ทำไมเรารู้สึกว่าแผ่นดินไหวเกิดถี่ขึ้น? สาเหตุจริง และสิ่งที่คนไทยควรรู้
ทำไมเรารู้สึกว่าแผ่นดินไหวเกิดถี่ขึ้น? สาเหตุจริง และสิ่งที่คนไทยควรรู้
ช่วงหนึ่งอาจมีข่าวแผ่นดินไหวเข้ามาให้เห็นติด ๆ กัน จนเกิดคำถามง่าย ๆ ว่า
“ช่วงนี้โลกเกิดแผ่นดินไหวบ่อยขึ้นหรือเปล่า?”
คำตอบอาจไม่ใช่แค่ “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” เพราะคำว่า แผ่นดินไหวเกิดถี่ สามารถหมายถึงหลายสถานการณ์ บางครั้งเป็นอาฟเตอร์ช็อกที่ตามหลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ บางพื้นที่อาจเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งใกล้ ๆ กันในลักษณะที่เรียกว่า earthquake swarm และอีกส่วนหนึ่งคือทุกวันนี้เรา ตรวจจับและรับรู้เหตุการณ์ได้มากกว่าในอดีต
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุไว้ตรงประเด็นว่า การที่คนรู้สึกว่าแผ่นดินไหวเกิดถี่ขึ้น อาจเกิดจากการสื่อสารที่รวดเร็วขึ้น ระบบตรวจวัดที่มีประสิทธิภาพขึ้น รวมถึงการขยายตัวของชุมชนเข้าใกล้แหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวมากขึ้นด้วย
แผ่นดินไหวเกิดจากอะไร?
พูดง่าย ๆ แผ่นดินไหวเกิดจาก พลังงานที่สะสมอยู่ในเปลือกโลกถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว
สาเหตุสำคัญเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนตัวของแผ่นธรณีภาคและการขยับตัวของ รอยเลื่อน เมื่อหินสองฝั่งของรอยเลื่อนถูกแรงดันให้เคลื่อนที่ แต่ยังติดขัดจากแรงเสียดทาน พลังงานจะค่อย ๆ สะสมอยู่ในหิน
เมื่อแรงที่สะสมมากพอ หินก็สามารถเลื่อนตัวอย่างฉับพลัน พลังงานที่ปล่อยออกมาจะเดินทางผ่านพื้นโลกในรูปของคลื่นไหวสะเทือน ทำให้เรารู้สึกว่าพื้นดินสั่น
กรมทรัพยากรธรณีอธิบายว่า แผ่นดินไหวตามธรรมชาติเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกและรอยเลื่อน ขณะที่กิจกรรมของมนุษย์บางประเภท เช่น การทำเหมือง การกักเก็บน้ำ หรือการระเบิด ก็สามารถก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนได้เช่นกัน
แล้วทำไมบางช่วงแผ่นดินไหวถึงเกิดติด ๆ กัน?
ตรงนี้เป็นส่วนที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่า “ช่วงนี้แผ่นดินไหวเยอะผิดปกติ”
แต่ในทางธรณีวิทยา เหตุการณ์หลายครั้งที่เกิดใกล้กันไม่ได้หมายความว่าทุกครั้งเป็นแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างอิสระต่อกัน
หนึ่งในรูปแบบที่พบได้คือ mainshock–aftershock sequence
หลังแผ่นดินไหวใหญ่ โลกยังไม่หยุดขยับทันที
เมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ส่วนของรอยเลื่อนที่เคลื่อนตัวได้ปลดปล่อยพลังงานไปแล้ว แต่บริเวณโดยรอบยังต้องปรับตัวใหม่ จึงสามารถเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กตามมาได้
เหตุการณ์เหล่านี้เรียกว่า aftershocks หรืออาฟเตอร์ช็อก
USGS ระบุว่าอาฟเตอร์ช็อกเป็นแผ่นดินไหวที่เกิดในบริเวณเดียวกันหรือใกล้เคียง หลังเหตุการณ์หลัก และโดยทั่วไปความถี่ของอาฟเตอร์ช็อกจะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป
เพราะฉะนั้น ถ้าเห็นรายงานว่าเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งในพื้นที่เดียวกันภายในช่วงเวลาสั้น ๆ สิ่งแรกที่ต้องถามคือ
“นี่เป็นแผ่นดินไหวหลายเหตุการณ์ที่แยกจากกัน หรือเป็นชุดอาฟเตอร์ช็อก?”
