เดินลุยโคลนอย่างไรให้ปลอดภัยจากไข้ดิน?
ท้องนา แอ่งน้ำขัง และดินโคลนหลังฝนตกอาจดูเป็นภาพคุ้นตาของชีวิตต่างจังหวัด แต่พื้นที่แบบนี้มีเชื้อแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ เชื้อก่อโรคเมลิออยโดสิส หรือที่เรียกกันว่าไข้ดิน โรคที่คนทำไร่ทำนา ตัดหญ้า ขุดดิน และเดินลุยน้ำควรระวังเป็นพิเศษ
เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ทั้งซึมผ่านรอยถลอก แผลเล็ก ๆ หรือผิวหนังที่มีรอยแตก การสูดละอองดินหรือน้ำที่ฟุ้งกระจาย รวมถึงการดื่มน้ำที่ปนเปื้อน แม้แผลจะมีขนาดเล็กจนแทบมองไม่เห็นก็ยังไม่ควรคิดว่าปลอดภัย เพราะเชื้ออาจผ่านแนวผิวหนังเข้าไปได้โดยไม่ทำให้รู้สึกผิดปกติทันที
การสัมผัสดินไม่ได้หมายความว่าจะต้องป่วยทุกคน หลายคนอาจไม่มีอาการ แต่ถ้าเชื้อก่อโรคขึ้นมา อาการอาจเริ่มจากไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย และอ่อนเพลียคล้ายไข้ทั่วไป จากนั้นอาจพัฒนาเป็นปอดอักเสบ ไอ หายใจหอบ เจ็บหน้าอก หรือมีฝีหนองตามผิวหนังและอวัยวะภายใน
ในรายที่เชื้อกระจายเข้ากระแสเลือด อาจเกิดภาวะติดเชื้อรุนแรง ความดันตก สับสน หายใจเร็ว และอวัยวะหลายระบบเริ่มทำงานผิดปกติ อาการลุกลามได้รวดเร็วถึงขั้นเสียชีวิต จึงไม่ควรรอให้มีฝีขนาดใหญ่หรือหมดสติก่อนค่อยไปโรงพยาบาล แต่ก็ไม่ควรเหมารวมว่าทุกคนจะเสียชีวิตภายในเวลาตายตัว เพราะความรุนแรงขึ้นกับภูมิคุ้มกัน ตำแหน่งติดเชื้อ และการได้รับยาที่เหมาะสมเร็วเพียงใด
กลุ่มที่ต้องระวังมากเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง โรคปอดเรื้อรัง ผู้ดื่มแอลกอฮอล์หนัก ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ และผู้สูงอายุ หากมีโรคประจำตัวแล้วต้องลุยดินหรือน้ำ ความเสี่ยงของอาการรุนแรงจะสูงขึ้น จึงควรป้องกันตั้งแต่ก่อนออกไปทำงาน ไม่ใช่รอให้มีไข้แล้วค่อยนึกย้อนว่าก่อนหน้านั้นไปสัมผัสอะไรมา
วิธีป้องกันที่ทำได้ทันทีคือสวมรองเท้าบูทกันน้ำและถุงมือยางเมื่อต้องลงนา ขุดดิน ตัดหญ้า หรือทำความสะอาดพื้นที่หลังน้ำลด ปิดแผลทุกชนิดด้วยแผ่นปิดแผลกันน้ำ และอย่าใช้มือเปล่าสัมผัสดินโคลนหากมีแผลเปิดบนมือหรือเท้า ถ้าจำเป็นต้องทำงานกลางแจ้งในวันที่ฝนตกหรือมีฝุ่นดินฟุ้ง ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้จุดที่มีละอองมากและสวมหน้ากากที่กระชับใบหน้า
หลังกลับจากพื้นที่เสี่ยง ให้ล้างมือ เท้า และร่างกายด้วยน้ำสะอาดกับสบู่ทันที เสื้อผ้าและรองเท้าที่เปื้อนโคลนควรแยกซัก อย่าดื่มน้ำจากบ่อหรือแหล่งน้ำที่ไม่แน่ใจความสะอาด และควรใช้น้ำต้มสุกหรือน้ำที่ผ่านการรับรอง หากแผลสัมผัสดิน ให้ล้างด้วยน้ำไหลและสบู่ แล้วสังเกตอาการต่อเนื่อง
ถ้ามีไข้สูงต่อเนื่องเกินสองวันหลังลุยดินหรือน้ำ ไอเรื้อรัง หายใจเหนื่อย เจ็บหน้าอก มีแผลบวมแดง มีตุ่มหนอง หรือเริ่มซึมสับสน ให้ไปพบแพทย์ทันที พร้อมบอกประวัติการทำงานและการสัมผัสดินหรือน้ำอย่างละเอียด โรคนี้อาจดูคล้ายปอดบวมหรือการติดเชื้อชนิดอื่น แพทย์จึงต้องใช้ข้อมูลความเสี่ยงร่วมกับการตรวจเพื่อเลือกการรักษา
อย่าซื้อยาปฏิชีวนะมากินเอง เพราะเมลิออยโดสิสต้องใช้ชนิดยา ขนาดยา และระยะเวลารักษาเฉพาะ บางรายต้องให้ยาทางหลอดเลือดก่อน แล้วจึงกินยาต่อเป็นเวลานาน การใส่บูท ปิดแผล ล้างตัว และรีบแจ้งประวัติเสี่ยงเมื่อมีอาการ คือเกราะป้องกันง่าย ๆ สำหรับคนที่ต้องอยู่ใกล้ดินและน้ำเป็นประจำ
เพลงยุคนี้มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ? ทำไมเด็ก Gen Z ถึงหนีไปฟังแต่เพลงรุ่นพ่อรุ่นแม่กันหมด
เจาะสูตรดักทาง "เลขเบิ้ล-เลขหาม" งวด 1 กันยายน 2569
พิธีกรรายการสดรับค่าจ้างต่อวันเท่าไร?
9 อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำแต่ประเทศยังขาดไม่ได้
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
เปิดสถิติเลขท้าย 3 ตัว งวด 1 กันยายน ย้อนหลัง 10 ปี
AI วิเคราะห์สถิติย้อนหลัง เปิดเลขท้าย 2 ตัว “ซ้ำบ่อยสุด” ก่อนหวยงวด 1 กันยายน 2569
ส่องแนวทางตัวเลข "นิตยสารเลขนำโชค" งวด 1 กันยายน 2569
ทุเรียนจังหวัดไหนแพงที่สุด? เปิด 5 แหล่งทุเรียนพรีเมียมของไทย
ฉีดแอลกอฮอล์ใส่หน้าจอมือถือได้จริงหรือ?
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 กันยายน
ส่องรหัสเลขมูเตลู "เจ้าเเม่ตะเคียนทอง" 1/9/69
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
เพลงยุคนี้มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ? ทำไมเด็ก Gen Z ถึงหนีไปฟังแต่เพลงรุ่นพ่อรุ่นแม่กันหมด






