หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมตั้งชื่อจังหวัดว่า “ร้อยเอ็ด” ทั้งที่ไม่ได้มี 101 เมือง

เขียนโดย thoughtloop

ถ้าใครได้ยินชื่อจังหวัด “ร้อยเอ็ด” เป็นครั้งแรก ก็คงอดสงสัยไม่ได้ว่า แล้วสมัยก่อนร้อยเอ็ดมีเมืองอยู่ตั้งร้อยเอ็ดเมืองจริงหรือ? แล้วทำไมชื่อถึงฟังดูเหมือนมีตัวเลข 101 ซ่อนอยู่ในนั้น

เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่คำตอบไม่ได้มีเพียงเรื่องเดียว และหลักฐานทางประวัติศาสตร์กับตำนานก็มีรายละเอียดที่ต่างกันอยู่พอสมควร

ชื่อของร้อยเอ็ดมีความเกี่ยวข้องกับเมืองโบราณที่เรียกว่า สาเกตนคร หรือ เมืองร้อยเอ็ดประตู ซึ่งปรากฏอยู่ในตำนานอุรังคธาตุ ตำนานสำคัญของพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงและอีสาน โดยในเรื่องเล่ากล่าวถึงเมืองสาเกตนครว่าเป็นเมืองใหญ่และมีหัวเมืองขึ้นจำนวนมาก

ส่วนคำว่า “ร้อยเอ็ด” ในบริบทโบราณไม่ได้จำเป็นต้องหมายถึงจำนวน 101 ตามความหมายที่เราเข้าใจกันในปัจจุบัน หน่วยงานท้องถิ่นของร้อยเอ็ดอธิบายว่า คำว่า “ร้อยเอ็ด” สามารถสื่อถึงจำนวนที่มากมายจนนับไม่ถ้วน และคำว่า “เมืองร้อยเอ็ดประตู” จึงอาจเป็นชื่อเชิงอุปมาเพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่และความรุ่งเรืองของเมือง มากกว่าจะหมายความว่ามีประตูเมืองอยู่ 101 บานจริง ๆ

แต่ตรงนี้เองที่ทำให้เรื่องชื่อร้อยเอ็ดมีอีกแนวอธิบายหนึ่งที่คนไทยคุ้นกันมาก

มีเรื่องเล่าว่าเมืองสาเกตนครมีเมืองขึ้น 11 เมือง และมีทางเข้าสู่เมือง 11 ทาง จึงเรียกว่า “เมืองร้อยเอ็ดประตู” โดยมีการเขียนเลข 101 ในอักษรโบราณ ซึ่งในบริบทดังกล่าวตีความว่า “สิบเอ็ด” จึงกลายมาเป็นที่มาของชื่อร้อยเอ็ดในเวลาต่อมา แหล่งข้อมูลของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองร้อยเอ็ดก็รวบรวมคำอธิบายในลักษณะนี้ไว้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังไม่ควรพูดแบบฟันธงว่า “101 แปลว่าสิบเอ็ด แล้วจึงกลายเป็นร้อยเอ็ด” เพราะมีข้อโต้แย้งทางวิชาการอยู่

ข้อมูลของสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดร้อยเอ็ดระบุว่า เมื่อมีการตรวจสอบต้นฉบับใบลานเรื่องอุรังคธาตุ ไม่พบว่าชื่อเมืองร้อยเอ็ดถูกเขียนเป็นตัวเลข 101 แต่พบการเขียนชื่อเมืองเป็นตัวอักษรหลายจุด และไม่พบข้อความที่แจกแจงว่ามีหัวเมือง 11 แห่งอย่างชัดเจน จึงมองว่าสมมติฐานที่ว่าการเขียนเลข 101 ทำให้เกิดการอ่านผิดจาก “สิบเอ็ด” มาเป็น “ร้อยเอ็ด” อาจคลาดเคลื่อน

ยิ่งไปกว่านั้น ชื่อ “ร้อยเอ็ดประตู” ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคที่จังหวัดร้อยเอ็ดถูกจัดตั้งขึ้น แต่มีร่องรอยอยู่ในวรรณกรรมและตำนานเก่า เช่น นิทานขุนบรม ซึ่งมีการกล่าวถึง “เวียงฮ้อยเอ็ดประตู” และมีการตีความเรื่องจำนวนประตูแตกต่างกันตามการอ่านอักษรโบราณ

เพราะฉะนั้น หากถามว่า “ร้อยเอ็ดเคยมี 101 เมืองจริงหรือไม่” คำตอบที่ระมัดระวังคือ ไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยืนยันว่ามีเมืองจำนวน 101 เมืองตามตัวเลขแบบที่เราเข้าใจกันในปัจจุบัน

สิ่งที่มีหลักฐานชัดกว่าคือ ดินแดนแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับเมืองโบราณสาเกตนคร และชื่อ “เมืองร้อยเอ็ดประตู” ปรากฏอยู่ในตำนานและเอกสารเก่า โดยใช้ภาพของเมืองที่มีผู้คนและเมืองบริวารจำนวนมากเพื่อสื่อถึงความรุ่งเรืองและความยิ่งใหญ่ของเมือง

