ทำไมคอตตอนบัดยิ่งแคะหูยิ่งอุดตัน?
คอตตอนบัดทำให้รู้สึกเหมือนหูสะอาดขึ้นทันทีที่ปลายสำลีมีคราบสีน้ำตาลติดออกมา แต่คราบที่เห็นอาจเป็นเพียงส่วนที่อยู่ใกล้ปากรูหู ขณะที่ขี้หูอีกส่วนถูกกดลึกเข้าไปด้านในทุกครั้งที่ก้านสำลีดันผ่านช่องหูเข้าไป ความรู้สึกโล่งหลังแคะจึงไม่ได้แปลว่าทำความสะอาดได้หมด บางครั้งเป็นแค่การย้ายก้อนขี้หูจากจุดที่มองเห็นไปติดอยู่ในตำแหน่งที่เอาออกยากกว่าเดิม
ช่องหูไม่ได้เป็นท่อตรงที่มองเห็นปลายได้
ช่องหูภายนอกทอดเข้าไปถึงเยื่อแก้วหู แต่แนวของช่องหูไม่ได้ตรงเป็นเส้นเดียวเหมือนหลอดดูดน้ำ ผนังช่องหูมีส่วนโค้งและมีช่วงที่แคบลง ขี้หูหรือเซรูเมนจึงสามารถถูกก้านสำลีดันไปกองอยู่ตรงช่วงคอดได้ง่าย ปลายสำลีอาจเก็บขี้หูที่ติดอยู่รอบนอกออกมาเล็กน้อย แต่แรงดันจากการหมุนหรือกระทุ้งกลับทำให้ก้อนที่เหลือแน่นขึ้น
ขี้หูเองไม่ใช่สิ่งสกปรกที่ร่างกายสร้างขึ้นโดยไม่มีประโยชน์ ต่อมในช่องหูผลิตสารเหนียวชนิดนี้เพื่อเคลือบผิว ลดความแห้ง คอยจับฝุ่น และช่วยป้องกันเชื้อโรคบางชนิด ผิวช่องหูยังค่อย ๆ ผลักขี้หูเก่าออกมาด้านนอกตามธรรมชาติ โดยมีการขยับของขากรรไกรตอนพูดหรือเคี้ยวช่วยพาให้เคลื่อนตัว หากไม่เอาของแหย่เข้าไป ระบบนี้มักดูแลตัวเองได้ดีกว่าที่คิด
ทำไมคอตตอนบัดจึงทำให้ขี้หูอุดตัน
ปลายสำลีมีพื้นที่สัมผัสก้อนขี้หูไม่มาก เมื่อดันเข้าไปในช่องหู ส่วนหนึ่งจะเช็ดติดปลายสำลี แต่อีกส่วนมักถูกบีบและลากไปตามผนังช่องหู ยิ่งขี้หูเหนียวหรือจับตัวเป็นก้อน แรงหมุนยิ่งทำให้ก้อนเคลื่อนลึกเข้าไป การแคะซ้ำทุกวันจึงคล้ายการค่อย ๆ อัดวัสดุลงในช่องแคบ แทนที่จะกวาดออกมาทั้งหมด
เมื่อก้อนขี้หูขยับเข้าใกล้เยื่อแก้วหู จะเกิดความรู้สึกหูตัน เสียงรอบตัวเบาลง หรือได้ยินเสียงตัวเองก้องอยู่ในหู หลายคนเข้าใจว่าหูยังไม่สะอาดจึงใช้คอตตอนบัดแรงขึ้น วงจรจึงยิ่งแย่ลง ก้านสำลีอาจขูดผิวช่องหูจนเป็นแผลเล็ก ๆ ทำให้แสบ คัน มีเลือดซึม หรือเปิดทางให้เชื้อโรคก่อการอักเสบที่หูชั้นนอก
อาการหูอื้อหลังแคะหูไม่ได้หมายความว่าจะกลายเป็นถาวรทุกคน บางรายเกิดจากก้อนขี้หูอุดช่องหู บางรายเกิดจากผิวช่องหูบวม หรือเกิดการระคายเคืองจากการแหย่ซ้ำ แต่ถ้าก้านสำลีกระแทกแรงหรือสอดลึก ก็มีโอกาสทำให้เยื่อแก้วหูหรือกระดูกหูบาดเจ็บได้ ความเสียหายระดับนั้นต้องให้แพทย์ตรวจ ไม่ควรลองแคะซ้ำเพื่อพิสูจน์ว่ามีอะไรติดอยู่
อันตรายไม่ได้มาจากขี้หูอย่างเดียว
