หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ค้างคาวไม่ได้ตาบอดและบางชนิดมองเห็นกลางคืนได้ดีมาก

เขียนโดย nantana

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

หลายคนจำภาพค้างคาวจากฉากบินว่อนในความมืด แล้วเข้าใจว่ามันต้องตาบอดจนต้องใช้เสียงนำทางเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงคือค้างคาวมีดวงตาและมองเห็นภาพได้เหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น เพียงแต่ความสามารถในการมองเห็นของแต่ละสายพันธุ์แตกต่างกันไปตามวิถีชีวิตและแหล่งอาหาร

ระบบส่งคลื่นสะท้อนหรือ Echolocation เป็นเหมือนเรดาร์ธรรมชาติ ค้างคาวจะปล่อยเสียงความถี่สูงออกไป แล้วฟังเสียงสะท้อนที่เด้งกลับจากกิ่งไม้ แมลง หรือสิ่งกีดขวาง สมองของมันแปลความแตกต่างเล็กๆ ของเสียงสะท้อนให้กลายเป็นข้อมูลเรื่องระยะทาง ขนาด ทิศทาง และการเคลื่อนไหว จึงช่วยให้บินและล่าเหยื่อได้แม่นยำแม้แสงน้อยมาก

การใช้ Echolocation ไม่ได้แปลว่าดวงตาไม่มีประโยชน์ ค้างคาวยังใช้สายตาช่วยมองเส้นขอบฟ้า หาทางกลับถ้ำ สังเกตสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่ และรับรู้การเปลี่ยนแปลงของแสงในช่วงเช้าหรือเย็น ดวงตาของค้างคาวบางชนิดยังไวต่อแสงมาก จนสามารถมองเห็นรายละเอียดในสภาพที่มนุษย์รู้สึกว่ามืดเกือบสนิท

ค้างคาวกินผลไม้เป็นกลุ่มที่เห็นภาพได้เด่นชัดเป็นพิเศษ หลายสายพันธุ์มีดวงตาขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับศีรษะ และพึ่งพาการมองเห็นกับกลิ่นในการค้นหาผลไม้และดอกไม้ พวกมันมักออกหากินในช่วงหัวค่ำหรือก่อนฟ้าสาง ซึ่งยังมีแสงหลงเหลืออยู่ จึงไม่จำเป็นต้องใช้ Echolocation หนักเท่าค้างคาวกินแมลง

ส่วนค้างคาวกินแมลงที่ออกล่ากลางคืนมักพึ่งพาเสียงสะท้อนมากกว่า เพราะต้องตรวจจับเหยื่อตัวเล็กที่เคลื่อนที่รวดเร็วในอากาศ ความถี่และจังหวะของเสียงที่ปล่อยออกมาอาจเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ บางช่วงใช้เสียงเพื่อสำรวจพื้นที่กว้าง ขณะที่ตอนกำลังจะจับแมลงจะส่งเสียงถี่ขึ้นเพื่อคำนวณตำแหน่งเหยื่ออย่างละเอียด

คำว่า ค้างคาวตาบอด จึงเป็นเพียงความเชื่อที่ติดมาจากการสังเกตว่ามันบินได้เก่งในความมืด ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางชีววิทยา ดวงตากับระบบ Echolocation ทำงานร่วมกันเหมือนเครื่องมือสองชุด ชุดหนึ่งช่วยรับภาพและแสง ส่วนอีกชุดช่วยอ่านพื้นที่รอบตัวด้วยเสียง ทำให้ค้างคาวปรับตัวเก่งและใช้ชีวิตในเวลากลางคืนได้อย่างน่าทึ่ง

เนื้อหาโดย: nantana
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nantana's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 49 ครั้ง
เขียนโดย nantana
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมตี่จู้เอี๊ยะต้องตั้งติดพื้นในบ้าน..และเเตกต่างกับศาลตายายของไทยอย่างไร?หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนอำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยฝนหนักทั่วไทย ! เช็กพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมก่อนออกจากบ้าน วันนี้ 19 ก.ย. 69โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยทำไมลูกกอล์ฟต้องมีรอยบุ๋ม?ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน3 กาแฟนมยอดฮิต: ลาเต้ คาปูชิโน แฟลตไวต์ แตกต่างกันอย่างไร?4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบันอาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชคโรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุดทำไมเปิดฝาขวดครั้งแรกต้องมีเสียง “กร๊อบ” แล้ววงแหวนพลาสติกถึงค้างอยู่ที่คอขวด?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดในภาคเหนือที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด อันดับ 1 มีพื้นที่กว่า 5 หมื่นไร่ถ้าเอามดทั้งโลกมาชั่งรวมกัน จะหนักเท่ามนุษย์จริงหรือไม่ทำไม LEGO 2x4 เพียง 6 ก้อนจึงสร้างแบบต่อได้มหาศาลทองคำละลายในมหาสมุทรมีมากถึง 20 ล้านตันจริงหรือไม่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
อุณหภูมิในสายฟ้าผ่าสูงแค่ไหนวิธีวางแผนภาษี สำหรับคนรับงานหลายทางโรงแรมไทยที่ได้ 3 MICHELIN Keys ระดับสูงสุด มีเพียง 6 แห่งในประเทศ!โรงเรียนไทยแห่งไหนที่มีชื่อเสียงไปถึงต่างประเทศ? เปิดจุดเด่นที่ทำให้เป็นที่รู้จัก
ตั้งกระทู้ใหม่