หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมเรารู้สึกว่าแผ่นดินไหวเกิดถี่ขึ้น? สาเหตุจริง และสิ่งที่คนไทยควรรู้

เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ

ทำไมเรารู้สึกว่าแผ่นดินไหวเกิดถี่ขึ้น? สาเหตุจริง และสิ่งที่คนไทยควรรู้

ช่วงหนึ่งอาจมีข่าวแผ่นดินไหวเข้ามาให้เห็นติด ๆ กัน จนเกิดคำถามง่าย ๆ ว่า

“ช่วงนี้โลกเกิดแผ่นดินไหวบ่อยขึ้นหรือเปล่า?”

คำตอบอาจไม่ใช่แค่ “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” เพราะคำว่า แผ่นดินไหวเกิดถี่ สามารถหมายถึงหลายสถานการณ์ บางครั้งเป็นอาฟเตอร์ช็อกที่ตามหลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ บางพื้นที่อาจเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งใกล้ ๆ กันในลักษณะที่เรียกว่า earthquake swarm และอีกส่วนหนึ่งคือทุกวันนี้เรา ตรวจจับและรับรู้เหตุการณ์ได้มากกว่าในอดีต

กรมอุตุนิยมวิทยาระบุไว้ตรงประเด็นว่า การที่คนรู้สึกว่าแผ่นดินไหวเกิดถี่ขึ้น อาจเกิดจากการสื่อสารที่รวดเร็วขึ้น ระบบตรวจวัดที่มีประสิทธิภาพขึ้น รวมถึงการขยายตัวของชุมชนเข้าใกล้แหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวมากขึ้นด้วย

แผ่นดินไหวเกิดจากอะไร?

พูดง่าย ๆ แผ่นดินไหวเกิดจาก พลังงานที่สะสมอยู่ในเปลือกโลกถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว

สาเหตุสำคัญเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนตัวของแผ่นธรณีภาคและการขยับตัวของ รอยเลื่อน เมื่อหินสองฝั่งของรอยเลื่อนถูกแรงดันให้เคลื่อนที่ แต่ยังติดขัดจากแรงเสียดทาน พลังงานจะค่อย ๆ สะสมอยู่ในหิน

เมื่อแรงที่สะสมมากพอ หินก็สามารถเลื่อนตัวอย่างฉับพลัน พลังงานที่ปล่อยออกมาจะเดินทางผ่านพื้นโลกในรูปของคลื่นไหวสะเทือน ทำให้เรารู้สึกว่าพื้นดินสั่น

กรมทรัพยากรธรณีอธิบายว่า แผ่นดินไหวตามธรรมชาติเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกและรอยเลื่อน ขณะที่กิจกรรมของมนุษย์บางประเภท เช่น การทำเหมือง การกักเก็บน้ำ หรือการระเบิด ก็สามารถก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนได้เช่นกัน

แล้วทำไมบางช่วงแผ่นดินไหวถึงเกิดติด ๆ กัน?

ตรงนี้เป็นส่วนที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่า “ช่วงนี้แผ่นดินไหวเยอะผิดปกติ”

แต่ในทางธรณีวิทยา เหตุการณ์หลายครั้งที่เกิดใกล้กันไม่ได้หมายความว่าทุกครั้งเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างอิสระต่อกัน

หนึ่งในรูปแบบที่พบได้คือ mainshock–aftershock sequence

หลังแผ่นดินไหวใหญ่ โลกยังไม่หยุดขยับทันที

เมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ส่วนของรอยเลื่อนที่เคลื่อนตัวได้ปลดปล่อยพลังงานไปแล้ว แต่บริเวณโดยรอบยังต้องปรับตัวใหม่ จึงสามารถเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กตามมาได้

เหตุการณ์เหล่านี้เรียกว่า aftershocks หรืออาฟเตอร์ช็อก

USGS ระบุว่าอาฟเตอร์ช็อกเป็นแผ่นดินไหวที่เกิดในบริเวณเดียวกันหรือใกล้เคียง หลังเหตุการณ์หลัก และโดยทั่วไปความถี่ของอาฟเตอร์ช็อกจะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป

เพราะฉะนั้น ถ้าเห็นรายงานว่าเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งในพื้นที่เดียวกันภายในช่วงเวลาสั้น ๆ สิ่งแรกที่ต้องถามคือ

“นี่เป็นแผ่นดินไหวหลายเหตุการณ์ที่แยกจากกัน หรือเป็นชุดอาฟเตอร์ช็อก?”

