สะพานพุทธ : จากสะพานแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สู่สัญลักษณ์กรุงเทพฯ
สะพานพุทธ : สะพานแห่งการเปลี่ยนผ่าน จากการฉลองกรุง 150 ปี สู่ประวัติศาสตร์ 2475
จากพระราชดำริสร้างอนุสรณ์ สู่สะพานที่เชื่อมพระนครกับธนบุรี
หากพูดถึงสะพานเก่าแก่ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพจำกรุงเทพมหานคร “สะพานพุทธ” หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า สะพานพระพุทธยอดฟ้า คงเป็นหนึ่งในสะพานที่มีเรื่องราวมากที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะสะพานแห่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อแก้ปัญหาการเดินทางข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเท่านั้น แต่ยังถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์ไทย เมื่อกรุงรัตนโกสินทร์กำลังจะมีอายุครบ 150 ปี และประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
จุดเริ่มต้นของสะพานแห่งนี้เกิดขึ้นใน พ.ศ. 2470 เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริว่า เมื่อกรุงเทพมหานครจะมีอายุครบ 150 ปีใน พ.ศ. 2475 ควรมีการสร้างสิ่งสำคัญเพื่อเป็นอนุสรณ์ โดยทรงมีพระราชดำริให้สร้างสิ่งสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และ สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อเชื่อมพระนครกับธนบุรี ทั้งสองสิ่งจึงถูกสร้างขึ้นในฐานะ “ปฐมบรมราชานุสรณ์” เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี และในขณะเดียวกันก็สร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนโดยตรง
ตำแหน่งที่เลือกสร้างสะพานอยู่บริเวณปลายถนนตรีเพชรทางฝั่งพระนคร ก่อนจะข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังบริเวณวัดประยูรวงศาวาสในฝั่งธนบุรี การเลือกพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะในเวลานั้นแม่น้ำเจ้าพระยายังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเดินทางระหว่างสองฝั่งเมือง การสร้างสะพานจึงไม่ใช่เพียงการสร้างอนุสรณ์ แต่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยเชื่อมพื้นที่ของกรุงเทพฯ เข้าด้วยกัน
การก่อสร้างสะพานเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญจากต่างประเทศ มีบริษัทจากหลายประเทศเข้าร่วมเสนอราคา ก่อนที่บริษัท Dorman Long & Co. Ltd. จากเมืองมิดเดิลสโบรห์ ประเทศอังกฤษ จะได้รับเลือกให้เป็นผู้ก่อสร้าง เนื่องจากเสนอราคาต่ำกว่าบริษัทอื่น สัญญาก่อสร้างลงนามเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2472 และเริ่มส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกัน
ตัวสะพานเป็นสะพานเหล็กที่มีทางลาดคอนกรีตเสริมเหล็ก และที่น่าสนใจอย่างมากคือบริเวณกลางสะพานถูกออกแบบเป็น สะพานเปิดได้แบบสองบาน (Double-leaf bascule span) เพื่อให้เรือสามารถผ่านไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาได้ ข้อมูลจากเอกสารของกรมศิลปากรระบุว่าส่วนเปิดกลางสะพานมีความยาวประมาณ 260 ฟุต ขณะที่ตัวสะพานทั้งหมดมีความยาวประมาณ 754 ฟุต
ภาพจาก: คลังภาพของ สรวิช ภิรมย์ภักดี http://singhamagazine.com
สะพานที่เปิดในปีเดียวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
การก่อสร้างสะพานดำเนินไปในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก และในที่สุดสะพานก็สร้างเสร็จและเปิดใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2475 ซึ่งตรงกับวันจักรี
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาเป็นประธานในพิธีเปิด และพระราชทานนามว่า “สะพานพระพุทธยอดฟ้า” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผู้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์
แต่สิ่งที่ทำให้สะพานแห่งนี้มีความน่าสนใจทางประวัติศาสตร์มากกว่าสะพานทั่วไปก็คือ สะพานเปิดใช้งานในวันที่ 6 เมษายน และเพียงไม่ถึงสามเดือนต่อมา ประเทศไทยก็เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475
ดังนั้น สะพานพุทธจึงเหมือนเป็น “พยาน” ของช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของประเทศไทย เพราะในช่วงเวลาหนึ่งสะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองความรุ่งเรืองของกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 150 ปี แต่ในปีเดียวกันนั้นเอง ระบบการเมืองของประเทศก็เปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เข้าสู่ระบอบรัฐธรรมนูญ
ยิ่งไปกว่านั้น การก่อสร้างสะพานยังสะท้อนความพยายามของรัฐไทยในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เพราะการสร้างสะพานเหล็กขนาดใหญ่ที่สามารถเปิดให้เรือผ่านได้ถือเป็นงานวิศวกรรมที่มีความซับซ้อนสำหรับประเทศไทยในเวลานั้น
