หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"ตะลุ่ม"ขนมโบราณหาทานยาก

เขียนโดย กล้วยไม้ชายเล

       ขนมไทยพื้นบ้านโบราณมีหลากหลาย ที่บรรพบุรุษไทยถ่ายทอดสืบต่อกันมา และมีขนมไทยพื้นบ้านโบราณชนิดหนึ่ง ที่หน้าตาคล้ายกับขนมถ้วย แต่แตกต่างกันหน้าของขนม โดยหน้าขนมถ้วย จะเป็นกะทิสดกลิ่นหอม รสชาติเค็มๆมันๆ  

ซึ่งขนมที่ผู้เขียนจะมาทำพร้อมกับทุกคนนั้น บางคนอาจจะเพิ่งเคยได้ยินชื่อเป็นครั้งแรก ด้านล่างตัวแป้งแบบขนมถ้วย แต่เปลี่ยนจากหน้ากะทิสด เป็นหน้าสังขยาแสนอร่อยแทน ขนมที่ว่านี้ มีชื่อว่า "ขนมตะลุ่ม" 

ว่าแล้วก็มาเริ่มเข้าครัว ลงมือทำไปพร้อมกันเลยดีกว่าจ้า

วัตถุดิบในส่วนตัวแป้ง มีดังนี้

1. แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม
2. แป้งข้าวเหนียว 1 ช้อนชา
3. แป้งท้าว 20 กรัม
4. น้ำตาลมะพร้าว 100 กรัม
5. น้ำใบเตย 250 ml.
6. กะทิ 370 ml.

โดยเริ่มจากทำน้ำใบเตยให้ได้สัดส่วน 250 ml.

นำใบเตยประมาณ 7-10 ใบ มาปั่นกับน้ำสะอาด

กรองด้วยผ้าขาวบาง

ให้ได้น้ำใบเตยเข้มข้น

จากนั้นก็มาเริ่มทำตัวแป้งกันต่อ

นี่คือวัตถุดิบที่จะใช้ทำตัวแป้งขนม อัตราส่วนตามที่แจ้งไว้แล้วนั้น

ขั้นตอนการทำ

1. นำแป้งทั้ง 3 ชนิด เทลงภาชนะ พร้อมกับน้ำตาลมะพร้าว

2. นำน้ำกะทิเทตามลงไปแค่ครึ่งหนึ่งก่อนนะคะ เพื่อคลุกเคล้าให้ละลายกับตัวแป้งและน้ำตาล

เราจะคลุกเคล้าแป้งต่างๆ น้ำตาลมะพร้าว และกะทิ จนละลายเป็นเนื้อเดียวกันแบบนี้ เราจึงจะใส่น้ำกะทิที่เหลือลงไปจ้า

ถัดมาก็นำน้ำใบเตยตามลงสมทบได้เลย

เมื่อเราคลุกเคล้าจนได้เนื่อแป้งที่ละลายเป็นเนื้อเนียนดีแล้ว เราจะนำไปกรองอีกครั้ง เพื่อให้ได้แป้งเนื้อละเอียดอีกครั้ง

ขั้นตอนการเตรียมตัวแป้งขนมของเราก็เสร็จสิ้น มาถึงคิวเตรียมทำหน้าขนมแสนอร่อย คือหน้าสังขยากันต่อค่า

อัตราส่วน หน้าสังขยา

1. ไข่ไก่ 2 ฟอง
2. ไข่เป็ด 2 ฟอง
3. หัวกะทิ 130 ml.
4. น้ำตาลมะพร้าว 150 กรัม
5. เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

วิธีทำสังขยา

1. นำไข่ไก่ ไข่เป็ด ตอกใส่ภาชนะ ผู้เขียนใช้ไข่เป็ดด้วย เพราะไข่เป็ดจะให้สังขยาที่มีสีแดงส้มสวยน่ารับประทาน หากใครหาซื้อไข่เป็ดไม่ได้ สามารถใช้ไข่ไก่แทนได้ค่ะ แล้วอาจใช้สีผสมอาหารสีส้มเพิ่มเติมนิดหน่อยได้ค่ะ ใส่เกลือ น้ำตาลมะพร้าว ใบเตย (ช่วยลดกลิ่นคาวไข่) ลงไปพร้อมกันในภาชนะ

2. เราล้างมือให้สะอาด และต้องเช็ดให้แห้งนะคะ ห้ามมือเปียกน้ำก่อนที่เราจะขยำส่วนผสมทั้งหมด ไม่งั้นสังขยาของเราจะมีกลิ่นคาวได้

3. เมื่อขยำทุกอย่างจะเข้ากันดีแล้วก็ใส่หัวกะทิลงไป ขยำอีกครั้งค่ะ

เมื่อทุกอย่างเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว

4. นำน้ำสังขยามากรอง เพื่อให้ได้น้ำสังขนาที่ละเอียดอีกสักครั้ง

5. พักน้ำสังขยาทิ้งไว้สักครู่เพื่อลดฟองอากาศ

       ระหว่างนี้เราก็นำหม้อรางถึงมาต้มน้ำจนเดือด

แล้วเราก็นำถ้วยตะไลมาจัดเรียงในรางถึง นึ่งให้ร้อนก่อนจะใส่แป้งสุก 5 นาที เพื่อป้องกันตัวแป้งขนมติดถ้วยจ้า

