หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ต้นไม้สูง 84.1 เมตรซ่อนอยู่กลางภูเขา แล้วนักวิจัยรู้ได้ยังไงว่ามันสูงขนาดนั้น?

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

ต้นไม้สูง 84.1 เมตรซ่อนอยู่กลางภูเขา แล้วนักวิจัยรู้ได้ยังไงว่ามันสูงขนาดนั้น?

กลางภูเขาสูงชันของไต้หวัน มีต้นสนไต้หวันชนิด Taiwania cryptomerioides ต้นหนึ่งสูงถึง 84.1 เมตร จนได้รับการยืนยันว่าเป็นต้นไม้ที่สูงที่สุดเท่าที่มีรายงานในเอเชียตะวันออก

ฟังดูเหมือนแค่ข่าวเจอต้นไม้ยักษ์

แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ ในป่าที่ต้นไม้หนาแน่น ภูเขาซับซ้อน และบางพื้นที่แทบเข้าไม่ถึง นักวิจัยรู้ได้อย่างไรว่าควรเดินไปหาต้นไหน และจะมั่นใจได้อย่างไรว่าต้นนั้นสูงจริง?

คำตอบเริ่มจากเทคโนโลยีที่ชื่อว่า LiDAR หรือ Light Detection and Ranging ซึ่งใช้เลเซอร์สแกนภูมิประเทศจากอากาศ แล้วสร้างข้อมูลสามมิติของพื้นดินและเรือนยอดไม้ขึ้นมา

LiDAR ไม่ได้ “มองทะลุป่า” แบบเอกซเรย์

ถ้าตัดศัพท์เทคนิคออก หลักการของมันคือการยิงพัลส์เลเซอร์ลงไปจำนวนมาก แล้ววัดว่าแสงแต่ละพัลส์ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะสะท้อนกลับมา

เมื่อรวมกับข้อมูลตำแหน่ง นักวิจัยก็สามารถสร้างเป็นกลุ่มจุดสามมิติ หรือ point cloud เพื่อมองเห็นรูปร่างของภูเขา ระดับพื้นดิน และความสูงของเรือนยอดไม้ในพื้นที่กว้างมากได้พร้อมกัน

จากนั้นจึงสร้างแบบจำลองความสูงของเรือนยอด หรือ Canopy Height Model แล้วให้ระบบค้นหาจุดที่ดูเหมือนมีต้นไม้สูงผิดปกติ

ผลเบื้องต้นออกมาถึง 57,065 จุด

ตัวเลขนี้ฟังดูน่าตื่นเต้น แต่ความจริงคือ ถ้าปล่อยให้ทีมภาคสนามเดินไปตรวจทุกจุด ก็แทบเป็นไปไม่ได้

ปัญหาคือ ภูเขาสามารถหลอกระบบให้ดูเหมือน “ต้นไม้สูงมาก” ได้

ไต้หวันเป็นพื้นที่ภูเขาสูงและลาดชันมาก มีทั้งหน้าผา สันเขา และหุบลึกจำนวนมาก

ตรงนี้เองที่ทำให้อัลกอริทึมอาจตีความผิดได้ ถ้าต้นไม้ขึ้นอยู่ใกล้หน้าผาหรือพื้นที่ที่ระดับพื้นเปลี่ยนเร็ว ระบบอาจคำนวณความสูงของต้นไม้สูงเกินจริง เพราะแยกความต่างระดับของภูมิประเทศออกจากความสูงของต้นไม้ได้ไม่สมบูรณ์

เมื่อตรวจผลที่ระบบคัดออกมา นักวิจัยพบว่า ประมาณ 93% ของจุดที่ดูเหมือนต้นไม้สูงมากในช่วงแรก กลายเป็น false positive หรือจุดที่ระบบประเมินผิด

ตรงนี้สำคัญมาก เพราะมันบอกว่า LiDAR เก่งในการช่วยหา “ผู้ต้องสงสัย” แต่ยังไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูปที่กดครั้งเดียวแล้วเชื่อได้ทั้งหมด

จุดที่น่าสนใจคือ งานนี้ยังต้องใช้ “สายตาคน” มาช่วยคัด

แทนที่จะเชื่อระบบอัตโนมัติทั้งหมด โครงการนี้เปิดให้คนเข้ามาช่วยตรวจข้อมูลด้วย

มีอาสาสมัคร 372 คน ช่วยดูภาพโปรไฟล์ LiDAR เพื่อแยกว่า จุดที่ระบบมองว่าเป็นต้นไม้สูงนั้นมีลักษณะสมเหตุสมผลจริงหรือไม่ หรืออาจเป็นเพียงผลหลอกจากหน้าผาและความลาดชัน

จากจุดต้องสงสัยกว่า 57,065 จุด จึงถูกคัดเหลือประมาณ 4,736 จุด ที่น่าเชื่อถือมากขึ้น ก่อนส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ข้อมูลสามมิติอย่างละเอียดอีกชั้น

หลังจากนั้น ทีมวิจัยจึงสร้างแผนที่ต้นไม้ยักษ์ของไต้หวัน และพบว่ามีต้นไม้สูงเกิน 65 เมตรอยู่ 941 ต้น

นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดมากว่า เทคโนโลยีไม่ได้เข้ามาแทนคนทุกขั้นตอน แต่ช่วยย่อโจทย์จากพื้นที่มหาศาลให้เหลือเป้าหมายที่มนุษย์พอจะตรวจต่อได้จริง

