หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เจอของในเรืออับปาง ทำไมถึงหยิบขึ้นมาเลยไม่ได้?

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

เจอของในเรืออับปางแล้ว ทำไมถึงหยิบขึ้นมาเลยไม่ได้? เพราะตำแหน่งของทุกชิ้นคือส่วนหนึ่งของหลักฐาน

เวลาพูดถึงการพบเรือจมใต้ทะเล ภาพที่หลายคนนึกถึงคงเป็นนักดำน้ำเจอไห เครื่องถ้วย หรือของเก่า แล้วค่อย ๆ นำสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาศึกษาบนบก

แต่สำหรับนักโบราณคดี สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้มีค่าเพียงเพราะว่า “ของชิ้นนี้คืออะไร” เท่านั้น

คำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ มันอยู่ตรงไหน อยู่ข้างอะไร และวางตัวแบบไหนตอนที่พบ

เพราะทันทีที่เราหยิบของชิ้นหนึ่งออกจากตำแหน่งโดยไม่บันทึกบริบท ข้อมูลบางอย่างอาจหายไปพร้อมกับการเคลื่อนย้ายนั้น และบางครั้งเอากลับคืนมาไม่ได้อีกเลย

ของหนึ่งชิ้น บอกเรื่องได้น้อยกว่าของทั้งกลุ่ม

ตัวอย่างที่เห็นภาพได้ดีคือ แหล่งเรือจมเกาะคราม จังหวัดชลบุรี

กรมศิลปากรระบุว่า มีการสำรวจและขุดค้นบริเวณนี้หลายครั้ง และพบทั้งโครงสร้างเรือ ภาชนะดินเผาจากแหล่งผลิตหลายพื้นที่ เครื่องถ้วยจากต่างประเทศ ตลอดจนข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวเรือ

ถ้าแยกดูทีละชิ้น เราอาจบอกได้แค่ว่า “นี่คือเครื่องถ้วยชนิดหนึ่ง” หรือ “ของชิ้นนี้มาจากแหล่งผลิตแห่งหนึ่ง”

แต่เมื่อวัตถุเหล่านั้นอยู่ร่วมกันภายในระวางเรือ ภาพเริ่มเปลี่ยนไป เราสามารถตั้งคำถามต่อได้ว่า เรือกำลังบรรทุกสินค้าอะไร ของมาจากพื้นที่ไหน สิ่งใดเป็นสินค้า และสิ่งใดเป็นของใช้ของคนบนเรือ รวมถึงเส้นทางการค้าของเรือลำนั้นอาจเชื่อมโยงกับพื้นที่ใดบ้าง

ตรงนี้เองที่ทำให้ “ตำแหน่ง” กลายเป็นข้อมูล

ลองนึกเหมือนเราเดินเข้าไปในห้องที่เจ้าของเพิ่งลุกออกไป ถ้าโต๊ะยังมีจานอาหาร หนังสือเปิดค้างอยู่ และกระเป๋าวางข้างเก้าอี้ เราพอเดาเรื่องราวในห้องนั้นได้มากกว่าการเอาของทุกอย่างมากองรวมกันบนพื้นแล้วถามว่าแต่ละชิ้นคืออะไร

แหล่งโบราณคดีก็คล้ายกัน เพียงแต่เรื่องราวที่เรากำลังพยายามอ่าน อาจถูกทิ้งไว้นานหลายร้อยปี

นักโบราณคดีจึงไม่ได้ลงไป “เก็บของ”

นี่คือความต่างสำคัญระหว่างการมองซากเรือในฐานะแหล่งสมบัติ กับการมองมันในฐานะแหล่งข้อมูล

นักโบราณคดีต้องกำหนดพื้นที่ขุด บันทึกชั้น การกระจายตัวของวัตถุ โครงสร้างเรือ และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่พบ ก่อนจะตีความว่าภาพทั้งหมดกำลังบอกอะไร

กรณีเรือจมเกาะคราม เช่น การขุดค้นครั้งหนึ่งกำหนดพื้นที่ขนาด 8 × 2 เมตร และผลที่ได้ยังช่วยให้ทีมงานตีความได้ว่าบริเวณที่กำลังศึกษาเป็นส่วนท้องเรือ และยังไม่ใช่ส่วนหัวเรือ

นั่นหมายความว่า แม้แต่พื้นที่ซึ่ง “ยังไม่เจอสิ่งที่ตามหา” ก็เป็นข้อมูลได้เช่นกัน เพราะมันช่วยบอกว่าควรค้นต่อไปทางไหน และภาพโครงสร้างของเรือควรเป็นอย่างไร

ถ้าหยิบของออกไป สิ่งที่เสียอาจไม่ใช่แค่ของ

ประวัติงานโบราณคดีใต้น้ำของไทยเคยเผชิญปัญหาการลักลอบนำโบราณวัตถุจากเรือจมขึ้นจากทะเลจริง

