หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไขที่มา “หมากพลู” ทำไมคนไทยสมัยก่อนนิยมกิน และเคยเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต

เขียนโดย Gario

หากย้อนกลับไปในสังคมไทยสมัยก่อน ภาพของผู้เฒ่าผู้แก่ที่นั่งเคี้ยวหมากพร้อมเชี่ยนหมากคู่กาย ถือเป็นภาพที่พบเห็นได้ทั่วไป “หมากพลู” จึงไม่ได้เป็นเพียงของกินเล่น แต่เกี่ยวข้องกับการต้อนรับแขก ประเพณี ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน รวมถึงการแสดงฐานะของเจ้าของอีกด้วย

หลักฐานจากกรมศิลปากรระบุว่า วัฒนธรรมการกินหมากในไทยมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ และปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับ “ป่าหมากป่าพลู” ในศิลาจารึกสมัยสุโขทัย สะท้อนว่าหมากและพลูเป็นพืชที่มีความสำคัญต่อผู้คนในยุคนั้น ขณะเดียวกันมีข้อสันนิษฐานว่ารูปแบบวัฒนธรรมดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากอินเดียและผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การกินหมากไม่ได้มีเพียงหมากกับใบพลูเท่านั้น โดยทั่วไปจะนำเนื้อหมากสดหรือหมากแห้งมาวางบนใบพลู แล้วป้ายด้วยปูนแดง ก่อนเติมส่วนประกอบอื่นตามความชอบ เช่น ยาเส้น เครื่องหอม หรือสีเสียด จากนั้นจึงพับใบพลูเป็นคำแล้วเคี้ยว ส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ จะถูกจัดเก็บไว้ใน “เชี่ยนหมาก” ซึ่งมีทั้งแบบไม้ เครื่องจักสาน ทองเหลือง เงิน และวัสดุอื่น ๆ

เหตุผลที่คนสมัยก่อนนิยมกินหมากมีหลายด้าน นอกจากความเคยชินและรสนิยมแล้ว สารอัลคาลอยด์ในหมากยังทำให้ผู้เคี้ยวรู้สึกตื่นตัวและกระปรี้กระเปร่า จึงทำให้การเคี้ยวหมากกลายเป็นกิจวัตรของคนจำนวนมากในอดีต

ที่น่าสนใจคือ “เชี่ยนหมาก” ยังมีความหมายทางสังคมมากกว่าที่คิด เพราะรูปแบบ วัสดุ และความประณีตสามารถสะท้อนฐานะของเจ้าของได้ ในอดีตตั้งแต่ชาวบ้านไปจนถึงพระมหากษัตริย์และชนชั้นสูงต่างมีเครื่องใช้สำหรับกินหมาก และในราชสำนักก็มีพานพระขันหมากเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องราชูปโภค

หมากพลูยังเกี่ยวข้องกับการเข้าสังคมอย่างใกล้ชิด การนำเชี่ยนหมากออกมาต้อนรับแขกถือเป็นการแสดงความเคารพและไมตรี เจ้าของบ้านอาจจัดเตรียมหมากพลูให้ผู้มาเยือน ขณะที่ในพิธีและประเพณีบางอย่าง เครื่องหมากก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม วิถีการกินหมากค่อย ๆ ลดความนิยมลง โดยเฉพาะในช่วงที่สังคมไทยเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ความเป็นสมัยใหม่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรระบุว่าการเลิกกินหมากเกิดขึ้นอย่างจริงจังในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งมองว่าการกินหมากไม่สะอาดและไม่ทันสมัย เมื่อคนรุ่นเก่าลดจำนวนลง วัฒนธรรมดังกล่าวจึงค่อย ๆ เลือนหายไปจากชีวิตประจำวัน

ทุกวันนี้หมากพลูจึงไม่ได้พบเห็นในชีวิตประจำวันมากเหมือนเมื่อก่อน แต่เรื่องราวของมันยังคงอยู่ผ่านเชี่ยนหมาก พานหมาก เครื่องมือโบราณ และความทรงจำของคนรุ่นเก่า สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่า “หมากพลู” ครั้งหนึ่งเคยเป็นมากกว่าการเคี้ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม สังคม และวิถีชีวิตของคนไทยมาอย่างยาวนาน

เนื้อหาโดย: Gario
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Gario's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1 ครั้ง
เขียนโดย Gario
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ว่าวจุฬาและว่าวปักเป้าใช้สมดุลลมเพื่อแข่งขันกลางอากาศจากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้านงูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำเปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยากเปิดตำนาน “เกลือสินเธาว์” ของไทย ทำไมในอดีตเคยมีค่าจนใช้แทนเงินได้?น้ำตาลท้องถิ่นทำให้ขนมตระกูลทองมีกลิ่นแบบไทย7 ไอเทมเซเว่นไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหอบกลับบ้าน จนกลายเป็น “ของพรีเมียม” ในต่างประเทศประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านจังหวัดที่มีร้านไก่ทอด KFC จำนวนมากที่สุดในประเทศไทยจากต้นน้ำที่ถูกขุด สู่ชีวิตคนท้ายน้ำ “แม่น้ำกก–แม่น้ำสาย” กับมลพิษข้ามแดนที่ยังไร้คำตอบ4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุดป้าแต๋น-ลุงพล เผชิญมรสุมครอบครัว?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ว่าวจุฬาและว่าวปักเป้าใช้สมดุลลมเพื่อแข่งขันกลางอากาศน้ำตาลท้องถิ่นทำให้ขนมตระกูลทองมีกลิ่นแบบไทยเตรียมตัวหรือยัง? 10 สิ่งที่ ทหารใหม่ผลัด 1 ต้องเจอ ก้าวแรกในค่ายที่ไม่มีใครเคยบอกคุณ!ป้าแต๋น-ลุงพล เผชิญมรสุมครอบครัว?7 แสตมป์ไปรษณีย์ รัชกาลที่ 9 ที่หายากและมีมูลค่ามาก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ว่าวจุฬาและว่าวปักเป้าใช้สมดุลลมเพื่อแข่งขันกลางอากาศทำไมเรารู้สึกว่าแผ่นดินไหวเกิดถี่ขึ้น? สาเหตุจริง และสิ่งที่คนไทยควรรู้ไขความจริง “ต้นกล้วยออกปลีตรงกลางลำต้น” เป็นเรื่องธรรมชาติหรือสัญญาณผิดปกติ?น้ำตาลท้องถิ่นทำให้ขนมตระกูลทองมีกลิ่นแบบไทย
ตั้งกระทู้ใหม่