ทำไมปะการังถึงฟอกขาว? แล้วทะเลไทยได้รับผลกระทบอย่างไร
ทำไมปะการังถึงฟอกขาว? แล้วทะเลไทยได้รับผลกระทบอย่างไร
หลายคนอาจเคยเห็นภาพปะการังที่เคยมีสีสันสดใส แต่วันหนึ่งกลับกลายเป็นสีขาวซีดจนดูเหมือนก้อนหินธรรมดา ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “ปะการังฟอกขาว” และไม่ได้หมายความว่าปะการังถูกย้อมให้เป็นสีขาว แต่เป็นสัญญาณว่าปะการังกำลังเผชิญความเครียดอย่างหนัก
สาเหตุสำคัญที่สุดคือ อุณหภูมิน้ำทะเลสูงผิดปกติเป็นเวลานาน เมื่อสภาพแวดล้อมร้อนเกินกว่าที่ปะการังจะรับไหว ปะการังจะขับสาหร่ายเซลล์เดียวที่อาศัยอยู่ในเนื้อเยื่อของมันออกไป สาหร่ายกลุ่มนี้หรือที่เรียกว่า Zooxanthellae มีความสัมพันธ์แบบพึ่งพากันกับปะการัง และเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของปะการัง เมื่อสูญเสียสาหร่าย ปะการังจึงเผยให้เห็นโครงสร้างหินปูนสีขาวที่อยู่ด้านใน จึงเกิดเป็นภาพที่เราเรียกว่า “ฟอกขาว”
ฟอกขาวไม่ได้แปลว่าปะการังตายทันที
นี่เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิด ปะการังที่ฟอกขาวยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้ หากอุณหภูมิน้ำลดลงและสภาพแวดล้อมกลับมาเหมาะสม ปะการังสามารถกลับมามีสาหร่ายและฟื้นสีได้
แต่ถ้าปะการังต้องอยู่ในสภาวะเครียดเป็นเวลานาน มันจะอ่อนแอ ขาดพลังงาน และมีโอกาสตายได้ในที่สุด โดยความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่เจอความร้อน ชนิดของปะการัง และสภาพแวดล้อมในพื้นที่นั้นด้วย
นอกจากความร้อนแล้ว ปัจจัยอื่นก็สามารถเพิ่มความเครียดให้ปะการังได้ เช่น น้ำจืดที่ทำให้ความเค็มเปลี่ยนแปลง มลพิษ ตะกอน สารเคมี และคุณภาพน้ำทะเลที่เสื่อมลง แต่สำหรับการฟอกขาวเป็นวงกว้างในปัจจุบัน อุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด
แล้วประเทศไทยได้รับผลกระทบมากแค่ไหน?
ประเทศไทยเคยเกิดปะการังฟอกขาวครั้งใหญ่หลายครั้ง แต่เหตุการณ์ในปี 2567 ถือว่ารุนแรงอย่างมาก
ข้อมูลติดตามของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งระบุว่า ในเดือนมิถุนายน 2567 แนวปะการังส่วนใหญ่ของประเทศได้รับผลกระทบ โดยพบการฟอกขาวประมาณ 88.7% ของแนวปะการังที่ติดตาม แบ่งเป็นฝั่งอันดามันประมาณ 90% และอ่าวไทยประมาณ 85%
ก่อนหน้านั้นในช่วงเดือนพฤษภาคม ตัวเลขที่รายงานอยู่ที่ประมาณ 86.6% โดยฝั่งอ่าวไทยมีสัดส่วนที่ได้รับผลกระทบประมาณ 92.3% ขณะที่ฝั่งอันดามันอยู่ที่ 76.7%
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่า ปะการังทั้งหมดในประเทศไทยตายไปเกือบ 90% แต่หมายถึงสัดส่วนของแนวปะการังที่ตรวจพบการฟอกขาว ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันอย่างมาก
บางพื้นที่รุนแรงจนปะการังตาย
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือการสำรวจบริเวณ เกาะมันใน จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 ที่ระดับความลึก 2–5 เมตร พบว่าอุณหภูมิน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ 32 องศาเซลเซียส
จากการสำรวจ ปะการังที่อยู่ในสภาพปกติมีประมาณ 5% สีซีดจาง 30% ฟอกขาว 45% และพบปะการังที่ตายจากการฟอกขาวประมาณ 20%
กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า หากความร้อนรุนแรงและต่อเนื่อง ผลกระทบสามารถเปลี่ยนจากเพียง “ปะการังเครียด” ไปสู่การตายของปะการังได้
ถ้าปะการังหายไป ทะเลจะเป็นอย่างไร?
ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับตัวปะการัง เพราะแนวปะการังเป็นระบบนิเวศที่มีสิ่งมีชีวิตจำนวนมากพึ่งพาอยู่
ปลาขนาดเล็กใช้แนวปะการังเป็นที่หลบภัยและหาอาหาร สัตว์ทะเลหลายชนิดใช้พื้นที่เหล่านี้เป็นแหล่งอาศัย ขณะที่มนุษย์ก็ได้รับประโยชน์จากระบบนิเวศ ทั้งด้านการประมงและการท่องเที่ยว
หากปะการังตายเป็นวงกว้าง โครงสร้างของแนวปะการังอาจเสื่อมโทรมลง ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตที่พึ่งพาพื้นที่เหล่านี้ และท้ายที่สุดอาจกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่งในภาพรวม
ที่สำคัญ ปะการังไม่ได้ฟื้นกลับมาเป็นแนวสมบูรณ์ได้ในเวลาไม่กี่เดือน แม้ปะการังบางส่วนจะฟื้นตัวหลังอุณหภูมิลดลง แต่การสร้างโครงสร้างแนวปะการังใหม่เป็นกระบวนการที่ใช้เวลานาน
แล้วปี 2569 ยังน่ากังวลหรือไม่?
