แก้วมังกร"เนื้อแดง"กับ"เนื้อขาว" ต่างกันอย่างไร?เปิดความลับเรื่องวิตามินและสารอาหาร
แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่หลายคนคุ้นเคย แต่เมื่อเลือกซื้อ เรามักพบทั้ง แก้วมังกรเนื้อขาว และ แก้วมังกรเนื้อแดง จนเกิดคำถามว่า แล้วทั้งสองชนิดมีประโยชน์แตกต่างกันอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องวิตามิน แบบไหนมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่ากัน?
ซึ่งความจริงแล้วแก้วมังกรทั้งสองสีมีสารอาหารพื้นฐานหลายอย่างคล้ายกัน แต่สิ่งที่ทำให้เนื้อแดงมีจุดเด่นขึ้นมา คือ สารสีธรรมชาติที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
ลักษณะของผลแก้วมังกร
แก้วมังกรเป็นผลไม้เขตร้อนที่มีรูปร่างค่อนข้างกลมรีหรือรูปไข่ เปลือกด้านนอกมีสีชมพู แดง หรือแดงอมม่วง และมี กลีบหรือใบประดับสีเขียว ยื่นออกมารอบผล ทำให้มีรูปลักษณ์คล้ายเกล็ดมังกร จึงเป็นที่มาของชื่อ “แก้วมังกร” เมื่อผ่าผลออกจะพบเนื้อฉ่ำน้ำ มีเมล็ดสีดำขนาดเล็กจำนวนมากกระจายอยู่ทั่วเนื้อ โดยทั่วไปที่พบในประเทศไทยมีทั้ง เนื้อสีขาวและเนื้อสีแดงหรือชมพูเข้ม ผลแก้วมังกรมีเปลือกค่อนข้างหนา แต่เนื้อด้านในนุ่มและรับประทานได้ง่าย รสชาติออกหวานอมจืดเล็กน้อย แตกต่างกันตามสายพันธุ์และระดับความสุก
จุดสังเกตง่าย ๆ ของแก้วมังกรคือ เปลือกสีชมพูถึงแดง เปลือกภายนอกมีกลีบสีเขียวคล้ายเกล็ดรอบผล ส่วนเนื้อของแก้วมังกรจะมีสองสายพันธุ์ คือ เนื้อสีขาว และ เนื้อสีแดง มีเมล็ดสีดำเล็ก ๆคล้ายงาดำ กระจายทั่วบริเวณเนื้อ เนื้อจะฉ่ำน้ำและมีรสชาติหวานอ่อนๆ สามารถรับประทานสดได้ ซึ่งในบทความนี้จะพามาดูกัน แก้วมังกรสองสายพันธุ์นี้ มีความแตกต่างของสารอาหารและวิตามินต่างกันหารือเหมือนกันอย่างไร มาติดตามกันเลยค่ะ
แก้วมังกรเนื้อขาว มีอะไรดี?
แก้วมังกรเนื้อขาวมีน้ำเป็นองค์ประกอบค่อนข้างมาก จึงเป็นผลไม้ที่รับประทานแล้วให้ความสดชื่น นอกจากนี้ยังมี ใยอาหาร วิตามินซี วิตามินบีกลุ่มต่าง ๆ และแร่ธาตุ เช่น โพแทสเซียม ใยอาหารเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของแก้วมังกร เพราะช่วยเพิ่มกากอาหารและสนับสนุนการทำงานตามปกติของระบบทางเดินอาหาร
แก้วมังกรเนื้อแดง ทำไมสีถึงเข้ม?
แก้วมังกรเนื้อแดงมีสีชมพู แดง หรือม่วงเข้มจากสารสีธรรมชาติกลุ่ม เบตาเลน (betalains) ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้น จุดเด่นของแก้วมังกรเนื้อแดงจึงไม่ได้อยู่ที่ “วิตามิน” เพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่สารสีธรรมชาติกลุ่มนี้ด้วย
วิตามินของแก้วมังกรสองสายพันธ์ุนี้ต่างกันมากไหม อย่างไร?