คำตอบสองแบบนี้มีความหมายไม่เหมือนกัน
อีกแบบที่น่าสนใจคือ Earthquake Swarm
บางพื้นที่เกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งติดต่อกัน แต่ไม่ได้มีแผ่นดินไหวครั้งหนึ่งที่โดดเด่นชัดเจนว่าเป็น “ตัวหลัก”
รูปแบบนี้เรียกว่า earthquake swarm
USGS อธิบายว่า swarm มักหมายถึงกลุ่มแผ่นดินไหวจำนวนมากที่เกิดในพื้นที่ค่อนข้างจำกัด แต่รูปแบบไม่เหมือนชุด mainshock–aftershock เช่น ขนาดของเหตุการณ์อาจใกล้เคียงกัน หรือกิจกรรมอาจไม่ลดลงตามรูปแบบปกติ
สาเหตุของ earthquake swarm แตกต่างกันไปตามพื้นที่ และในบางบริเวณอาจเกี่ยวข้องกับของไหลหรือกระบวนการใต้ผิวโลก
จุดสำคัญคือ เราไม่ควรเห็นแผ่นดินไหวหลายครั้งแล้วสรุปทันทีว่าจะต้องเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ตามมา
นักวิทยาศาสตร์ต้องดูทั้งตำแหน่ง ความลึก ขนาด กลไกของรอยเลื่อน และรูปแบบการเกิดของเหตุการณ์ประกอบกัน
แผ่นดินไหวถี่ ไม่ได้แปลว่าจะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่เสมอไป
นี่เป็นความเข้าใจผิดที่ควรระวัง
เมื่อเห็นแผ่นดินไหวเกิดขึ้นหลายครั้ง คนจำนวนไม่น้อยอาจคิดว่า
“หรือว่านี่กำลังเป็นสัญญาณเตือนแผ่นดินไหวครั้งใหญ่?”
ในทางวิทยาศาสตร์ เราไม่สามารถสรุปแบบนั้นจากจำนวนครั้งเพียงอย่างเดียวได้
คำว่า foreshock เองก็มีความหมายแบบย้อนหลัง กล่าวคือ แผ่นดินไหวจะถูกเรียกว่า foreshock ก็ต่อเมื่อภายหลังมีแผ่นดินไหวที่ใหญ่กว่าเกิดขึ้นในพื้นที่เดียวกัน
ดังนั้น ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ใหญ่ นักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถมองเหตุการณ์หนึ่งแล้วประกาศได้อย่างแน่นอนว่า
“นี่คือแผ่นดินไหวเตือนก่อนลูกใหญ่”
นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่คำทำนายแผ่นดินไหวแบบระบุวัน เวลา และขนาดอย่างแม่นยำยังทำไม่ได้ในปัจจุบัน
แล้วทำไมเราถึงรู้สึกว่าแผ่นดินไหวเกิดบ่อยกว่าเมื่อก่อน?