ช่องหูมีผิวบางและมีเส้นประสาทอยู่ใกล้กันมาก การใช้ของแข็งหรือก้านสำลีเข้าไปล้วงอาจทำให้เกิดรอยถลอกเล็ก ๆ ที่มองไม่เห็น รอยแผลเหล่านี้เจ็บและบวมได้เมื่อโดนน้ำ เหงื่อ หรือเชื้อโรค หากอักเสบจะมีอาการคัน ปวด บวม กดใบหูแล้วเจ็บ หรือมีของเหลวไหลออกมา
กรณีที่ก้านสำลีกระแทกเข้าไปลึก อาจมีอาการปวดจี๊ดทันที ได้ยินเสียงดังในหู หูอื้อ ได้ยินลดลง เวียนศีรษะ หรือมีเลือดออกจากรูหู อาการเหล่านี้ไม่ควรใช้คอตตอนบัด กระดาษทิชชู น้ำมัน หรือยาหยอดใด ๆ แหย่ซ้ำเข้าไป เพราะจะทำให้ประเมินบาดแผลได้ยากขึ้น และของเหลวบางชนิดไม่เหมาะกับคนที่เยื่อแก้วหูมีรูหรือเคยผ่าตัดหู
ถ้ารู้สึกว่าขี้หูอุดตันควรทำอย่างไร
ขั้นแรกคือหยุดแหย่ของเข้าไปในช่องหู แล้วสังเกตอาการ หากยังไม่มีอาการปวด ไม่มีน้ำหรือเลือดไหล และเพียงรู้สึกว่าขี้หูเยอะ อาจปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์เรื่องผลิตภัณฑ์ทำให้ขี้หูนิ่มลงที่เหมาะกับกรณีของตัวเอง บางชนิดใช้ได้ในคนทั่วไป แต่ไม่ควรซื้อมาใช้เองหากสงสัยว่าเยื่อแก้วหูทะลุ มีท่อระบายที่หู เคยผ่าตัดหู หรือมีอาการปวดและมีของเหลวไหล
ถ้าก้อนแข็ง อุดแน่น ได้ยินลดลงมาก หรือใช้วิธีดูแลเบื้องต้นแล้วยังไม่ดีขึ้น ควรให้บุคลากรทางการแพทย์ส่องตรวจด้วยเครื่องมือ แพทย์อาจเลือกเอาออกด้วยคีมขนาดเล็ก การล้างอย่างเหมาะสม หรือการดูดออกด้วยเครื่องมือที่มองเห็นตำแหน่งชัด วิธีที่ใช้ขึ้นอยู่กับลักษณะก้อน สภาพผิวช่องหู และความปลอดภัยของเยื่อแก้วหู การทำหัตถการภายใต้การมองเห็นจึงปลอดภัยกว่าการคลำหรือแหย่สุ่มเอง
สัญญาณที่ควรไปพบแพทย์เร็ว
ถ้ามีอาการได้ยินลดลงฉับพลัน ปวดหูรุนแรง เลือดออก มีหนองหรือน้ำใสไหล เวียนศีรษะ เดินเซ ไข้ หรืออาการเริ่มขึ้นหลังแคะหูแล้วควรไปพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะอาการได้ยินลดลงแบบทันที เพราะสาเหตุอาจไม่ได้มาจากขี้หูเพียงอย่างเดียว การรอดูอาการนานหรือพยายามกดก้อนให้ลึกขึ้นอาจทำให้เสียโอกาสรักษา
วิธีดูแลหูที่ปลอดภัยกว่า
ทำความสะอาดเฉพาะใบหูและบริเวณปากรูหูด้วยผ้านุ่มหรือผ้าชุบน้ำหมาด ๆ แล้วเช็ดให้แห้ง ไม่ต้องพยายามทำให้ช่องหูแห้งจนไร้ขี้หู หลีกเลี่ยงกิ๊บ ไม้จิ้มฟัน ปลายปากกา กุญแจ เล็บ และชุดเทียนล้างหู เพราะสิ่งเหล่านี้อาจทำให้ผิวเป็นแผลหรือผลักขี้หูเข้าไปลึกกว่าเดิม