หากเปรียบเทียบในภาพรวม แก้วมังกรทั้งเนื้อแดงและเนื้อขาวต่างก็มี วิตามินซี วิตามินบี ใยอาหาร และแร่ธาตุ แต่ปริมาณที่แท้จริงอาจแตกต่างกันตามสายพันธุ์ ความสุก และสภาพแวดล้อมในการปลูก
จึงไม่ควรสรุปว่า แก้วมังกรเนื้อแดงมีวิตามินทุกชนิดมากกว่าเนื้อขาว เพียงเพราะมีสีเข้มกว่า สิ่งที่เห็นความแตกต่างได้ชัดกว่าคือ สารสีและสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเนื้อแดงมีเบตาเลนโดดเด่นกว่า ซึ่งในส่วนนี้เราจะเห็นด้วยตาเปล่าโดยชัดเจน
สรุปแบบไหนดีกว่ากัน?
จริง ๆ แล้ว ไม่มีชนิดไหนที่ชนะทุกด้าน โดยเนื้อขาว มีวิตามินและใยอาหาร เหมาะกับการรับประทานเป็นผลไม้ทั่วไป ส่วนเนื้อสีแดง มีสารอาหารพื้นฐานใกล้เคียงกัน และโดดเด่นเรื่องสารสีเบตาเลนเท่านั้น
ฉะนั้นทั้งสองชนิดสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการรับประทานผลไม้ที่หลากหลายได้
ดังนั้น หากชอบรสชาติและเนื้อสัมผัสแบบไหน ก็เลือกชนิดนั้นได้เลย หรือจะสลับรับประทานทั้งสองสีก็ยิ่งดี เพราะการกินอาหารให้หลากหลายสำคัญกว่าการยึดติดกับผลไม้ชนิดใดชนิดหนึ่ง ย่อมดีกว่า
โดยแก้วมังกรเนื้อแดงไม่ได้แปลว่ามีวิตามินมากกว่าเสมอไป แต่มี “สารสีธรรมชาติ” ที่เป็นจุดเด่นเพิ่มเติม ส่วนเนื้อขาวก็ยังมีคุณค่าทางโภชนาการและใยอาหารที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็แค่นั้นเอง
เขียนโดย Djung
เน้นเนื้อหา เกี่ยวกับพืช เกษตร ต้นไม้ สุขภาพ และการลงทุนของโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ทั้งโลกการเงินและดิจิตัล
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
เปิด 5 อันดับ หอพักมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในไทย น่าอยู่แค่ไหน?
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
นักวิจัยทำให้ “เพชรสร้างไฟฟ้า” ได้ หลังตำรามองว่าเป็นไปไม่ได้มานานกว่าศตวรรษ
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
มาแล้ว! แม่น้ำหนึ่ง เปิดแนวทางเลขเด็ด “ปิ่นแก้ว” งวด 1/9/69 จับปิงปองให้เห็นกันชัด ๆ 7-3-9 แฟนหวยแห่สาธุ
10 อันดับ เลขเด็ดงวดนี้ ขายดี 1 กันยายน 2569 แม่ค้าหวยเผย เลขดังหวยสัญจร-เลขมงคล มาแรงจนเกลี้ยงแผง
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง
อาหารไทยสุดหายาก ที่มีความเสี่ยงว่าอาจจะกำลังสูญหายไป
ดราม่า “โค้ชชิน” ผู้ช่วยโค้ชวอลเลย์ฯ ทิ้งญี่ปุ่นเพื่อมาช่วยไทย..จริงหรือ?
อาหารและขนมไทยยอดนิยมของชาวต่างชาติ
10 กลยุทธ์ที่ร้านอาหารใช้เอาชนะคู่แข่งโดยไม่ต้องลดราคา