ข้อมูลล่าสุดจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 ระบุว่า จากข้อมูลอุณหภูมิน้ำทะเล ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ปะการังฟอกขาวในระดับรุนแรงในปี 2569
อย่างไรก็ตาม ช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคมยังเป็นช่วงที่น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงที่สุดของปี จึงเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวัง ขณะที่การเข้าสู่ฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในเดือนมิถุนายนและฝนที่เพิ่มขึ้นอาจช่วยลดอุณหภูมิน้ำทะเลและบรรเทาความเครียดของปะการังได้
ดังนั้น ปะการังฟอกขาวจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของ “ทะเลเปลี่ยนสี” แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าระบบนิเวศกำลังเผชิญความเครียด
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่การที่ปะการังกลายเป็นสีขาวเพียงครั้งเดียว แต่คือการที่ทะเลร้อนขึ้นบ่อยครั้งและฟื้นตัวไม่ทันระหว่างเหตุการณ์
เพราะหากการฟอกขาวเกิดซ้ำถี่ขึ้น ปะการังที่ยังไม่ทันฟื้นตัวอาจต้องเผชิญความเครียดรอบใหม่ และนั่นอาจทำให้ความสามารถในการฟื้นตัวของแนวปะการังลดลงเรื่อย ๆ
ทะเลไทยจึงไม่ได้ต้องการเพียงการ “ช่วยปะการังหลังฟอกขาว” แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการลดปัจจัยที่ทำให้ปะการังเครียด ทั้งการควบคุมมลพิษ ลดตะกอนและน้ำเสียจากชายฝั่ง และที่สำคัญที่สุดคือการรับมือกับการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก
เพราะปะการังสีขาวที่เราเห็นใต้ทะเล อาจไม่ใช่แค่ภาพความสวยงามที่หายไป แต่เป็นสัญญาณว่าทั้งระบบนิเวศกำลังได้รับผลกระทบตามไปด้วย
ส่องเลข ผู้ว่า ระยอง งวด 1 ก.ย. 69
เปิดรายได้ธุรกิจ “ยัต กิตติศักดิ์” หนึ่งในแก๊ง FEDFE แม้สายฮา แต่ธุรกิจไม่ธรรมดา
ส่อง 5 โรงเรียนน่าเรียนในไทย พื้นที่กว้าง บรรยากาศเหมือนเรียนเมืองนอก
ทำไมกาแฟบราซิลถึงดังไปทั่วโลก
จัดอันดับ 5 สิทธิประโยชน์จาก "ประกันสังคม" ที่คนทำงานส่งเงินทุกเดือนไม่เคยใช้สิทธิ์
คุกกี้ชิ้นนี้ทำมาจากขวดน้ำพลาสติกที่เก็บจากถังขยะ
ส่องให้ไว! “เสือตกถังพลังเงินดี” ปล่อยเลขเด็ด 1 ก.ย. 69 จัดเต็ม 2 ตัว-3 ตัว-เลขเบิ้ล รับหวยสัญจรระยอง
7 อุปกรณ์เครื่องเขียนยี่ห้อดังในตำนาน ที่ไม่มีผลิตอีกแล้วและราคาสูง
เลียง ไชยกาล จากทนายเมืองอุบลสู่ “ดาวสภา” ผู้ถูกโยนลงบ่อ
ใบเสร็จไม่ได้โดนน้ำ ทำไมตัวหนังสือถึงค่อย ๆ จางหายไปเอง?
ส่องแนวทางตัวเลขงวด 1 กันยายน 2569 จากกระแส “เพชรกล้า เด็กชายนำโชค
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 1/9/69
เลียง ไชยกาล จากทนายเมืองอุบลสู่ “ดาวสภา” ผู้ถูกโยนลงบ่อ
ใบเสร็จไม่ได้โดนน้ำ ทำไมตัวหนังสือถึงค่อย ๆ จางหายไปเอง?
จัดอันดับ 5 สิทธิประโยชน์จาก "ประกันสังคม" ที่คนทำงานส่งเงินทุกเดือนไม่เคยใช้สิทธิ์
คุกกี้ชิ้นนี้ทำมาจากขวดน้ำพลาสติกที่เก็บจากถังขยะ
สะพานพุทธ : จากสะพานแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สู่สัญลักษณ์กรุงเทพฯ
จาก ‘ภูกามยาว’ ถึงพะเยา : เรื่องราวเมืองเก่าที่กลับมาเป็นจังหวัดอีกครั้ง
5 เรื่องจริงของ "ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง" ที่คนมีบ้านและที่ดินในไทยต้องเจอ
ปิดฉาก 35 ปีบนบัลลังก์ ‘ฮารัลด์ที่ 5’ เสด็จสวรรคต 89 พรรษา โฮกุนขึ้นครองราชย์ต่อ