คนที่ใส่เครื่องช่วยฟัง ใช้ที่อุดหูเป็นประจำ หรือเคยมีขี้หูอุดตันบ่อย อาจต้องให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญตรวจเป็นระยะ ไม่ควรรอจนได้ยินลดลงแล้วค่อยใช้ก้านสำลีแก้ปัญหาเอง ส่วนเด็กควรยิ่งหลีกเลี่ยงการแหย่หู เพราะช่องหูเล็กและขยับตัวกะทันหันได้ง่าย หากสงสัยว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้าไป ให้หยุดพยายามคีบออกและพาไปตรวจ
คอตตอนบัดเหมาะกับการเช็ดรอบนอกในบางโอกาส ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับขุดลึกเข้าไปในช่องหู คราบสีน้ำตาลที่ติดปลายสำลีไม่ได้บอกว่าทำความสะอาดสำเร็จเสมอไป และความรู้สึกหูตันหลังแคะก็ไม่ใช่สัญญาณให้ดันเข้าไปแรงกว่าเดิม เมื่อหูมีอาการผิดปกติ ให้ใช้การส่องตรวจและการเอาออกโดยผู้เชี่ยวชาญเป็นทางเลือกหลัก หยุดแคะตั้งแต่วันนี้จึงช่วยลดโอกาสอุดตัน แผลถลอก การติดเชื้อ และการบาดเจ็บถึงเยื่อแก้วหูได้
https://www.enthealth.org/be_ent_smart/earwax-prevention-faqs/
https://www.nhs.uk/conditions/earwax-build-up/
https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/earwax-blockage/symptoms-causes/syc-20353004
https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/ruptured-eardrum/symptoms-causes/syc-20351879
ใครสร้างรถยนต์คันแรก
ไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคน
อย่าเพิ่งคิดว่ารู้จักโลกดี! เปิด 30 ประเทศชื่อไม่คุ้นหู หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอยู่จริง
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้
5 ประเทศในฝันของนักเรียนไทย นิยมไปเรียนต่อที่ไหนมากที่สุด ? อันดับ 1 ทะลุ 19,000 คน
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
5 โลโก้ติดหน้ารถยนต์โบราณ ยี่ห้อไหนราคาแพงกว่าทองคำ?
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69
10 แผ่นเสียงวงระดับตำนานยุค 60 แผ่นไหนราคาพุ่งแตะหลักล้าน?
6 กระเป๋าคาดเอวหนังแท้ยุค 90 ที่กลับมาฮิตและราคาพุ่ง
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
ใครสร้างรถยนต์คันแรก
5 ประเทศในฝันของนักเรียนไทย นิยมไปเรียนต่อที่ไหนมากที่สุด ? อันดับ 1 ทะลุ 19,000 คน
ยุโรปกำลังจะเข้าสู่ยุคสงครามหรือไม่?
ดอยอินทนนท์สูงแค่ไหน
จังหวัดไหนมีพื้นที่เป็นเกาะทั้งหมด
รถไฟฟ้าสายไหนคนใช้เยอะที่สุดในไทย? เปิดสถิติจริง พบ BTS สายสีเขียวครองอันดับ 1 พร้อมเทียบตัวเลขกับสายสีน้ำเงิน







