หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ของเต็มบ้านอาจไม่ใช่ความขี้เกียจแต่อาจเป็นภาวะสะสมของ

เขียนโดย nattawat25800

* รูปภาพใช้เพื่อประกอบเนื้อหาเท่านั้น อาจไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพจริงจากเรื่องในบทความ ขอบคุณภาพประกอบจาก https://graphic.in.th

บ้านที่มีของวางกองจนเดินลำบาก ไม่ได้แปลว่าเจ้าของบ้านเป็นคนขี้เกียจหรือไม่รักความสะอาดเสมอไป สำหรับบางคน การตัดสินใจทิ้งกล่องเปล่า ถุงพลาสติก เสื้อผ้าเก่า หรือกระดาษใบเดียว กลับทำให้รู้สึกกังวล เจ็บปวด และกลัวว่าจะตัดสินใจผิดอย่างรุนแรง

ภาวะนี้เรียกว่า Hoarding Disorder หรือภาวะสะสมของ ผู้ที่มีภาวะนี้มักรู้สึกว่าของแทบทุกชิ้นมีคุณค่า มีความทรงจำ หรืออาจจำเป็นในอนาคต แม้คนอื่นจะมองว่าไม่มีประโยชน์แล้วก็ตาม ความยากไม่ได้อยู่ที่การไม่ยอมเก็บบ้านอย่างเดียว แต่อยู่ที่การรู้สึกทุกข์มากเมื่อต้องแยกหรือตัดใจจากสิ่งของ

งานวิจัยพบว่า เมื่อผู้มีภาวะนี้ต้องตัดสินใจเกี่ยวกับสิ่งของของตัวเอง สมองในเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจและการประเมินคุณค่าอาจทำงานแตกต่างจากคนทั่วไป นักวิทยาศาสตร์ยังไม่อาจสรุปว่าความผิดปกติของสมองเป็นสาเหตุเดียว แต่ข้อมูลช่วยอธิบายว่าทำไมคำพูดอย่าง “ก็แค่ทิ้งไปสิ” จึงไม่ทำให้ปัญหาหายไป

อาการจะเริ่มน่ากังวลเมื่อของที่สะสมรบกวนการใช้ชีวิต เช่น ปิดทางเดินจนต้องเดินเบียด ใช้เตียงหรือโต๊ะไม่ได้ ทำอาหารไม่ได้ มีปัญหาเรื่องกลิ่น เชื้อรา หรือแมลง รวมถึงทำให้คนในบ้านทะเลาะกันบ่อยครั้ง บางคนยังเก็บสัตว์หรือของที่ชำรุดไว้จำนวนมากจนเกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัย

การช่วยเหลือไม่ควรเริ่มด้วยการแอบทิ้งของทั้งหมดหรือบังคับให้เจ้าตัวเก็บบ้านทันที เพราะอาจทำให้เกิดความเครียดและไม่ไว้ใจกันมากขึ้น วิธีที่เหมาะกว่าคือพูดด้วยความห่วงใย ชวนสังเกตว่าของกำลังกระทบการนอน การเดิน หรือความปลอดภัยอย่างไร แล้วชวนพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาคลินิกเพื่อประเมินอย่างเป็นระบบ

การรักษามักใช้จิตบำบัดที่ช่วยฝึกการตัดสินใจ การจัดการความวิตกกังวล และการค่อยๆ ลดการหลีกเลี่ยง บางรายอาจได้รับยาตามอาการหรือโรคร่วม เช่น ซึมเศร้าและวิตกกังวล การเปลี่ยนแปลงมักค่อยเป็นค่อยไป เป้าหมายแรกจึงไม่ใช่ทำให้บ้านโล่งในวันเดียว แต่คือทำให้พื้นที่สำคัญกลับมาใช้งานได้และทำให้เจ้าตัวปลอดภัยขึ้น

การมองภาวะสะสมของเป็นปัญหาสุขภาพจิตช่วยให้ครอบครัวเปลี่ยนจากการตำหนิเป็นการช่วยเหลือ หากพบว่าความทุกข์จากการทิ้งของรุนแรง หรือบ้านเริ่มไม่ปลอดภัย การขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเร็วขึ้นย่อมช่วยลดความเสียหายและความขัดแย้งในระยะยาวได้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nattawat25800's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 33 ครั้ง
เขียนโดย nattawat25800
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยฟ้าผ่าหนึ่งครั้งใช้เวลานานแค่ไหน? ทำไมเราจึงเห็นเป็นแสงวาบทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลังผนังกระเพาะอาหารป้องกันกรดของตัวเองได้อย่างไรข้อมูลในโทรศัพท์ของเรามาจากไหน? มือถือเครื่องเดียวอาจเก็บเรื่องราวของเราไว้มากกว่าที่คิดหมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คนโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนสถิติย้อนหลัง 10 ปี ออกเลขไหนบ้างมาดูกันโรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุดอาจารย์หนู งวด 1 ต.ค. 69 เปิดเลขร้อยมาลัย เทียบชุดพญานาคนำโชคคาสิโนเวกัสและมาเก๊าไม่มีนาฬิกากับหน้าต่างจริงหรือไม่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
ผนังกระเพาะอาหารป้องกันกรดของตัวเองได้อย่างไรกรดในกระเพาะอาหารแรงแค่ไหนเมื่อเทียบกับใบมีดโกนตัวเลขจาม 160 กม./ชม. และไกล 8 เมตรจริงหรือไม่หัวใจมนุษย์ต้องเต้นกี่ครั้งตลอดชีวิต
ตั้งกระทู้ใหม่