ส่วนนี้น่าสนใจมาก เพราะคำตอบไม่ได้อยู่ใต้พื้นโลกทั้งหมด แต่อยู่ใน วิธีที่มนุษย์รับรู้ข้อมูล
ลองนึกถึงเมื่อหลายสิบปีก่อน
ถ้าเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ห่างไกล คนที่อยู่อีกจังหวัดหรืออีกประเทศอาจไม่มีทางรู้ทันที เว้นแต่เหตุการณ์จะรุนแรงมากจนกลายเป็นข่าวใหญ่
แต่วันนี้สถานการณ์ต่างออกไป
มีเครือข่ายตรวจวัดแผ่นดินไหว ระบบประมวลผลข้อมูล และการสื่อสารแบบทันที เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขึ้นที่ใดแห่งหนึ่ง ข้อมูลสามารถถูกเผยแพร่ให้คนทั่วโลกเห็นได้ในเวลาไม่นาน
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คนรู้สึกว่าแผ่นดินไหวเกิดบ่อยขึ้น ทั้งที่เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติอยู่แล้ว
USGS ก็อธิบายไปในทิศทางเดียวกันว่า การมีสถานีตรวจวัดเพิ่มขึ้นทำให้สามารถตรวจจับแผ่นดินไหวขนาดเล็กได้มากขึ้น
ยิ่งตรวจจับได้ละเอียด ก็ยิ่งเห็นเหตุการณ์ที่เคยมองไม่เห็น
นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก
คำว่า “เกิดแผ่นดินไหวมากขึ้น” กับ “ตรวจพบแผ่นดินไหวมากขึ้น” ไม่ใช่คำเดียวกัน
ถ้าในอดีตเครื่องมือไม่ไวพอที่จะตรวจจับเหตุการณ์ขนาดเล็ก เหตุการณ์เหล่านั้นก็อาจไม่ได้ปรากฏในฐานข้อมูลหรือข่าวสารที่คนทั่วไปเห็น
วันนี้เมื่อเครื่องมือดีขึ้น เหตุการณ์เล็ก ๆ ที่เคยผ่านไปโดยไม่มีใครรู้ก็สามารถถูกบันทึกได้
ดังนั้นกราฟจำนวนเหตุการณ์ที่ “ตรวจพบ” เพิ่มขึ้น ไม่ควรถูกตีความทันทีว่าโลกกำลังสร้างแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน
ประเทศไทยก็มีแผ่นดินไหว แม้ไม่ได้อยู่บนขอบแผ่นเปลือกโลกแบบญี่ปุ่น
ประเทศไทยไม่ได้ตั้งอยู่ตรงขอบแผ่นธรณีภาคขนาดใหญ่เหมือนบางประเทศที่มีแผ่นดินไหวรุนแรงเป็นประจำ แต่ไม่ได้หมายความว่าไทยไม่มีความเสี่ยง
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า แผ่นดินไหวที่รู้สึกได้ในประเทศไทยสามารถมีแหล่งกำเนิดได้ทั้ง ภายในประเทศและนอกประเทศ โดยเฉพาะบริเวณใกล้เคียง เช่น เมียนมา ลาว จีน ทะเลอันดามัน และบริเวณอื่นในภูมิภาค
ภายในประเทศไทยเองก็มีรอยเลื่อนมีพลังหลายแนว โดยกรมทรัพยากรธรณีระบุแนวรอยเลื่อน เช่น แม่จัน แม่ฮ่องสอน แม่เมย แม่ทา เถิน ปัว พะเยา อุตรดิตถ์ ศรีสวัสดิ์ เจดีย์สามองค์ ระนอง และคลองมะรุ่ย เป็นต้น
ข้อมูลของกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหวในปี 2569 ก็ยังมีการบันทึกเหตุการณ์ทั้งในไทยและพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง เช่น เชียงใหม่ เมียนมา ลาว จีน และบริเวณทะเลอันดามัน
จึงไม่แปลกที่บางช่วงคนไทย โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันตก จะเห็นข่าวหรือรายงานแผ่นดินไหวถี่กว่าช่วงอื่น
Fact Box: “เกิดถี่” แปลว่าอะไรได้บ้าง?
| สิ่งที่เห็น | สิ่งที่อาจเกิดขึ้นจริง |
|---|---|
| แผ่นดินไหวหลายครั้งหลังเหตุการณ์ใหญ่ | อาจเป็น Aftershock |
| แผ่นดินไหวจำนวนมากในพื้นที่จำกัด | อาจเป็น Earthquake Swarm |
| ข่าวแผ่นดินไหวเพิ่มขึ้น | อาจมาจาก การสื่อสารที่เร็วขึ้น |
| ตรวจพบเหตุการณ์ขนาดเล็กจำนวนมาก | อาจมาจาก ระบบตรวจวัดที่ละเอียดขึ้น |
| เกิดหลายครั้งแล้วกลัวว่าจะมีลูกใหญ่ | ยังสรุปไม่ได้ ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ตามมา |
แล้วแผ่นดินไหวทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่?