คำตอบสองแบบนี้มีความหมายไม่เหมือนกัน

อีกแบบที่น่าสนใจคือ Earthquake Swarm

บางพื้นที่เกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งติดต่อกัน แต่ไม่ได้มีแผ่นดินไหวครั้งหนึ่งที่โดดเด่นชัดเจนว่าเป็น “ตัวหลัก”

รูปแบบนี้เรียกว่า earthquake swarm

USGS อธิบายว่า swarm มักหมายถึงกลุ่มแผ่นดินไหวจำนวนมากที่เกิดในพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่รูปแบบไม่เหมือนชุด mainshock–aftershock เช่น ขนาดของเหตุการณ์อาจใกล้เคียงกัน หรือกิจกรรมอาจไม่ลดลงตามรูปแบบปกติ

สาเหตุของ earthquake swarm แตกต่างกันไปตามพื้นที่ และในบางบริเวณอาจเกี่ยวข้องกับของไหลหรือกระบวนการใต้ผิวโลก

จุดสำคัญคือ เราไม่ควรเห็นแผ่นดินไหวหลายครั้งแล้วสรุปทันทีว่าจะต้องเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ตามมา

นักวิทยาศาสตร์ต้องดูทั้งตำแหน่ง ความลึก ขนาด กลไกของรอยเลื่อน และรูปแบบการเกิดของเหตุการณ์ประกอบกัน

แผ่นดินไหวถี่ ไม่ได้แปลว่าจะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่เสมอไป

นี่เป็นความเข้าใจผิดที่ควรระวัง

เมื่อเห็นแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายครั้ง คนจำนวนไม่น้อยอาจคิดว่า

“หรือว่านี่กำลังเป็นสัญญาณเตือนแผ่นดินไหวครั้งใหญ่?”

ในทางวิทยาศาสตร์ เราไม่สามารถสรุปแบบนั้นจากจำนวนครั้งเพียงอย่างเดียวได้

คำว่า foreshock เองก็มีความหมายแบบย้อนหลัง กล่าวคือ แผ่นดินไหวจะถูกเรียกว่า foreshock ก็ต่อเมื่อภายหลังมีแผ่นดินไหวที่ใหญ่กว่าเกิดขึ้นในพื้นที่เดียวกัน

ดังนั้น ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ใหญ่ นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถมองเหตุการณ์หนึ่งแล้วประกาศได้อย่างแน่นอนว่า

“นี่คือแผ่นดินไหวเตือนก่อนลูกใหญ่”

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่คำทำนายแผ่นดินไหวแบบระบุวัน เวลา และขนาดอย่างแม่นยำยังทำไม่ได้ในปัจจุบัน

แล้วทำไมเราถึงรู้สึกว่าแผ่นดินไหวเกิดบ่อยกว่าเมื่อก่อน?

ส่วนนี้น่าสนใจมาก เพราะคำตอบไม่ได้อยู่ใต้พื้นโลกทั้งหมด แต่อยู่ใน วิธีที่มนุษย์รับรู้ข้อมูล

ลองนึกถึงเมื่อหลายสิบปีก่อน

ถ้าเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ห่างไกล คนที่อยู่อีกจังหวัดหรืออีกประเทศอาจไม่มีทางรู้ทันที เว้นแต่เหตุการณ์จะรุนแรงมากจนกลายเป็นข่าวใหญ่

แต่วันนี้สถานการณ์ต่างออกไป

มีเครือข่ายตรวจวัดแผ่นดินไหว ระบบประมวลผลข้อมูล และการสื่อสารแบบทันที เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขึ้นที่ใดแห่งหนึ่ง ข้อมูลสามารถถูกเผยแพร่ให้คนทั่วโลกเห็นได้ในเวลาไม่นาน

กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คนรู้สึกว่าแผ่นดินไหวเกิดบ่อยขึ้น ทั้งที่เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติอยู่แล้ว

USGS ก็อธิบายไปในทิศทางเดียวกันว่า การมีสถานีตรวจวัดเพิ่มขึ้นทำให้สามารถตรวจจับแผ่นดินไหวขนาดเล็กได้มากขึ้น

ยิ่งตรวจจับได้ละเอียด ก็ยิ่งเห็นเหตุการณ์ที่เคยมองไม่เห็น

นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก

คำว่า “เกิดแผ่นดินไหวมากขึ้น” กับ “ตรวจพบแผ่นดินไหวมากขึ้น” ไม่ใช่คำเดียวกัน

ถ้าในอดีตเครื่องมือไม่ไวพอที่จะตรวจจับเหตุการณ์ขนาดเล็ก เหตุการณ์เหล่านั้นก็อาจไม่ได้ปรากฏในฐานข้อมูลหรือข่าวสารที่คนทั่วไปเห็น

วันนี้เมื่อเครื่องมือดีขึ้น เหตุการณ์เล็ก ๆ ที่เคยผ่านไปโดยไม่มีใครรู้ก็สามารถถูกบันทึกได้

ดังนั้นกราฟจำนวนเหตุการณ์ที่ “ตรวจพบ” เพิ่มขึ้น ไม่ควรถูกตีความทันทีว่าโลกกำลังสร้างแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน

ประเทศไทยก็มีแผ่นดินไหว แม้ไม่ได้อยู่บนขอบแผ่นเปลือกโลกแบบญี่ปุ่น

ประเทศไทยไม่ได้ตั้งอยู่ตรงขอบแผ่นธรณีภาคขนาดใหญ่เหมือนบางประเทศที่มีแผ่นดินไหวรุนแรงเป็นประจำ แต่ไม่ได้หมายความว่าไทยไม่มีความเสี่ยง

กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า แผ่นดินไหวที่รู้สึกได้ในประเทศไทยสามารถมีแหล่งกำเนิดได้ทั้ง ภายในประเทศและนอกประเทศ โดยเฉพาะบริเวณใกล้เคียง เช่น เมียนมา ลาว จีน ทะเลอันดามัน และบริเวณอื่นในภูมิภาค

ภายในประเทศไทยเองก็มีรอยเลื่อนมีพลังหลายแนว โดยกรมทรัพยากรธรณีระบุแนวรอยเลื่อน เช่น แม่จัน แม่ฮ่องสอน แม่เมย แม่ทา เถิน ปัว พะเยา อุตรดิตถ์ ศรีสวัสดิ์ เจดีย์สามองค์ ระนอง และคลองมะรุ่ย เป็นต้น

ข้อมูลของกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหวในปี 2569 ก็ยังมีการบันทึกเหตุการณ์ทั้งในไทยและพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง เช่น เชียงใหม่ เมียนมา ลาว จีน และบริเวณทะเลอันดามัน

จึงไม่แปลกที่บางช่วงคนไทย โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันตก จะเห็นข่าวหรือรายงานแผ่นดินไหวถี่กว่าช่วงอื่น

Fact Box: “เกิดถี่” แปลว่าอะไรได้บ้าง?

สิ่งที่เห็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นจริง
แผ่นดินไหวหลายครั้งหลังเหตุการณ์ใหญ่ อาจเป็น Aftershock
แผ่นดินไหวจำนวนมากในพื้นที่จำกัด อาจเป็น Earthquake Swarm
ข่าวแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้น อาจมาจาก การสื่อสารที่เร็วขึ้น
ตรวจพบเหตุการณ์ขนาดเล็กจำนวนมาก อาจมาจาก ระบบตรวจวัดที่ละเอียดขึ้น
เกิดหลายครั้งแล้วกลัวว่าจะมีลูกใหญ่ ยังสรุปไม่ได้ ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ตามมา

แล้วแผ่นดินไหวทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่?