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย : สะพานพุทธเคยมี “ปีก” เปิดให้เรือผ่าน
สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทันสังเกตเมื่อเดินผ่านสะพานพุทธในปัจจุบัน คือ ตรงกลางสะพานเคยสามารถเปิดออกได้จริง โดยตัวสะพานส่วนกลางเป็นโครงสร้างแบบสองบาน เมื่อเปิดขึ้นจะมีลักษณะคล้าย “ปีก” สองข้างยกตัวขึ้น เพื่อเปิดช่องให้เรือที่มีเสากระโดงหรือส่วนบนสูงสามารถผ่านไปตามแม่น้ำเจ้าพระยาได้
ภาพถ่ายเก่าที่กรมศิลปากรรวบรวมไว้ยังแสดงให้เห็นทั้งช่วงที่ช่องกลางสะพานปิดและช่วงที่เปิดออก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในยุคแรกเริ่มของสะพาน การคมนาคมทางน้ำยังมีความสำคัญมากเพียงใด
เกร็ดอีกเรื่อง : สะพานแห่งนี้มี “เหรียญที่ระลึก” ของบริษัทอังกฤษ
บริษัท Dorman Long & Co. ซึ่งเป็นผู้ก่อสร้างสะพานได้จัดทำ เหรียญที่ระลึกการสร้างสะพานพระพุทธยอดฟ้า ขึ้นใน พ.ศ. 2475 ด้านหนึ่งของเหรียญเป็นภาพสะพานพร้อมข้อความภาษาอังกฤษว่า “PHRA BUDDHA YODFA MEMORIAL BRIDGE BANGKOK” ส่วนอีกด้านระบุข้อมูลเกี่ยวกับการก่อสร้าง เช่น วันที่เริ่มงาน วันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ขนาดของสะพาน บริษัทผู้ก่อสร้าง และวันที่เปิดสะพาน เหรียญดังกล่าวจึงเป็นหลักฐานอีกชิ้นหนึ่งที่ช่วยบอกเล่าเรื่องราวการก่อสร้างสะพานจากมุมมองของบริษัทผู้รับเหมาในเวลานั้น
สะพานพุทธในฐานะความทรงจำของกรุงเทพฯ
ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา สะพานพระพุทธยอดฟ้าไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นเส้นทางสัญจร แต่ยังกลายเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ บริเวณโดยรอบสะพานเชื่อมโยงกับพื้นที่สำคัญหลายแห่ง ทั้งย่านการค้าเก่า วัดวาอาราม ชุมชนริมน้ำ และพื้นที่ประวัติศาสตร์ของฝั่งพระนครและธนบุรี
หากมองจากบริบทของปีที่สะพานถูกสร้างขึ้น จะเห็นว่ามีความหมายซ้อนกันอยู่หลายชั้น ด้านหนึ่งคือ อนุสรณ์การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ด้านหนึ่งคือ ความก้าวหน้าทางวิศวกรรมและการคมนาคม และอีกด้านหนึ่งคือ จุดเริ่มต้นของปีแห่งการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่
เพราะฉะนั้น สะพานพุทธจึงไม่ใช่เพียงสะพานเก่าแก่ที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา หากแต่เป็นสิ่งก่อสร้างที่สามารถใช้ “อ่าน” ประวัติศาสตร์ไทยในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อได้อย่างชัดเจน จากโครงการที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองกรุงเทพฯ ครบ 150 ปี กลายเป็นสะพานที่เปิดใช้งานในปีเดียวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และยังคงตั้งอยู่ท่ามกลางกรุงเทพฯ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง
กว่า 90 ปีหลังจากเปิดใช้งานใน พ.ศ. 2475 สะพานพระพุทธยอดฟ้ายังคงเป็นหนึ่งในโครงสร้างสำคัญที่ทำให้คนรุ่นปัจจุบันสามารถมองย้อนกลับไปเห็นกรุงเทพฯ ในช่วงเวลาที่เมืองกำลังเปลี่ยนผ่านจากโลกของการสัญจรทางน้ำและเมืองแบบดั้งเดิม ไปสู่เมืองสมัยใหม่ที่มีถนน สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
และบางที นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ “สะพานพุทธ” มีคุณค่ามากกว่าการเป็นเพียงสะพาน เพราะมันไม่ได้เพียงเชื่อมสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าหากัน แต่ยังเชื่อม อดีตกับปัจจุบัน ให้คนในวันนี้ได้มองเห็นช่วงเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์กรุงเทพฯ ผ่านโครงเหล็กที่ยังคงยืนอยู่เหนือแม่น้ำเจ้าพระยาจนถึงทุกวันนี้.
เขียนโดย เด็กประวัติ
“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปี
เคยสงสัยไหม? ทำไมคนที่มี "พลังบวก" อยู่ด้วย แล้วโลกแม่งโคตรน่าอยู่!
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
ทำไมเราไม่ได้กลิ่นบ้านตัวเอง แต่คนที่เพิ่งเดินเข้ามากลับได้กลิ่นทันที?
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
ทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!
ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลัง
เปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!
“พ่อมดเมอร์ลิน”: บุคคลจริงในประวัติศาสตร์ หรือภาพสะท้อนจากความทรงจำนับพันปี
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
ไม่ยักรู้ว่า "แมลงปอบ้านไตรมิตรสีน้ำเงิน" ดีอย่างนี้เอง
ทำไมใส่หูฟังแล้วเราถึงเผลอพูดดังขึ้น ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจตะโกน?
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย




