หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

งานวิจัยพบไมโครและนาโนพลาสติกในเนื้อสมองหลังเสียชีวิต

เขียนโดย nantana

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

ข่าวเรื่องไมโครพลาสติกในสมองมีข้อมูลจากงานวิจัยจริง แต่รายละเอียดสำคัญต่างจากพาดหัวที่ทำให้เข้าใจว่าพลาสติกเข้าไปทำลายสมองของคนทุกคนแล้ว งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Medicine เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ตรวจตัวอย่างอวัยวะจากผู้เสียชีวิตในสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่การสแกนสมองของคนที่ยังมีชีวิต และยังไม่ใช่การสำรวจประชากรทั่วโลก

ทีมวิจัยตรวจตัวอย่างสมอง ตับ และไตจากช่วงปี 2016 กับ 2024 พร้อมเปรียบเทียบตัวอย่างสมองจากคลังเนื้อเยื่อในช่วงเวลาก่อนหน้านั้น วิธีหลักคือไพโรไลซิสแก๊สโครมาโทกราฟีร่วมกับแมสสเปกโทรเมทรี หรือ Py-GC/MS ซึ่งย่อยเนื้อเยื่อแล้วตรวจลายเซ็นทางเคมีของพอลิเมอร์แต่ละชนิด ทีมวิจัยยังใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนและวิธีตรวจทางสเปกโทรสโกปีประกอบกัน

ผลตรวจชี้ว่าตัวอย่างเนื้อสมองมีไมโครพลาสติกและนาโนพลาสติก โดยมีโพลิเอทิลีนเป็นองค์ประกอบหลัก อนุภาคที่สกัดได้ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเศษเสี้ยวหรือแผ่นบางระดับนาโน หลายชิ้นมีความยาวต่ำกว่า 200 นาโนเมตร และกว้างต่ำกว่า 40 นาโนเมตร จึงเล็กเกินกว่าจะมองเห็นด้วยตาเปล่า

ตัวเลขที่ได้รับความสนใจมากที่สุดมาจากตัวอย่างเปลือกสมองส่วนหน้า กลุ่มตัวอย่างจากปี 2016 มีค่ามัธยฐานของพลาสติกรวมประมาณ 3,345 ไมโครกรัมต่อกรัมเนื้อเยื่อ ส่วนตัวอย่างปี 2024 อยู่ที่ประมาณ 4,917 ไมโครกรัมต่อกรัม เมื่อนำมาเปรียบเทียบจึงเพิ่มขึ้นราว 47–50 เปอร์เซ็นต์ในช่วงแปดปี

ตัวเลข 0.5 เปอร์เซ็นต์มาจากการแปลงหน่วย 4,800 ไมโครกรัมต่อกรัมให้เป็นสัดส่วนโดยน้ำหนัก ซึ่งใกล้เคียง 0.48 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้หมายถึงความเข้มข้นในตัวอย่างเนื้อสมองที่นำมาตรวจ ไม่ใช่หลักฐานว่าทั้งสมองของทุกคนมีพลาสติกหนัก 0.5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักสมอง การนำค่าจากชิ้นเนื้อเล็ก ๆ ไปคำนวณแทนสมองทั้งก้อนอาจทำให้ความหมายคลาดเคลื่อน เพราะปริมาณอนุภาคในแต่ละบริเวณอาจไม่เท่ากัน

งานวิจัยยังรายงานว่าตัวอย่างสมองจากผู้มีการวินิจฉัยภาวะสมองเสื่อม 12 ราย มีค่าพลาสติกรวมมัธยฐานประมาณ 26,076 ไมโครกรัมต่อกรัม สูงกว่ากลุ่มที่ไม่มีการวินิจฉัยสมองเสื่อมหลายเท่า เมื่อนำไปเทียบกับกลุ่มปี 2024 จะอยู่ราว 5 เท่า ส่วนการเปรียบเทียบกับกลุ่มอื่นอาจได้อัตราส่วนแตกต่างกัน จึงมีการสรุปในข่าวหลายแห่งว่าอยู่ราว 3–5 เท่า ตัวเลขนี้เป็นความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มตัวอย่าง ไม่ใช่ค่าที่ใช้ทำนายสมองของผู้ป่วยแต่ละราย

