การเป่าอาหารและใช้ช้อนร่วมกันเพิ่มโอกาสส่งต่อเชื้อทางน้ำลาย
* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th
การเป่าอาหารด้วยปากหรือใช้ช้อนที่ผ่านปากผู้ใหญ่แล้วป้อนเด็ก เป็นพฤติกรรมที่ลดได้ง่าย เพราะน้ำลายสามารถพาเชื้อบางชนิดไปถึงช่องปากของเด็กได้ แต่ข้อความที่บอกว่าเด็กจะติดเชื้อทันที เชื้อจะเพาะในร่างกายทันที หรือจะเกิดแผลในกระเพาะโดยตรงจากช้อนหนึ่งคันนั้นรุนแรงเกินหลักฐานทางการแพทย์
ประเด็นนี้ควรแยกเป็นสองเรื่อง เรื่องแรกคือเชื้อแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับฟันผุ ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่าสามารถแพร่ผ่านน้ำลายได้ เรื่องที่สองคือเชื้อเอชไพโลไร หรือ H. pylori ซึ่งอาจติดต่อผ่านน้ำลายได้ แต่เส้นทางการติดต่อที่สำคัญที่สุดยังอยู่ระหว่างการศึกษา การป้องกันจึงเป็นเรื่องเหมาะสม แต่ไม่ควรทำให้ครอบครัวตื่นตระหนกจากเหตุการณ์ครั้งเดียว
สเตรปโตค็อกคัส มิวแทนส์ หรือ S. mutans เป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่งในช่องปาก เชื้อนี้อาศัยอยู่ในคราบจุลินทรีย์บนฟันและใช้น้ำตาลจากอาหารสร้างกรด กรดค่อย ๆ ดึงแร่ธาตุออกจากผิวฟัน หากเกิดซ้ำบ่อยและน้ำลายกับฟลูออไรด์ซ่อมแซมไม่ทัน ฟันจึงเริ่มมีรอยขาว รอยผุ และโพรงฟันตามลำดับ
น้ำลายของผู้ใหญ่ที่มีเชื้อจำนวนมากสามารถพาเชื้อไปยังปากเด็ก ผ่านการชิมอาหารด้วยช้อนเดียวกัน การใช้ช้อนร่วมกัน การเคี้ยวอาหารก่อนป้อน หรือการใช้ปากทำความสะอาดจุกนมและจุกหลอก งานวิจัยหลายชิ้นพบความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมแลกเปลี่ยนน้ำลายกับการที่เด็กมีเชื้อกลุ่มก่อฟันผุเพิ่มขึ้น แนวทางทันตกรรมเด็กจึงแนะนำให้ลดพฤติกรรมลักษณะนี้
การมี S. mutans ไม่เท่ากับการเกิดฟันผุทันที ฟันผุยังขึ้นกับจำนวนฟัน ระยะเวลาที่เชื้ออยู่ในช่องปาก ปริมาณและความถี่ของน้ำตาล คราบจุลินทรีย์ การแปรงฟันด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์ น้ำลาย และสุขภาพช่องปากของเด็ก เชื้อจากน้ำลายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการ หากเด็กได้รับอาหารหวานบ่อยและทำความสะอาดฟันไม่ดี ความเสี่ยงจะสูงขึ้นมากกว่าการสัมผัสน้ำลายเพียงครั้งเดียว
ช่วงที่ฟันน้ำนมเริ่มขึ้นเป็นเวลาสำคัญ เพราะเชื้อมีพื้นผิวให้เกาะและสร้างคราบจุลินทรีย์ได้ง่ายขึ้น เด็กจึงควรเริ่มดูแลช่องปากตั้งแต่ฟันซี่แรก ไม่ต้องรอให้มีฟันครบ การใช้ผ้าสะอาดเช็ดเหงือกก่อนฟันขึ้น และการแปรงฟันด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์ในปริมาณเหมาะสมตามวัย ช่วยลดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อฟันผุได้
ส่วน H. pylori เป็นแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับเยื่อบุกระเพาะอาหาร เชื้อนี้อาจทำให้เกิดกระเพาะอักเสบ แผลในกระเพาะหรือแผลในลำไส้เล็ก และเพิ่มความเสี่ยงโรคบางชนิดในระยะยาว แต่ผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่มีอาการ การพบเชื้อไม่ได้แปลว่าจะเกิดแผลกับทุกคน
นักวิจัยพบ H. pylori ได้ในอุจจาระ อาเจียน น้ำลาย หรือคราบฟันของบางราย จึงมีความเป็นไปได้ของการติดต่อทางอุจจาระเข้าปาก ทางอาเจียนเข้าปาก และทางปากสู่ปาก หน่วยงานด้านสุขภาพระบุว่าเชื้ออาจแพร่จากการสัมผัสสารคัดหลั่งเหล่านี้ รวมถึงอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน แต่ยังไม่มีหลักฐานพอจะบอกว่าการใช้ช้อนร่วมกันเป็นสาเหตุของผู้ติดเชื้อทุกราย
การใช้ช้อนร่วมกันกับคนที่มี H. pylori จึงอาจเพิ่มการสัมผัสน้ำลาย แต่ไม่ควรสรุปว่าเด็กจะติดเชื้อทันทีจากการป้อนอาหารหนึ่งมื้อ และยิ่งไม่ควรใช้คำว่าเชื้อจะไปเพาะในร่างกายทันที การติดเชื้อขึ้นกับปริมาณเชื้อ ความถี่ของการสัมผัส สุขอนามัยในบ้าน สภาพแวดล้อม และปัจจัยเฉพาะของแต่ละคน
คำกล่าวว่าเด็กทารกยังไม่มีภูมิต้านทานก็ไม่ตรงทั้งหมด ระบบภูมิคุ้มกันของทารกทำงานตั้งแต่เกิด แม้ยังพัฒนาไม่เต็มที่ และทารกอาจมีภูมิคุ้มกันบางส่วนจากรกหรือน้ำนมแม่ ภูมิคุ้มกันไม่สามารถป้องกันเชื้อทุกชนิดได้ แต่การพูดว่าไม่มีภูมิคุ้มกันเลยทำให้ความเสี่ยงดูเกินจริง
การเป่าอาหารมีอีกเรื่องที่ควรใส่ใจนอกจากเชื้อฟันผุและ H. pylori หากคนเป่ามีไอ น้ำมูก เจ็บคอ แผลในปาก แผลเริม อาเจียน หรือท้องเสีย น้ำลายและละอองจากปากอาจพาเชื้ออื่นไปถึงอาหารได้ การเป่าไม่ได้ทำให้อาหารปลอดเชื้อ และไม่ใช่วิธีลดอุณหภูมิที่จำเป็นสำหรับทุกมื้อ
วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือแบ่งอาหารเป็นคำเล็ก ๆ คนอาหารด้วยช้อนสะอาด รอให้คลายร้อน หรือวางภาชนะในน้ำเย็นโดยไม่ให้น้ำสัมผัสอาหาร ก่อนป้อนควรใช้ช้อนของผู้ใหญ่ตักอาหารจากภาชนะกลาง แล้วใส่ช้อนของเด็กโดยตรง หากต้องตรวจอุณหภูมิ ให้ใช้ช้อนสะอาดตักอาหารเล็กน้อยแล้วแตะที่ด้านในข้อมือ ไม่ควรใช้ช้อนของเด็กชิมแล้วนำกลับไปป้อน
การป้องกันที่ทำได้ในชีวิตประจำวันมีไม่กี่ข้อ แยกช้อนและแก้วของเด็ก ไม่ชิมอาหารด้วยช้อนเดียวกับเด็ก ไม่เคี้ยวอาหารก่อนป้อน ไม่ใช้ปากล้างจุกหลอก ล้างมือก่อนเตรียมอาหาร และทำความสะอาดภาชนะตามปกติ หากผู้ใหญ่มีฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือสงสัย H. pylori ควรเข้ารับการตรวจและรักษา เพราะการดูแลสุขภาพของคนป้อนอาหารช่วยลดแหล่งเชื้อในบ้านได้
หากเคยเป่าอาหารหรือใช้ช้อนร่วมกันไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องรีบตรวจหา H. pylori หรือคิดว่าเด็กติดเชื้อแน่นอน ให้กลับมาใช้ภาชนะส่วนตัว ดูแลฟันตั้งแต่ซี่แรก และสังเกตอาการตามวัย หากมีฟันเป็นจุดขาวหรือสีน้ำตาล ฟันผุ ปวดท้องเรื้อรัง อาเจียน น้ำหนักไม่ขึ้น ถ่ายดำ หรือมีเลือด ควรพาไปพบแพทย์หรือทันตแพทย์
หลักจำง่ายคือ น้ำลายสามารถส่งต่อเชื้อได้ จึงควรลดการแลกเปลี่ยนน้ำลายกับเด็ก แต่การสัมผัสครั้งเดียวไม่ได้เท่ากับการติดเชื้อทันที S. mutans เพิ่มความเสี่ยงฟันผุเมื่อทำงานร่วมกับน้ำตาลและคราบจุลินทรีย์ ส่วน H. pylori อาจสัมพันธ์กับการติดต่อในครอบครัวและน้ำลาย แต่ยังไม่ควรกล่าวเกินจริงว่าใช้ช้อนร่วมกันแล้วจะเกิดแผลในกระเพาะทันที การแยกอุปกรณ์และดูแลสุขอนามัยเป็นทางเลือกง่ายที่ช่วยลดความเสี่ยงได้จริง
https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5206879/
https://www.niddk.nih.gov/health-information/digestive-diseases/peptic-ulcers-stomach-ulcers/symptoms-causes
https://www.niddk.nih.gov/health-information/digestive-diseases/gastritis-gastropathy/symptoms-causes
https://iris.who.int/bitstream/handle/10665/268330/PMC2566422.pdf
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ทำไมตี่จู้เอี๊ยะต้องตั้งติดพื้นในบ้าน..และเเตกต่างกับศาลตายายของไทยอย่างไร?
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
3 กาแฟนมยอดฮิต: ลาเต้ คาปูชิโน แฟลตไวต์ แตกต่างกันอย่างไร?
อาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชค
ต้มจับฉ่าย: บทเรียนก้นครัวเปลี่ยนของเหลือสู่เส้นทางสร้างเนื้อสร้างตัว
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
ฝนหนักทั่วไทย ! เช็กพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมก่อนออกจากบ้าน วันนี้ 19 ก.ย. 69
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบัน
ทำไมลูกกอล์ฟต้องมีรอยบุ๋ม?
ถ้าเอามดทั้งโลกมาชั่งรวมกัน จะหนักเท่ามนุษย์จริงหรือไม่
ทำไม LEGO 2x4 เพียง 6 ก้อนจึงสร้างแบบต่อได้มหาศาล
ทองคำละลายในมหาสมุทรมีมากถึง 20 ล้านตันจริงหรือไม่
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4