ตัวอย่างกรณีเรือจมกลางอ่าว กรมศิลปากรบันทึกว่ามีโบราณวัตถุที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบและถูกตรวจยึดรวมมากกว่า 10,000 ชิ้น ส่วนใหญ่เป็นภาชนะดินเผา

จำนวนฟังดูมหาศาล แต่ปัญหาไม่ได้มีแค่ว่าโบราณวัตถุถูกนำออกจากแหล่ง

สิ่งที่นักโบราณคดีเสียไปพร้อมกันคือโอกาสที่จะเห็นว่า ของแต่ละชิ้นเคยอยู่ตรงไหน วางร่วมกับอะไร และมีความสัมพันธ์กับโครงสร้างส่วนใดของเรือ

ของยังอยู่ แต่ “ฉาก” ที่ช่วยอธิบายของอาจหายไปแล้ว และเมื่อฉากหาย การตีความบางอย่างก็ยากขึ้นตามไปด้วย

เพราะฉะนั้นของเก่าที่สำคัญที่สุด อาจไม่ใช่ชิ้นที่สวยที่สุด

เครื่องถ้วยสมบูรณ์หนึ่งใบอาจดูน่าตื่นตากว่าเศษภาชนะเล็ก ๆ หลายชิ้น แต่ในทางโบราณคดี เศษเล็ก ๆ ที่ยังอยู่ในตำแหน่งเดิมอาจช่วยตอบคำถามบางอย่างได้มากกว่าเสียอีก

คุณค่าจึงไม่ได้อยู่ที่ความสวย ความสมบูรณ์ หรือราคาของวัตถุเพียงอย่างเดียว

มันอยู่ที่ว่า เรายังรู้หรือไม่ว่าสิ่งนั้นเคยเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวแบบไหน

ครั้งต่อไปถ้าเห็นข่าวพบเรือจม แล้วสงสัยว่าทำไมเจ้าหน้าที่ไม่รีบนำของทั้งหมดขึ้นมาจากทะเลทันที คำตอบส่วนหนึ่งก็อยู่ตรงนี้

ใต้ทะเลไม่ได้มีเพียง “ของเก่า” กระจายอยู่ แต่มันคือฉากหนึ่งของอดีตที่ยังวางตัวอยู่ตรงนั้น และทุกครั้งที่ขยับวัตถุหนึ่งชิ้น เราอาจกำลังขยับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ไปพร้อมกันด้วย

แหล่งที่มา:
กรมศิลปากร — กองโบราณคดีใต้น้ำ
ข้อมูลการขุดค้นแหล่งเรือจมเกาะคราม จังหวัดชลบุรี
ข้อมูลกรณีลักลอบงมโบราณวัตถุเรือจมกลางอ่าว
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 391 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
พีรพัฒน์ พีพี | นักเขียนเรื่องใกล้ตัวและมุมที่คนมักมองข้าม
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 16 ตุลาคม 2569การจับมือทักทายเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ? เบื้องหลังธรรมเนียมที่กลายเป็นสากลเลข บอล.ชุปเปอร์บอล งวด 16 ต.ค 694 นิสัยชาร์จแบตมือถือผิดๆ ที่ทำแบตพังโดยไม่รู้ตัววิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องแรกที่วางขาย เกิดเมื่อไร ใครเป็นผู้สร้างเลขหางประทัด บวงสรวงละครโครตจะรัก ช่อง 3 ประจำวันที่ 16 ต.ค. 2569ทำไมการเป่าเทียนบนเค้กจึงกลายเป็นธรรมเนียมวันเกิด ? จากความเชื่อโบราณสู่ช่วงเวลาสำคัญของงานฉลองจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวหวยลาวเด็ดวันนี้ 13 ตุลาคม 2569 รวมเลข 2 ตัว 3 ตัว เช็กแนวทางก่อนออกรางวัล10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569..รวมเลขเด็ด เลขดังที่นี่!ชาวญี่ปุ่นร้อยละ 80 คัดค้านการส่งกองกำลัง ไปยังช่องแคบไต้หวันประเทศที่ยังไม่มี 7-Eleven มีที่ไหนบ้าง?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดลึกยิ่งกว่าตึก 15 ชั้น! ดำสูบความตื่นเต้นใน "สระว่ายน้ำที่ลึกที่สุดในโลก" ข้างล่างมีเมืองร้างซ่อนอยู่!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
การไม่ย่อท้อ คือกุญแจสู่ความสำเร็จตามที่หวังสกุลเงินทั้งหมดในโลกการจับมือทักทายเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ? เบื้องหลังธรรมเนียมที่กลายเป็นสากลวิทยุทรานซิสเตอร์เครื่องแรกที่วางขาย เกิดเมื่อไร ใครเป็นผู้สร้าง
ตั้งกระทู้ใหม่