หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

จากอาหารสลัมที่น่ารังเกียจ สู่เมนูครองโลก: เปิดตำนานประวัติศาสตร์พิซซ่าที่อิตาลีเคยอับอาย

เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา

        ในยุคปัจจุบัน “พิซซ่า” คือหนึ่งในอาหารยอดนิยมที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลและเป็นเมนูโปรดของผู้คนทั่วโลก แต่หากย้อนกลับไปในอดีต ประเทศต้นกำเนิดอย่างอิตาลีกลับเคยพยายามปฏิเสธและไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาหารจานนี้ ถึงขั้นที่นักเขียนและชนชั้นสูงมองว่ามันคือความน่าขยะแขยง เป็นเศษอาหารของคนจน และเป็นความลับอันน่าอับอายของชาติที่ไม่มีใครอยากจดบันทึกลงในตำราอาหาร

จุดเริ่มต้นในสลัมเนเปิลส์และอาหารของ "ลัซซาโรนี"

        ประวัติศาสตร์ของพิซซ่าเริ่มต้นขึ้นในเมืองเนเปิลส์ (Naples) ราวศตวรรษที่ 18 ซึ่งในขณะนั้นเป็นเมืองท่าที่แออัด ประชากรยากจนพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กลุ่มแรงงานรายวันที่ยากจนที่สุดถูกเรียกว่า ลัซซาโรนี (Lazzaroni) ซึ่งมีชีวิตอยู่อย่างแร้นแค้น ต้องเร่งรีบทำงานหาเช้ากินค่ำ จึงต้องการอาหารที่ราคาถูกที่สุด ทำได้เร็วที่สุด และใช้มือกินได้ขณะเดิน

พิซซ่ายุคแรกจึงไม่ใช่หน้าชีสเยิ้มแบบปัจจุบัน แต่เป็นเพียงแป้งแผ่นแบนอบ ทาด้วยมันหมู กระเทียม และเกลือ ขายโดยพ่อค้าเร่ริมทางที่ตัดแบ่งขายตามกำลังเงินของลูกค้า แม้กระทั่งมีระบบกินก่อนจ่ายทีหลัง ซึ่งสะท้อนถึงความยากแค้นของชนชั้นล่างในยุคนั้น

มะเขือเทศ: จาก "ผลไม้มีพิษ" สู่ส่วนผสมพลิกประวัติศาสตร์

        เมื่อมะเขือเทศถูกนำเข้ามาจากทวีปอเมริกาในช่วงทศวรรษที่ 1500 ชนชั้นสูงทั่วยุโรปต่างหวาดกลัวและเชื่อว่าเป็นผลไม้มีพิษ เพราะอยู่ในตระกูลพืชมีพิษ อีกทั้งคนรวยที่กินมะเขือเทศมักล้มป่วยจากการที่กรดในมะเขือเทศทำปฏิกิริยากับจานโลหะผสมตะกั่ว

        ในทางกลับกัน คนจนในเนเปิลส์ที่ไม่มีทางเลือกและใช้ภาชนะดินเผาธรรมดา จึงเริ่มนำมะเขือเทศราคาถูกมาวางบนแผ่นแป้งอบ รสเปรี้ยวของมะเขือเทศเมื่อผสานกับความมันของชีสท้องถิ่น จึงกลายเป็นรสชาติใหม่ที่ลงตัวและเป็นจุดกำเนิดของพิซซ่าสมัยใหม่อย่างแท้จริง

คำดูแคลนจากสายตาชาวโลกและการถูกกีดกัน

        แม้จะมีรสชาติที่โดดเด่น แต่พิซซ่ายังคงถูกเหยียดหยามอย่างรุนแรง ชนชั้นสูงและนักเดินทางต่างชาติมองว่ามันเป็นอาหารสกปรกของขอทาน แม้กระทั่ง ซามูเอล มอร์ส ผู้ประดิษฐ์โทรเลข ยังเคยเปรียบเทียบพิซซ่าว่าเหมือน "เศษขนมปังเหม็นเน่าที่ถูกงมขึ้นมาจากท่อระบายน้ำ"

        นอกจากนี้ ในช่วงการรวมชาติอิตาลีปี 1861 ตำราอาหารระดับชาติของอิตาลียังจงใจตัดพิซซ่าออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะมองว่าเป็นอาหารชั้นต่ำที่น่าอับอายและไม่คู่ควรกับภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศ

จุดเปลี่ยนจากราชวงศ์: กำเนิด "พิซซ่ามาเกริตา"

        การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี 1889 เมื่อ สมเด็จพระราชินีมาเกริตาแห่งซาวอย เสด็จเยือนเนเปิลส์ และทรงเบื่อหน่ายอาหารฝรั่งเศสชั้นสูง จึงมีรับสั่งให้ทำอาหารพื้นเมืองถวาย เชฟราฟาเอลเล เอสโปซิโต ได้ปรุงพิซซ่าที่มีส่วนผสมของ มะเขือเทศ (สีแดง) มอสซาเรลล่าชีส (สีขาว) และใบโหระพา (สีเขียว) ซึ่งตรงกับสีของธงชาติอิตาลี