ส่วนตัวเลข 101 ที่หลายคนเห็นแล้วคิดว่าเป็น “ร้อยเอ็ด” นั้น จึงเป็นอีกชั้นหนึ่งของเรื่องราวที่เกิดจากการตีความเอกสารและอักษรโบราณ ซึ่งยังมีความเห็นแตกต่างกันอยู่ ไม่ควรนำมาเล่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยุติแล้ว

และถ้ามองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ ชื่อ “ร้อยเอ็ด” ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะจังหวัดในปัจจุบันมีเมืองอยู่ 101 เมืองแต่อย่างใด

เมืองร้อยเอ็ดในฐานะเมืองที่ปรากฏในประวัติศาสตร์ช่วงหลัง มีพัฒนาการจากชุมชนและเมืองในพื้นที่อีสานตอนกลาง และในสมัยอยุธยาตอนปลายก็ปรากฏชื่อ “เมืองร้อยเอ็ด” ในเอกสารประวัติศาสตร์ ก่อนจะได้รับการจัดระบบการปกครองและเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่อีกหลายครั้งในเวลาต่อมา

ดังนั้นชื่อ “ร้อยเอ็ด” จึงเป็นชื่อที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ตำนาน ภาษา และการตีความซ้อนกันอยู่

คำว่า “ร้อย” อาจไม่ได้หมายถึงการนับจำนวนแบบตรงตัว ส่วน “ร้อยเอ็ดประตู” ก็อาจเป็นถ้อยคำที่ใช้สื่อถึงความยิ่งใหญ่ของเมือง ขณะที่เรื่อง 11 เมือง 11 ประตู และการอ่านเลข 101 ก็เป็นอีกแนวคำอธิบายที่ปรากฏในเอกสารท้องถิ่นบางแหล่ง

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมชื่อจังหวัดหนึ่งคำถึงสามารถพาเราเดินย้อนกลับไปได้ไกลกว่าที่คิด

และบางทีสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของชื่อ “ร้อยเอ็ด” อาจไม่ใช่การพยายามหาคำตอบว่าเคยมี 101 เมืองจริงหรือไม่ แต่คือการได้เห็นว่า ชื่อเมืองหนึ่งชื่อสามารถเก็บทั้งความทรงจำของเมืองโบราณ ตำนาน และประวัติศาสตร์หลายยุคไว้ด้วยกัน

เนื้อหาโดย: thoughtloop
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมายเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?ทำไม 'มด' ไม่ขึ้นชั้นวางร้านขายของชำ?5 เทคนิค ที่ร้านบุฟเฟต์ไม่เคยบอกคุณ ทำไมกินนิดเดียวก็อิ่ม?ให้โชคมาแล้ว 8 งวด คนแห่ขอเลข “กุมารจิตติ” รอบนี้ให้เลขเดียวกันทุกคน แก้บนถึงขั้นจ้างรถแห่มาถวายสัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้งเจาะโพยเด่น "หนูน้อย พรสวรรค์"! งวด 1 กันยายน 2569 อัดรูด 0 เม็ดเดียว 05 ชนสถิติ 20 ปีเรือรบอเมริกาบุกพัทยา! จับตาเลข 72 ก่อนหวย 1 ก.ย. 69 เลขนี้ไม่ได้มาเล่นๆเบื้องหลังนามสกุล “เชิญยิ้ม” 40 ปีแห่งมิตรภาพ วิกฤตการสูญเสีย และเส้นทางสร้างตำนานบอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6ย้อนรอยใต้ผืนทรายอียิปต์ จากทะเลทรายแห้งแล้งสู่อดีตมหาสมุทรที่เคยเป็นถิ่นอาศัยของฉลามโบราณรถ EV ใช้ไปหลายปีแล้ว แบตเก่าจะไปไหน? ทำไมแบตเตอรี่ถึงต้องมี “พาสปอร์ต” ของตัวเอง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ช่างซ่อมแอร์ 1 วัน ได้ค่าจ้างเท่าไร?ทำไม 'มด' ไม่ขึ้นชั้นวางร้านขายของชำ?เรือรบอเมริกาบุกพัทยา! จับตาเลข 72 ก่อนหวย 1 ก.ย. 69 เลขนี้ไม่ได้มาเล่นๆย้อนรอยใต้ผืนทรายอียิปต์ จากทะเลทรายแห้งแล้งสู่อดีตมหาสมุทรที่เคยเป็นถิ่นอาศัยของฉลามโบราณทำความรู้จัก “มะปลิง” หรือ “ตะลิงปลิง” ผลไม้พื้นบ้านรสเปรี้ยวที่กินได้ทั้งผล10 รถ EV ที่คนไทยกำลังแห่ซื้อ รุ่น ไหนมาแรงที่สุด?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไม 'มด' ไม่ขึ้นชั้นวางร้านขายของชำ?ทำความรู้จัก “มะปลิง” หรือ “ตะลิงปลิง” ผลไม้พื้นบ้านรสเปรี้ยวที่กินได้ทั้งผลเมล็ดมะขามในวงพนันโบราณ ย้อนรอย “กำถั่ว” จากบ่อนเบี้ยสู่หน้าประวัติศาสตร์5 กลยุทธ์ "ป้ายเหลือง" ในซูเปอร์มาร์เก็ต ปักเวลาไหนได้ของดีราคาถูกที่สุด?
ตั้งกระทู้ใหม่