เมื่อครบกำหนดเวลา ให้เปิดฝาหม้อเร็วๆ เพื่อไม่ให้ไอน้ำหยดลงในถ้วย แล้วตัวแป้วก่อนจะตักใส่เหยือก หรือที่หยอดขนม ให้คนแป้งก่อนตักนะคะ เพราะตัวแป้งจะนอนก้น จากนั้นก็ทำการหยอดตัวแป้งได้เลยจ้า

อ๋อ!!! ในการหยอดแป้ง ให้หยอดแต่ละถ้วยแค่ครึ่งถ้วยนะคะ อีกครึ่งเราเก็บไว้หยอดหน้าสังขยาจ้า

เมื่อหยอดแป้งครบทุกถ้วย ก็ปิดฝาหม้อนึ่งด้วยไฟกลางเป็นเวลา 5 นาที

 

เมื่อครบ 5 นาที เราก็จะได้ตัวแป้งขนมสีเขียวใบเตย เนื้อเนียมนุ่ม ส่งกลิ่นหอมมากๆค่ะ จากนั้นให้ทำการยกรางถึงลงจากหม้อ เพื่อพักให้ตัวแป้งเย็นตัวลงสักเล็กน้อยนะคะ

**เหตุผลที่ต้องยกลงให้ตัวแป้งเซ็ตตัวเย็นลงก่อนจะหยอดหน้าสังขยา เพื่อให้ตัวแป้งกับหน้าสังขยาแยกชั้นกันนั่นเองค่ะ

ระหว่างรอตัวแป้งเซ็ตตัว เราก็มาดูน้ำสังขยาที่ทำพักไว้ หากสังเกตว่าฟองอากาศยังมีอยู่ ให้ทำการช้อนตักออกไป เหตุผลที่ทำเช่นนี้ เพราะเราต้องการตัวสังขยาที่มีผิวเนียนนุ่มละมุลนั่นเอง

จากนั้นก็นำน้ำสังขยาใส่เหยือก แล้วนำตัวแป้งขนมกลับมาวางบนหม้อนึ่งอีกครึ่ง ทำการหยอดหน้าสังขยาให้เต็มถ้วยที่เหลือ

เมื่อหยอดครบทุกถ้วยทำการนึ่งด้วยไฟอ่อนเป็นเวลา 10 นาที

เมื่อครบกำหนดเราก็จะได้ขนมตะลุ่มที่หน้าตาน่ารับประทาน ส่งกลิ่นหอมยวนยั่วชวนน้ำลายไหล

จะช้าอยู่ใย รีบนำจัดลงจานไปชิมกันดีกว่าจ้า

เนื้อหาโดย: กล้วยไม้ชายเล
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
กล้วยไม้ชายเล's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10 ครั้ง
เขียนโดย กล้วยไม้ชายเล
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อย10 รถคลาสสิกยุค 80 จากญี่ปุ่นถึงยุโรป ที่คนรักรถยังจำได้ไมโครไบโอมในลำไส้สื่อสารกับสมองผ่านหลายเส้นทางมินิซีรีส์กว่า 50 ตอน แต่มีฉากจูบกว่า 60 ฉาก จนเกิดคำถามเรื่อง “ขอบเขต” ในกองถ่ายกินผักทุกวันก็ดี แต่ 5 ชนิดนี้บางคนควรกินอย่างพอดีขับรถหรูแต่จบที่แผลพุพอง! สองเจ้าของ Mercedes-AMG ฟ้องค่ายรถดัง อ้างโลโก้เบาะนั่งร้อนจัดจน "นาบเนื้อ" เป็นรอยนาฬิกา 350 บาทที่ยังชนะ Apple Watch ด้วยความเรียบง่ายที่ใช้ได้จริงเปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยากเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันย้อน 9 วิธีแอบบอกรักยุค 90 เมื่อทุกข้อความต้องใช้ความกล้า
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ย้อน 7 เหตุการณ์ที่คนอกหักยุค 90 มักทำ10 รถคลาสสิกยุค 80 จากญี่ปุ่นถึงยุโรป ที่คนรักรถยังจำได้ไมโครไบโอมในลำไส้สื่อสารกับสมองผ่านหลายเส้นทางเปิด 10 ฐานการผลิตอาเซียน ใครมีไฟฟ้าสำรองพร้อมมากที่สุดกู้ภัยแต่ละเดือนได้รับค่าจ้างเท่าไหร่? เปิดรายได้อาชีพที่คนมักเข้าใจผิดขมิ้นชันมีเคอร์คูมินแต่ฤทธิ์ในอาหารไม่เท่ากับสารสกัด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
คู่มือการทำ “ต้มผักกาดดองกระดูกอ่อน” ซุปร้อน ๆ รสกลมกล่อม เปรี้ยวเค็มกำลังดีทำไม “ข้าวผัดอเมริกัน” ถึงชื่ออเมริกัน ทั้งที่เป็นเมนูไทย?แหนมกับวิทยาศาสตร์การหมัก10 วัตถุดิบจากธรรมชาติที่คนไทยใช้แต่งสีขนม
ตั้งกระทู้ใหม่