูดซ้ำจนคล้ายเป็นกฎการท่องเที่ยว ทั้งที่ความจริงมีรายละเอียดซับซ้อนกว่านั้น ออสเตรเลียไม่ได้มีงูมากที่สุดในโลกทุกด้าน แต่เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงอย่างมากเรื่องงูพิษหลายชนิด และบางชนิดก็อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่ที่มนุษย์ใช้ชีวิตจริง
ออสเตรเลียมีงูที่ถูกรู้จักและจำแนกไว้เกือบ 200 ชนิด แต่มีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ถูกจัดว่าอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ตัวเลขนี้ทำให้เห็นภาพสำคัญสองอย่างพร้อมกัน คือประเทศนี้มีความหลากหลายของงูสูง และคำว่า งูออสเตรเลีย ไม่ได้หมายความว่างูทุกตัวที่พบจะเป็นนักล่าที่พร้อมโจมตีคน
งูส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการปะทะกับมนุษย์ มันพยายามหลบหนีเมื่อได้ยินเสียงหรือรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนด้วยซ้ำ ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อคนกับงูใช้พื้นที่เดียวกัน โดยเฉพาะบริเวณชายป่า สนามหญ้ารก พื้นที่เกษตร แหล่งน้ำ และชานเมืองที่ขยายเข้าไปใกล้ถิ่นอาศัยเดิม
ความน่ากลัวไม่ได้อยู่ที่จำนวนอย่างเดียว
เหตุผลที่ออสเตรเลียถูกมองว่าเป็นดินแดนของงูอันตราย มาจากการมีงูในกลุ่มอีลาพิดจำนวนมาก งูกลุ่มนี้รวมถึงงูสีน้ำตาล ไทปัน และงูเสือ ซึ่งหลายชนิดมีพิษรุนแรง แต่ความรุนแรงของพิษกับโอกาสที่นักท่องเที่ยวจะเจองูเป็นคนละเรื่องกัน
งูบางชนิดมีพิษร้ายแรงมากแต่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ห่างไกล คนทั่วไปแทบไม่มีโอกาสพบ ส่วนงูที่พบใกล้ชุมชนอาจเป็นชนิดที่ไม่ดุหรือพยายามหนีทันทีเมื่อเห็นคน สิ่งที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมักเป็นการเดินเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัว การเหยียบโดน หรือการเอามือไปแตะบริเวณที่มองไม่เห็น
งูสีน้ำตาลตะวันออกเป็นหนึ่งในงูที่ทำให้ชื่อเสียงของออสเตรเลียดูน่ากลัวขึ้น เพราะมันสามารถปรับตัวกับพื้นที่เปิดโล่ง พื้นที่เกษตร และบริเวณรอบเมืองได้ดี สีของมันกลมกลืนกับดินแห้ง ใบไม้ และหญ้า ทำให้บางครั้งคนเห็นตัวมันช้าเกินไป
งูชนิดนี้ไม่ได้ออกไล่ล่าคน แต่เป็นงูที่ไวต่อการถูกรบกวน หากถูกทำให้ตกใจหรือรู้สึกว่าหนีไม่ได้ มันอาจแสดงท่าทีป้องกันตัวอย่างรวดเร็ว สำหรับนักเดินทาง ความเสี่ยงจึงไม่ได้มาจากการที่งูจงใจเข้าหา แต่มาจากการเดินผ่านพื้นที่ที่มีหญ้าสูงหรือกองวัสดุโดยไม่ทันสังเกต
ไทปันชายฝั่งเป็นอีกชื่อที่ทำให้คนฟังแล้วรู้สึกไม่อยากเข้าใกล้ มันอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตร้อนและชายฝั่งทางตอนเหนือของออสเตรเลีย ลำตัวมีขนาดใหญ่และดูแข็งแรงกว่างูทั่วไป จึงมักถูกนำไปพูดถึงในฐานะหนึ่งในงูที่มีพิษรุนแรงที่สุดของประเทศ
ถึงจะน่ากลัว แต่ไทปันก็ยังเป็นสัตว์ป่าที่ต้องการหลบคนมากกว่าตามหาคน การเข้าใกล้เพื่อถ่ายภาพ การขวางทางหนี หรือการพยายามจับด้วยตัวเองต่างหากที่เพิ่มโอกาสให้มันป้องกันตัว นักท่องเที่ยวจึงควรดูจากระยะไกลและปล่อยให้มันเลื้อยผ่านไป
ส่วนอินแลนด์ไทปันมักถูกพูดถึงในแง่พิษที่รุนแรงมากจนติดอันดับงูที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก แต่ชื่อเสียงนี้ไม่ได้แปลว่ามันเป็นงูที่นักท่องเที่ยวจะพบได้ง่าย เพราะถิ่นอาศัยหลักอยู่ในพื้นที่กึ่งทะเลทรายห่างไกลและมีคนอาศัยอยู่น้อย
นี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่า งูที่อันตรายที่สุด กับ งูที่มีโอกาสเจอระหว่างเที่ยว ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน คนที่เดินทางในเมืองใหญ่หรือสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนดูแลอย่างเป็นระบบอาจไม่พบงูเลยตลอดทริป ขณะที่คนที่ออกเดินป่า ตั้งแคมป์ หรือขับรถผ่านชนบทจะต้องใส่ใจกับสภาพแวดล้อมมากขึ้น