ตำแหน่งของอนุภาคในภาพจุลทรรศน์พบใกล้ผนังหลอดเลือดสมองและบริเวณที่มีเซลล์ภูมิคุ้มกัน งานวิจัยจึงตั้งข้อสงสัยว่าอนุภาคขนาดเล็กอาจเดินทางเข้าสู่บริเวณสมองผ่านระบบไหลเวียนเลือด หรืออาจใช้เส้นทางอื่น เช่น การหายใจและเส้นประสาทรับกลิ่น แต่กลไกที่แน่นอนยังไม่ทราบ

การตรวจพบอนุภาคใกล้หลอดเลือดไม่ได้พิสูจน์ว่าอนุภาคทุกชิ้นทะลุผ่านแนวกั้นเลือดและสมองเข้าไปอยู่ในเนื้อสมองลึก ภาพจากการตรวจบางชนิดยังแยกตำแหน่งภายในหลอดเลือดกับนอกหลอดเลือดได้ไม่สมบูรณ์ นักวิจัยเองระบุว่ายังต้องศึกษาเส้นทางการเข้าสู่สมอง การกระจายตัว และการกำจัดออกจากร่างกายเพิ่มเติม

ส่วนข้อความที่ว่าอนุภาคเหล่านี้ฝังตัวแล้วขัดขวางการทำงานของเซลล์ประสาท ยังไม่มีหลักฐานจากงานวิจัยชิ้นนี้ งานวิจัยไม่ได้ตรวจความจำ การคิด การเคลื่อนไหว หรือการทำงานของเซลล์ประสาทในคนที่ยังมีชีวิต จึงยังสรุปไม่ได้ว่าไมโครพลาสติกเป็นสาเหตุของสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ หรือโรคทางระบบประสาทชนิดใด

เหตุผลหนึ่งที่กลุ่มสมองเสื่อมมีค่าพลาสติกสูง อาจมาจากโรคเอง ภาวะสมองเสื่อมมักสัมพันธ์กับการฝ่อของเนื้อสมอง การเปลี่ยนแปลงของแนวกั้นเลือดและสมอง รวมถึงประสิทธิภาพการกำจัดสารตกค้างที่ลดลง ปัจจัยเหล่านี้อาจเปิดทางให้อนุภาคคงค้างมากขึ้น หรือทำให้ความเข้มข้นต่อมวลเนื้อเยื่อสูงขึ้นเมื่อเนื้อสมองฝ่อ ความสัมพันธ์จึงอาจเดินได้ทั้งสองทิศทาง และงานวิจัยยังแยกสาเหตุเหล่านี้ไม่ได้

ยังมีข้อถกเถียงเรื่องวิธีวัด ปริมาณพลาสติกในรายงานสูงมากเมื่อเทียบกับงานก่อนหน้า สถาบันประเมินความเสี่ยงของเยอรมนีระบุว่าวิธีตรวจมีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเหมาะกับงานลักษณะนี้ แต่การตรวจอนุภาคในเนื้อเยื่อซับซ้อนยังต้องพัฒนามาตรฐานอีกมาก

ตัวอย่างอวัยวะผ่านขั้นตอนชันสูตรและสัมผัสภาชนะหรืออุปกรณ์พลาสติกหลายชนิด เช่น ถังเก็บ ชุดปั่นเหวี่ยง และแผ่นรองตัด แม้ทีมวิจัยจะใช้ตัวอย่างควบคุมและรายงานขั้นตอนลดการปนเปื้อน แต่ผู้ประเมินภายนอกตั้งข้อสังเกตว่าการควบคุมกระบวนการบางส่วนยังไม่ละเอียดพอ อีกประเด็นคือสัญญาณทางเคมีของไขมันบางชนิดอาจทับซ้อนกับสัญญาณของโพลิเอทิลีน ทำให้ค่าที่คำนวณสูงเกินจริงได้

สิ่งที่ควรทำในชีวิตประจำวันจึงเป็นการลดการสัมผัสที่ทำได้ง่าย ไม่ใช่การซื้อผลิตภัณฑ์ล้างสารพิษหรือพยายามกำจัดพลาสติกออกจากสมองด้วยวิธีที่ไม่มีหลักฐานรองรับ การไม่อุ่นอาหารในภาชนะพลาสติกที่ไม่ระบุว่าสำหรับความร้อน การย้ายอาหารร้อนใส่แก้วหรือสเตนเลส และการไม่ใช้ภาชนะพลาสติกที่เสื่อมสภาพ เป็นแนวทางลดการสัมผัสจากความร้อนที่สมเหตุผล