ข้อมูลระยะยาวไม่ได้สนับสนุนแนวคิดง่าย ๆ ว่าโลกกำลังเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลที่อ้างอิงจาก USGS ระบุว่าจำนวนแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มีความผันผวนจากปีหนึ่งไปอีกปีหนึ่ง แต่ไม่ได้แสดงแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพียงเพราะโลกเข้าสู่ยุคใหม่

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดคือ ความสามารถของมนุษย์ในการตรวจจับและรับรู้

และยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ภาพในสายตาคนทั่วไปเปลี่ยนไป นั่นคือ Social Media

เมื่อก่อนเหตุการณ์หนึ่งอาจเป็นข่าวเฉพาะในพื้นที่

วันนี้แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นอีกซีกโลกสามารถกลายเป็นโพสต์บนหน้าจอเราได้ในเวลาไม่นาน

จึงเกิดความรู้สึกว่า

“ทำไมช่วงนี้แผ่นดินไหวเต็มไปหมด?”

ทั้งที่บางส่วนเป็นเพียงเพราะเรามองเห็นสิ่งที่เมื่อก่อนเราไม่เคยเห็น

สิ่งที่ควรระวังมากกว่าการนับจำนวนครั้ง

เวลามีข่าวแผ่นดินไหว อย่าดูแค่คำว่า “เกิดกี่ครั้ง”

ควรดูอย่างน้อย 4 อย่าง

1. ขนาดแผ่นดินไหวปล่อยพลังงานมากแค่ไหน

2. ความลึก — จุดกำเนิดอยู่ลึกจากพื้นโลกเท่าไร

3. ระยะห่างจากชุมชน — อยู่ใกล้พื้นที่ที่มีคนอาศัยมากแค่ไหน

4. สภาพพื้นที่และอาคาร — ดินและโครงสร้างอาคารมีผลต่อความเสียหายอย่างมาก

แผ่นดินไหวขนาดเท่ากันจึงไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะได้รับผลกระทบเท่ากัน

ถ้าเกิดแผ่นดินไหวซ้ำ ๆ ควรทำอย่างไร?

ถ้าอยู่ในอาคารและรู้สึกสั่น อย่าวิ่งออกจากอาคารทันทีโดยไม่ดูสถานการณ์

หลักพื้นฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ Drop, Cover and Hold On — หมอบ หลบกำบัง และยึดเกาะ

อยู่ให้ห่างจากกระจก ตู้สูง ของแขวน และสิ่งที่อาจตกลงมา หากอยู่ใต้โต๊ะที่แข็งแรงให้ใช้โต๊ะเป็นที่กำบัง

หลังแรงสั่นหยุด ควรระวังอาฟเตอร์ช็อก และอย่าเข้าอาคารที่ได้รับความเสียหายจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบอย่างเหมาะสม เพราะอาฟเตอร์ช็อกสามารถสร้างความเสียหายเพิ่มเติมกับโครงสร้างที่อ่อนแออยู่แล้วได้

โลกกำลังไหวบ่อยขึ้น หรือเราแค่เห็นมันมากขึ้น?

คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ต้องดูเป็นกรณี ๆ ไป

ถ้าเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งในพื้นที่เดียวกัน อาจเป็นชุดอาฟเตอร์ช็อกหรือ earthquake swarm

ถ้าเกิดเหตุการณ์จากหลายพื้นที่ทั่วโลกพร้อม ๆ กัน การที่เราเห็นข่าวจำนวนมากอาจเกี่ยวข้องกับระบบตรวจจับและการสื่อสารที่ทำให้ข้อมูลเดินทางถึงเราได้เร็วกว่าเมื่อก่อน