ข้อมูลระยะยาวไม่ได้สนับสนุนแนวคิดง่าย ๆ ว่าโลกกำลังเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลที่อ้างอิงจาก USGS ระบุว่าจำนวนแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มีความผันผวนจากปีหนึ่งไปอีกปีหนึ่ง แต่ไม่ได้แสดงแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพียงเพราะโลกเข้าสู่ยุคใหม่
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดคือ ความสามารถของมนุษย์ในการตรวจจับและรับรู้
และยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้ภาพในสายตาคนทั่วไปเปลี่ยนไป นั่นคือ Social Media
เมื่อก่อนเหตุการณ์หนึ่งอาจเป็นข่าวเฉพาะในพื้นที่
วันนี้แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นอีกซีกโลกสามารถกลายเป็นโพสต์บนหน้าจอเราได้ในเวลาไม่นาน
จึงเกิดความรู้สึกว่า
“ทำไมช่วงนี้แผ่นดินไหวเต็มไปหมด?”
ทั้งที่บางส่วนเป็นเพียงเพราะเรามองเห็นสิ่งที่เมื่อก่อนเราไม่เคยเห็น
สิ่งที่ควรระวังมากกว่าการนับจำนวนครั้ง
เวลามีข่าวแผ่นดินไหว อย่าดูแค่คำว่า “เกิดกี่ครั้ง”
ควรดูอย่างน้อย 4 อย่าง
1. ขนาด — แผ่นดินไหวปล่อยพลังงานมากแค่ไหน
2. ความลึก — จุดกำเนิดอยู่ลึกจากพื้นโลกเท่าไร
3. ระยะห่างจากชุมชน — อยู่ใกล้พื้นที่ที่มีคนอาศัยมากแค่ไหน
4. สภาพพื้นที่และอาคาร — ดินและโครงสร้างอาคารมีผลต่อความเสียหายอย่างมาก
แผ่นดินไหวขนาดเท่ากันจึงไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่จะได้รับผลกระทบเท่ากัน
ถ้าเกิดแผ่นดินไหวซ้ำ ๆ ควรทำอย่างไร?
ถ้าอยู่ในอาคารและรู้สึกสั่น อย่าวิ่งออกจากอาคารทันทีโดยไม่ดูสถานการณ์
หลักพื้นฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ Drop, Cover and Hold On — หมอบ หลบกำบัง และยึดเกาะ
อยู่ให้ห่างจากกระจก ตู้สูง ของแขวน และสิ่งที่อาจตกลงมา หากอยู่ใต้โต๊ะที่แข็งแรงให้ใช้โต๊ะเป็นที่กำบัง
หลังแรงสั่นหยุด ควรระวังอาฟเตอร์ช็อก และอย่าเข้าอาคารที่ได้รับความเสียหายจนกว่าจะได้รับการตรวจสอบอย่างเหมาะสม เพราะอาฟเตอร์ช็อกสามารถสร้างความเสียหายเพิ่มเติมกับโครงสร้างที่อ่อนแออยู่แล้วได้
โลกกำลังไหวบ่อยขึ้น หรือเราแค่เห็นมันมากขึ้น?
คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ต้องดูเป็นกรณี ๆ ไป
ถ้าเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งในพื้นที่เดียวกัน อาจเป็นชุดอาฟเตอร์ช็อกหรือ earthquake swarm
ถ้าเกิดเหตุการณ์จากหลายพื้นที่ทั่วโลกพร้อม ๆ กัน การที่เราเห็นข่าวจำนวนมากอาจเกี่ยวข้องกับระบบตรวจจับและการสื่อสารที่ทำให้ข้อมูลเดินทางถึงเราได้เร็วกว่าเมื่อก่อน
ส่วนการจะบอกว่า “แผ่นดินไหวถี่ แปลว่ากำลังจะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่” นั้น ยังไม่มีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์เพียงพอที่จะสรุปแบบนั้นจากจำนวนครั้งเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทำได้ในตอนนี้คือประเมินความเสี่ยงจากข้อมูลทางธรณีวิทยา ติดตามรอยเลื่อน ตรวจวัดแรงสั่นสะเทือน และศึกษารูปแบบของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เราอาจยังไม่สามารถรู้ได้ว่าแผ่นดินไหวครั้งต่อไปจะเกิดวันไหน แต่เราสามารถรู้ได้ว่า พื้นที่ของเรามีความเสี่ยงอย่างไร และควรเตรียมตัวอย่างไร
เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่น่ากลัวกว่า “แผ่นดินไหวเกิดขึ้น” อาจเป็นการที่เรา ไม่รู้ว่าควรทำอะไรเมื่อมันเกิดขึ้นจริง
เนื้อหานี้เรียบเรียงจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา กรมทรัพยากรธรณี และ U.S. Geological Survey โดยแยกข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ออกจากข้อสังเกตเรื่องการรับรู้ข่าวสาร
กรมทรัพยากรธรณี — สาเหตุการเกิดแผ่นดินไหว
กรมทรัพยากรธรณี — สาเหตุแผ่นดินไหวในประเทศไทย
U.S. Geological Survey — Aftershock Forecast Overview
U.S. Geological Survey — Foreshocks, aftershocks: what's the difference?
U.S. Geological Survey — What is an earthquake swarm?
USGS — Hazards 101 / การทำนายแผ่นดินไหว
U.S. Geological Survey — Seismograph, Public Domain
ภาพสร้างโดยผู้เขียน
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
ว่าวจุฬาและว่าวปักเป้าใช้สมดุลลมเพื่อแข่งขันกลางอากาศ
น้ำตาลท้องถิ่นทำให้ขนมตระกูลทองมีกลิ่นแบบไทย
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
จากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้าน
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
เปิดตำนาน “เกลือสินเธาว์” ของไทย ทำไมในอดีตเคยมีค่าจนใช้แทนเงินได้?
7 ไอเทมเซเว่นไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหอบกลับบ้าน จนกลายเป็น “ของพรีเมียม” ในต่างประเทศ
ป้าแต๋น-ลุงพล เผชิญมรสุมครอบครัว?
เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยาก
7 แสตมป์ไปรษณีย์ รัชกาลที่ 9 ที่หายากและมีมูลค่ามาก
แนวทางมักคัก อ.น๊อตตี้ 1 กันยายน 2569
ไขที่มา “หมากพลู” ทำไมคนไทยสมัยก่อนนิยมกิน และเคยเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต
ว่าวจุฬาและว่าวปักเป้าใช้สมดุลลมเพื่อแข่งขันกลางอากาศ
น้ำตาลท้องถิ่นทำให้ขนมตระกูลทองมีกลิ่นแบบไทย
เตรียมตัวหรือยัง? 10 สิ่งที่ ทหารใหม่ผลัด 1 ต้องเจอ ก้าวแรกในค่ายที่ไม่มีใครเคยบอกคุณ!
ป้าแต๋น-ลุงพล เผชิญมรสุมครอบครัว?
7 แสตมป์ไปรษณีย์ รัชกาลที่ 9 ที่หายากและมีมูลค่ามาก
รวมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อดังในไทยยุคแรก ย้อนดูว่าแต่ละแบรนด์เกิดมาอย่างไร
บางตัวเกือบสูญพันธุ์! เปิดกรุ 5 สายพันธุ์ "แมวไทยโบราณ" หายาก ที่ทาสแมวตัวจริงอาจไม่เคยเห็นหน้า
ไขที่มา “หมากพลู” ทำไมคนไทยสมัยก่อนนิยมกิน และเคยเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต
ว่าวจุฬาและว่าวปักเป้าใช้สมดุลลมเพื่อแข่งขันกลางอากาศ