การใช้ขวดน้ำแบบเติมซ้ำช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์แบบครั้งเดียว แต่ไม่ใช่หลักประกันว่าจะทำให้ร่างกายปลอดไมโครพลาสติก ควรล้างภาชนะสม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้เกิดรอยขีดข่วนมาก และเก็บอาหารตามคำแนะนำของผู้ผลิต การลดฝุ่นในบ้านและการระบายอากาศก็ช่วยลดการสัมผัสอนุภาคจากสิ่งแวดล้อมโดยรวม แม้ยังไม่มีข้อมูลว่ามาตรการใดลดพลาสติกในสมองได้โดยตรง

สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องความจำ การหลงลืมซ้ำ ๆ การพูดติดขัด หรือการทำกิจวัตรประจำวันลำบาก ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุที่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง ความผิดปกติของไทรอยด์ การขาดวิตามิน ภาวะซึมเศร้า ผลข้างเคียงจากยา และโรคสมองเสื่อมชนิดต่าง ๆ ปัจจุบันยังไม่มีการตรวจเลือดหรือการสแกนมาตรฐานที่ใช้บอกปริมาณไมโครพลาสติกในสมองของแต่ละคน

สาระสำคัญของงานวิจัยจึงมีสองด้าน ด้านแรกคือการตรวจพบไมโครและนาโนพลาสติกในตัวอย่างสมองหลังเสียชีวิต รวมถึงแนวโน้มความเข้มข้นที่สูงขึ้นในตัวอย่างปี 2024 ด้านที่สองคือข้อจำกัดของวิธีตรวจและการตีความผล งานวิจัยยืนยันว่าประเด็นนี้ควรศึกษาอย่างจริงจัง แต่ยังไม่ยืนยันว่าอนุภาคเหล่านี้เป็นต้นเหตุของสมองเสื่อมหรือทำลายเซลล์ประสาทในมนุษย์

งานวิจัยรุ่นต่อไปจำเป็นต้องใช้ตัวอย่างจำนวนมากจากหลายประเทศ ลดการสัมผัสพลาสติกระหว่างเตรียมตัวอย่าง ใช้วิธีวิเคราะห์หลายระบบ และติดตามข้อมูลสุขภาพของคนที่ยังมีชีวิตในระยะยาว จึงจะตอบได้ว่าอนุภาคเข้าสู่สมองอย่างไร คงอยู่ได้นานแค่ไหน ร่างกายกำจัดออกได้หรือไม่ และมีผลต่อการทำงานของสมองจริงเพียงใด ระหว่างรอข้อมูลเหล่านั้น การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวและหลีกเลี่ยงความร้อนกับภาชนะพลาสติกเป็นมาตรการที่ทำได้โดยไม่ต้องตื่นตระหนก

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nantana's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 64 ครั้ง
เขียนโดย nantana
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชคโรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุดเสือตกถังพลังเงินดี เผยแนวทางงวด 1 ต.ค. 69 มีเลข 8 และ 6 เป็นตัวหลักอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยเทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4เผยสถิติเลขออกบ่อยในวันพฤหัสบดี ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2569โอกาสทำเงินของ Gen Z ในวงการอีสปอร์ตหนุ่ม 26 ขี่ จยย.กลับบ้านกลางดึก เสียหลักชนเกาะกลาง ร่างกระเด็นถูกรถกระบะชนดับหนีอลม่าน! เหตุดอกไม้ไฟวันชาติเม็กซิโก พุ่งเข้าใส่ฝูงชน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สูญเสีย 2 อส. เหตุลอบบึ้มรถ 6 ล้อที่สุคิริน เจ็บอีก 16 นายเปิด 5 สาขาที่เด็กไทยสมัครมากที่สุด อันดับ 1 คนสมัครหลักหมื่น!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
การเดินเพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน (Short Walking for Sustainable Health) (สร้างกับ เอไอ)ทำความรู้จัก Demodex ไรจิ๋วที่อาศัยบนใบหน้าผู้ใหญ่ทำไมฝ่าเท้าจึงชื้นง่ายและมีกลิ่นเมื่ออยู่ในรองเท้ากล่องกระจกกับอาการปวดจากแขนขาที่หายไป ทำงานกับสมองอย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่