หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เมื่อคนในบ้านกลายเป็นตัวปลอมในสายตาผู้ป่วย

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

บางคนมองหน้าแม่ พ่อ คู่ชีวิต หรือคนที่คุ้นเคยมานานหลายปี แล้วกลับเชื่ออย่างหนักแน่นว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ตัวจริง แต่เป็นคนหน้าเหมือน หุ่นยนต์ หรือผู้แอบอ้างที่ถูกส่งมาสวมรอย ความเชื่อนี้ไม่ได้เกิดจากการแกล้งทำหรือความดื้อรั้นธรรมดา ในทางจิตเวชเรียกว่า Capgras Delusion หรือภาวะหลงผิดว่าด้วยตัวปลอม

ผู้ที่มีภาวะนี้อาจมองเห็นใบหน้าของคนในบ้านได้ชัดเจน จำได้ว่าใบหน้านั้นเหมือนคนที่รู้จัก แต่ความรู้สึกคุ้นเคยและความผูกพันกลับไม่เกิดขึ้นตามปกติ สมองจึงพยายามหาคำอธิบายให้ความรู้สึกแปลกประหลาดนั้น และอาจสรุปว่าคนตัวจริงถูกสับเปลี่ยนไปแล้ว

คำอธิบายที่ถูกพูดถึงมากคือ สมองอาจประมวลผลการจำใบหน้าและการตอบสนองทางอารมณ์ได้ไม่สอดคล้องกัน เส้นทางหนึ่งช่วยระบุว่า “นี่คือใบหน้าของแม่” แต่อีกเส้นทางหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับความรู้สึกคุ้นเคยและความตื่นตัวทางอารมณ์อาจตอบสนองผิดปกติ เมื่อสองข้อมูลไม่ตรงกัน ผู้ป่วยจึงสัมผัสได้ว่าหน้าคนเดิมดูถูกต้อง แต่ความรู้สึกข้างในกลับบอกว่าไม่ใช่คนเดิม

กลไกนี้ยังเป็นสมมติฐานที่ใช้ช่วยอธิบายอาการ ไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับทุกคน Capgras Delusion อาจพบร่วมกับโรคจิตเภท โรคอารมณ์แปรปรวน ภาวะสมองเสื่อม เช่น อัลไซเมอร์หรือเลวีบอดี รวมถึงโรคลมชัก การบาดเจ็บของสมอง และโรคหลอดเลือดสมอง แพทย์จึงต้องประเมินทั้งประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้ การนอนหลับ อาการทางจิต และระบบประสาทประกอบกัน

ความเชื่อเรื่องตัวปลอมอาจเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วยอย่างมาก บางคนหลีกเลี่ยงการพูดคุย เฝ้าระแวง โทรแจ้งคนอื่นให้มาช่วย หรือพยายามพิสูจน์ว่าคนในบ้านเป็นผู้แอบอ้าง หากความกลัวรุนแรงขึ้น อาจมีการข่มขู่หรือทำร้ายคนที่เชื่อว่าเป็นตัวปลอมได้ จึงไม่ควรปล่อยให้อาการดำเนินไปโดยไม่มีการดูแล

ครอบครัวไม่ควรตะโกนด่าว่า “คิดไปเอง” หรือบังคับให้ผู้ป่วยยอมรับความจริงทันที เพราะการโต้เถียงรุนแรงมักเพิ่มความหวาดระแวง ควรพูดด้วยน้ำเสียงสงบ เว้นระยะที่ผู้ป่วยรู้สึกปลอดภัย ลดสิ่งกระตุ้นรอบตัว และยอมรับว่าความกลัวของเขาเป็นเรื่องจริงในความรู้สึก แม้ครอบครัวจะไม่เห็นด้วยกับความเชื่อนั้น

ถ้าเพิ่งเริ่มมีอาการ สับสนมาก นอนไม่หลับหลายคืน มีไข้ ชัก แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือมีท่าทีจะทำร้ายตัวเองและผู้อื่น ควรพาไปโรงพยาบาลทันที หากไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน ควรนัดพบจิตแพทย์หรือแพทย์ระบบประสาทเพื่อค้นหาสาเหตุและวางแผนรักษา การรักษาอาจประกอบด้วยยาตามสาเหตุ การดูแลโรคร่วม และการจัดสภาพแวดล้อมให้ผู้ป่วยรู้สึกปลอดภัย

ภาวะนี้ไม่ได้แปลว่าผู้ป่วยไม่รักครอบครัว และไม่ได้หมายความว่าเขาตั้งใจกล่าวหาใคร ความผิดปกติในการเชื่อมโยงภาพใบหน้า ความทรงจำ และความรู้สึกอาจทำให้โลกที่คุ้นเคยดูไม่น่าไว้วางใจ การเข้าใจอาการและขอความช่วยเหลือเร็วจะช่วยลดความขัดแย้ง พร้อมเพิ่มความปลอดภัยให้ทั้งผู้ป่วยและคนในบ้าน

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 37 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนผนังกระเพาะอาหารป้องกันกรดของตัวเองได้อย่างไรคาสิโนเวกัสและมาเก๊าไม่มีนาฬิกากับหน้าต่างจริงหรือไม่โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยข้อมูลในโทรศัพท์ของเรามาจากไหน? มือถือเครื่องเดียวอาจเก็บเรื่องราวของเราไว้มากกว่าที่คิดฟ้าผ่าหนึ่งครั้งใช้เวลานานแค่ไหน? ทำไมเราจึงเห็นเป็นแสงวาบตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนเทพไท้ซิ่งเอี๊ย งวด 1 ต.ค. 69 เปิดชุดเลขเด่น 0 และ 3น้ำผึ้งหนึ่งช้อนชาต้องใช้ผึ้งงานกี่ตัวทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลังโรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
ผนังกระเพาะอาหารป้องกันกรดของตัวเองได้อย่างไรกรดในกระเพาะอาหารแรงแค่ไหนเมื่อเทียบกับใบมีดโกนตัวเลขจาม 160 กม./ชม. และไกล 8 เมตรจริงหรือไม่หัวใจมนุษย์ต้องเต้นกี่ครั้งตลอดชีวิต
ตั้งกระทู้ใหม่