        พระราชินีทรงโปรดปรานเมนูนี้เป็นอย่างมาก จนได้รับการตั้งชื่อว่า พิซซ่ามาเกริตา (Margherita) การยอมรับจากราชวงศ์ในครั้งนั้นกลายเป็นการปลดล็อกตราบาป ทำให้พิซซ่าเริ่มได้รับการยอมรับในสังคมวงกว้างมากขึ้น

จากคลื่นผู้อพยพสู่สงครามโลก: การก้าวขึ้นเป็นอาหารระดับโลก

        พลังที่พาพิซซ่าออกสู่สายตาชาวโลกอย่างแท้จริงคือความจำเป็นในการเอาชีวิตรอด เมื่อชาวอิตาลีตอนใต้กว่า 26 ล้านคนอพยพไปทำงานต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา และเริ่มเปิดร้านขายพิซซ่าในชุมชนชาวอิตาลี เช่น ร้านลอมบาร์ดีในนิวยอร์ก

        จุดระเบิดความนิยมครั้งใหญ่เกิดขึ้นหลัง สงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารอเมริกันที่ไปประจำการในอิตาลีตอนใต้ได้ลิ้มลองรสชาติของพิซซ่า และเมื่อกลับสู่มาตุภูมิ พวกเขาได้นำความต้องการนั้นกลับมาด้วย ส่งผลให้เกิดกระแสความนิยมอย่างบ้าคลั่ง ธุรกิจแฟรนไชส์และพิซซ่าแช่แข็งเติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมร่วมสมัยทั่วโลก

        กระทั่งในปี 2017 องค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียน "ศิลปะการทำพิซซ่าสไตล์เนเปิลส์" ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ถือเป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ของอาหารที่เคยถูกตราหน้าว่าต่ำต้อย

         เส้นทางของพิซซ่าจากอาหารประทังชีวิตในสลัมที่เต็มไปด้วยความยากจนและคำดูถูก สู่การเป็นมรดกทางวัฒนธรรมระดับโลก พิสูจน์ให้เห็นว่า ความเรียบง่าย ความยืดหยุ่นในการปรับตัวเข้ากับทุกวัฒนธรรม และรสชาติที่เข้าถึงผู้คนได้จริง คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เมนูซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นความอับอายของชาติ กลายเป็นอาหารที่ผู้คนทั่วโลกหลงรักมาจนถึงทุกวันนี้

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 143 ครั้ง
เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
นักเขียนออนไลน์อิสระ และนักพยากรณ์ดวงชะตา เน้นเนื้อหาตามเหตุการณ์ปัจุบัน ความเชื่อจิตวิญญาณ ประวัติศาสตร์ เเค๊ปซูลกาลเวลา รวมถึงสถิติชาวบ้าน สรุปเเบบเข้าใจง่าย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
41 VOTES (4.6/5 จาก 9 คน)
VOTED: pakpranang, goldfish13, projor007, famai, Freya Rune, kyogisa, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์, davin, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รถบรรทุก 10 ล้อทำลังเบียร์หล่นแตกเกลื่อนถนนกาญจนาฯ รถติดสะสมยาวถึงพระราม 2 ล่าสุดเปิดทางแล้วหมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหนรวยโชคลาภจับตาเลขวงกลม! คัมภีร์มหารวยให้เลขในกรอบ งวด 1 พ.ย. 69เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่งมหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัววิธีรับมือเพื่อนบ้านที่ชอบยุ่งเรื่องส่วนตัวบูชาไอ้ไข่และกุมารทองอย่างไรให้สบายใจเทียบชัด 10 อันดับเลขขายดี 3 สำนักดัง ‘แม่จำเนียร - จำเนียรอ่อนนุช - แม่ทำเนียน’ งวด 1 พฤศจิกายน 2569กระทรวงศึกษาธิการได้งบ 3.59 แสนล้านบาท อันดับ 2 ของไทย เงินก้อนใหญ่นี้ใช้ทำอะไรบ้างช่างเอ๋เปิดภาพ อ้างบุ๋ม-ก๊อตลงพื้นที่ภูเก็ตดูจุดสร้างพูลวิลล่า ปมเงินมูลนิธิกว่า 63 ล้านว่อนบุรีรัมย์! พระจูงมือหญิงสาวซื้อพิซซ่า หยอกล้อกลางร้าน สุดท้ายตำรวจพาลาสิกขา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ประเทศที่มีการเปลี่ยนชื่อใหม่ล่าสุดบูชาไอ้ไข่และกุมารทองอย่างไรให้สบายใจวิธีรับมือเพื่อนบ้านที่ชอบยุ่งเรื่องส่วนตัว
ปริศนาวัยเด็ก "ไอศกรีมเรนโบว์" สีสันสดใส แท้จริงแล้วคือรสอะไร?ตำนานใบกะเพรา จากพืชสมุนไพรกลิ่นฉุนริมรั้ว สู่หัวใจอาหารจานเดียวของคนไทยไขปริศนาชื่ออาหารยอดฮิต ทำไมเนื้อย่างถึงมีชื่อว่า "เสือร้องไห้""บ๊วย" จากผลไม้รสเปรี้ยวจัดในแผ่นดินจีน สู่ภูมิปัญญาการถนอมอาหารและสมุนไพรระดับโลก
ตั้งกระทู้ใหม่