แต่สุดท้าย ก็ยังต้องเดินเข้าไปวัดของจริง

แม้จะมีแผนที่จากข้อมูลอากาศและการคัดกรองหลายชั้นแล้ว นักวิจัยก็ยังไม่หยุดแค่หน้าจอคอมพิวเตอร์

ในเดือนมกราคม 2023 ทีมสำรวจเลือกต้นที่มีแนวโน้มว่าจะสูงที่สุด แล้วเดินทางตามลำน้ำเข้าไปประมาณ 20 กิโลเมตร ก่อนใช้เวลาอีกสองวันปีนขึ้นพื้นที่สูงชันเพื่อไปให้ถึงต้นจริง

เมื่อไปถึง นักปีนต้นไม้ขึ้นไปจนถึงยอด แล้วหย่อนสายวัดลงมาถึงพื้นโดยตรง

ผลการวัดภาคสนามออกมาที่ 84.1 เมตร

สิ่งที่น่าสนใจคือ ค่าเดิมจากแบบจำลอง LiDAR ของต้นนี้อยู่ที่ประมาณ 79.5 เมตร ซึ่งต่ำกว่าค่าที่วัดจริงเกือบ 5 เมตร

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม LiDAR ถึงเหมาะมากสำหรับการค้นหาและคัดเป้าหมาย แต่ยังไม่ควรถูกมองว่าแทนการลงพื้นที่ยืนยันจริงได้ทุกครั้ง

เทคโนโลยีช่วยหาเข็มในกองหญ้า แต่คนยังต้องไปหยิบเข็มนั้นขึ้นมาดู

เรื่องของต้นไม้สูง 84.1 เมตรนี้จึงไม่ได้น่าสนใจแค่เพราะตัวเลขความสูง

มันน่าสนใจเพราะเป็นตัวอย่างของการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องมือจากอากาศ อัลกอริทึม อาสาสมัคร และการตรวจสอบภาคสนามจริง

LiDAR ช่วยให้เราเห็นสิ่งที่ยากจะเห็นจากพื้นดิน

คอมพิวเตอร์ช่วยลดพื้นที่ค้นหา

สายตามนุษย์ช่วยคัดสิ่งที่ระบบอาจพลาด

และสุดท้าย คนก็ยังต้องเดินเข้าไปในป่า ปีนต้นไม้ และวัดมันด้วยตัวเอง

บางครั้งเทคโนโลยีที่ดีที่สุดไม่ได้ทำให้เรา “ไม่ต้องไปดูของจริง”

แต่มันช่วยให้เรารู้ว่า ของจริงที่ควรไปดู อยู่ตรงไหนกันแน่

แหล่งข้อมูล:
Frontiers in Forests and Global Change — The journey of finding the tallest tree in Formosa Taiwan
Frontiers News — This is how we found “The Heaven Sword,” East Asia’s tallest tree after years of looking
Taiwan Giant Tree Map / ข้อมูลงานสำรวจต้นไม้ยักษ์ในไต้หวัน
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
พีรพัฒน์ พีพี | นักเขียนสาระรอบตัว • ภาพยนตร์และวัฒนธรรมป๊อป • วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว | เล่าเรื่องที่คนคุ้นเคยให้เห็นมุมใหม่ อ่านง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมายจาก "ลิซ่า BLACKPINK" ถึง "เนเน่ รอยัล" ซอฟต์พาวเวอร์ไทยที่ดังไกลไปทั่วโลก5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIเบื้องหลังนามสกุล “เชิญยิ้ม” 40 ปีแห่งมิตรภาพ วิกฤตการสูญเสีย และเส้นทางสร้างตำนาน5 นิสัยการใช้เงินที่ดูเหมือน "ประหยัด" แต่จริงๆ คือสิ่งที่ทำให้เราจนลงเจาะโพยเด่น "หนูน้อย พรสวรรค์"! งวด 1 กันยายน 2569 อัดรูด 0 เม็ดเดียว 05 ชนสถิติ 20 ปียางรถยนต์เก่านำกลับมาใช้ประโยชน์ได้หลายรูปแบบสัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้งชาวบ้านแค่ขุดดิน แต่สิ่งที่พบกลับเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของโลกสรุปเลขขายดีและสำนักดัง งวดวันที่ 1 กันยายน 25697 รถยนต์มือสองยุค 2000s ในไทย ที่ราคากำลังพุ่งสูงกว่าตอนออกห้างมือหนึ่งTH-AI Passport คืออะไร? ทำไมคนไทยกว่า 1.3 ล้านคนแห่ลงทะเบียน ก่อนเปิดใช้ 31 ส.ค.นี้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมถึงเรียก “ป่าช้า” ทั้งที่คนตายไม่ได้เดินช้า? เปิดที่มาคำโบราณที่คนไทยคุ้นเคย แต่หลายคนไม่เคยรู้ความหมายสัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
“เดิ่น” มาจากไหน? ไขข้อสงสัยคำถิ่นที่ยังใช้ในชีวิตประจำวัน10 คำฮิตยุค 90 ที่วันนี้แทบไม่มีใครพูดทำไมเราเห็น"ดวงจันทร์"อยู่เพียงด้านเดียว10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับศิลปะฝรั่งเศส
ตั้งกระทู้ใหม่