ถ้าวัดกันด้วยจำนวนชนิดงู ออสเตรเลียก็ไม่ได้เป็นประเทศอันดับหนึ่งแบบชัดเจน ประเทศอย่างบราซิลและเม็กซิโกมีระบบนิเวศเขตร้อนขนาดใหญ่และมีความหลากหลายของงูสูงกว่าในหลายฐานข้อมูล โดยเฉพาะพื้นที่ป่าฝนและพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีสัตว์เลื้อยคลานอยู่จำนวนมาก
สิ่งที่ทำให้ออสเตรเลียโดดเด่นจึงไม่ใช่คำว่า มีงูมากที่สุด เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการรวมกันของภูมิประเทศที่กว้างใหญ่ สัตว์เฉพาะถิ่นจำนวนมาก งูพิษที่มีชื่อเสียงระดับโลก และภาพข่าวการพบงูตามบ้านหรือสนามหลังบ้าน เมื่อเรื่องเหล่านี้ถูกเล่าซ้ำ ภาพของออสเตรเลียในสายตาคนกลัวงูก็ยิ่งชัดขึ้น
ในความเป็นจริง เมืองท่องเที่ยวหลักไม่ได้มีงูเลื้อยเต็มถนน และโรงแรม ร้านอาหาร หรือแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ต้องคอยระวังงูตลอดเวลา สิ่งที่ควรระวังคือกิจกรรมกลางแจ้งในพื้นที่ธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงอากาศอุ่นที่สัตว์เลื้อยคลานออกมาหากินและเคลื่อนไหวมากขึ้น
ถ้าไม่ชอบงู ควรเที่ยวอย่างไร
• ใส่รองเท้าหุ้มส้นเมื่อเดินบนเส้นทางธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าบนสนามหญ้าหรือพื้นที่รก
• ใช้ไฟฉายเมื่อต้องเดินกลางคืน ไม่เอามือสอดเข้าไปในโพรง กองไม้ หรือใต้ก้อนหิน
• ถ้าเห็นงู ให้หยุดอยู่กับที่และถอยห่างช้า ๆ อย่าพยายามไล่ เตะ หรือเข้าไปถ่ายภาพใกล้ ๆ
• หากงูอยู่ในที่พักหรือบริเวณชุมชน ควรเรียกเจ้าหน้าที่หรือผู้เชี่ยวชาญให้จัดการแทน
กฎง่าย ๆ คือให้ถือว่างูทุกตัวเป็นสัตว์ป่าที่ไม่ควรเข้าใกล้ แม้จะไม่รู้ว่ามีพิษหรือไม่ เพราะคนทั่วไปมักแยกชนิดงูจากระยะไกลได้ยาก และการพยายามพิสูจน์ด้วยตัวเองอาจสร้างความเสี่ยงมากกว่าปล่อยให้มันหนีไป
หากถูกงูกัดหรือสงสัยว่าถูกกัด ให้หยุดนิ่ง ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และอย่าพยายามจับงูมาพิสูจน์ชนิด อย่ากรีดแผล ดูดพิษ หรือใช้วิธีพื้นบ้าน หากอยู่ในออสเตรเลีย ให้โทรหมายเลขฉุกเฉิน 000 และทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
สุดท้ายแล้ว ออสเตรเลียอาจไม่ใช่ประเทศที่มีงูมากที่สุดในโลก แต่เป็นประเทศที่ทำให้คนกลัวงูรู้สึกกังวลได้มากที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะงูพิษหลายชนิดมีชื่อเสียงโด่งดังและสามารถอยู่ใกล้พื้นที่ของมนุษย์ได้ การท่องเที่ยวที่นี่จึงไม่ได้ต้องอาศัยความกล้าอย่างเดียว แต่อาศัยการรู้จักเว้นระยะ เคารพสัตว์ป่า และเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับความสบายใจของตัวเอง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
เลขชนสำนักพิมพ์ 1 กันยายน 2569 จับตา “47-74” เด่นชนเลขดัง ส่องไทยรัฐ–บางกอกทูเดย์ มีเลขไหนน่าตามบ้าง
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
ทำไมเรื่องน่าอายเมื่อ 10 ปีก่อน เรายังจำได้ชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้น?
7-Eleven ราคาเดียวกันทุกสาขาจริงไหม? เปิด 5 ทำเลที่อาจ ทำให้คุณต้องจ่ายแพงขึ้น
10 พิธีศพที่ดูแปลกจากทั่วโลก
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
เบื้องหลังรสหวานของคุกกี้ ความจริงทางประวัติศาสตร์ที่ถูกซ่อนไว้ใต้กลิ่นหอมกรุ่น
ก่อนมีโน้ตดนตรี มนุษย์บันทึกเพลงกันอย่างไร
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
10 เลขท้าย 2 ตัวขายดีงวด 1 ก.ย. 69 แต่ “ขายดี” ไม่ได้แปลว่ามีโอกาสออกมากกว่าเลขอื่น
เปิดอันดับโลก ประเทศไหน “บ้าหวย” ที่สุด แชมป์ตัวจริงไม่ใช่ไทย
ข้าวเหนียวไทยไม่ได้กินแค่ในไทย! 5 ประเทศที่ซื้อข้าวเหนียวไทยมากที่สุด
7-Eleven ราคาเดียวกันทุกสาขาจริงไหม? เปิด 5 ทำเลที่อาจ ทำให้คุณต้องจ่ายแพงขึ้น
เบื้องหลังรสหวานของคุกกี้ ความจริงทางประวัติศาสตร์ที่ถูกซ่อนไว้ใต้กลิ่นหอมกรุ่น
10 พิธีศพที่ดูแปลกจากทั่วโลก
เปิดอันดับโลก ประเทศไหน “บ้าหวย” ที่สุด แชมป์ตัวจริงไม่ใช่ไทย
ทำไมสถิติหวยจึงช่วยอะไรไม่ได้มากนัก
ทำไมเรื่องน่าอายเมื่อ 10 ปีก่อน เรายังจำได้ชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้น?