ส่วนการจะบอกว่า แผ่นดินไหวถี่ แปลว่ากำลังจะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่” นั้น ยังไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์เพียงพอที่จะสรุปแบบนั้นจากจำนวนครั้งเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทำได้ในตอนนี้คือประเมินความเสี่ยงจากข้อมูลทางธรณีวิทยา ติดตามรอยเลื่อน ตรวจวัดแรงสั่นสะเทือน และศึกษารูปแบบของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เราอาจยังไม่สามารถรู้ได้ว่าแผ่นดินไหวครั้งต่อไปจะเกิดวันไหน แต่เราสามารถรู้ได้ว่า พื้นที่ของเรามีความเสี่ยงอย่างไร และควรเตรียมตัวอย่างไร

เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่น่ากลัวกว่า “แผ่นดินไหวเกิดขึ้น” อาจเป็นการที่เรา ไม่รู้ว่าควรทำอะไรเมื่อมันเกิดขึ้นจริง

เนื้อหานี้เรียบเรียงจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรธรณี และ U.S. Geological Survey โดยแยกข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ออกจากข้อสังเกตเรื่องการรับรู้ข่าวสาร

กรมอุตุนิยมวิทยา — ข้อมูลแผ่นดินไหวและคำอธิบายเรื่องความถี่
กรมทรัพยากรธรณี — สาเหตุการเกิดแผ่นดินไหว
กรมทรัพยากรธรณี — สาเหตุแผ่นดินไหวในประเทศไทย
U.S. Geological Survey — Aftershock Forecast Overview
U.S. Geological Survey — Foreshocks, aftershocks: what's the difference?
U.S. Geological Survey — What is an earthquake swarm?
USGS — Hazards 101 / การทำนายแผ่นดินไหว
U.S. Geological Survey — Seismograph, Public Domain
ภาพสร้างโดยผู้เขียน
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อเมริกาโน่ดำ's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 4 ครั้ง
เขียนโดย อเมริกาโน่ดำ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านว่าวจุฬาและว่าวปักเป้าใช้สมดุลลมเพื่อแข่งขันกลางอากาศน้ำตาลท้องถิ่นทำให้ขนมตระกูลทองมีกลิ่นแบบไทยเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันจากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้านงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำเปิดตำนาน “เกลือสินเธาว์” ของไทย ทำไมในอดีตเคยมีค่าจนใช้แทนเงินได้?7 ไอเทมเซเว่นไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหอบกลับบ้าน จนกลายเป็น “ของพรีเมียม” ในต่างประเทศป้าแต๋น-ลุงพล เผชิญมรสุมครอบครัว?เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยาก7 แสตมป์ไปรษณีย์ รัชกาลที่ 9 ที่หายากและมีมูลค่ามากแนวทางมักคัก อ.น๊อตตี้ 1 กันยายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ไขที่มา “หมากพลู” ทำไมคนไทยสมัยก่อนนิยมกิน และเคยเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตว่าวจุฬาและว่าวปักเป้าใช้สมดุลลมเพื่อแข่งขันกลางอากาศน้ำตาลท้องถิ่นทำให้ขนมตระกูลทองมีกลิ่นแบบไทยเตรียมตัวหรือยัง? 10 สิ่งที่ ทหารใหม่ผลัด 1 ต้องเจอ ก้าวแรกในค่ายที่ไม่มีใครเคยบอกคุณ!ป้าแต๋น-ลุงพล เผชิญมรสุมครอบครัว?7 แสตมป์ไปรษณีย์ รัชกาลที่ 9 ที่หายากและมีมูลค่ามาก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รวมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อดังในไทยยุคแรก ย้อนดูว่าแต่ละแบรนด์เกิดมาอย่างไรบางตัวเกือบสูญพันธุ์! เปิดกรุ 5 สายพันธุ์ "แมวไทยโบราณ" หายาก ที่ทาสแมวตัวจริงอาจไม่เคยเห็นหน้าไขที่มา “หมากพลู” ทำไมคนไทยสมัยก่อนนิยมกิน และเคยเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตว่าวจุฬาและว่าวปักเป้าใช้สมดุลลมเพื่อแข่งขันกลางอากาศ
ตั้งกระทู้ใหม่