หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เด็กโหวตแล้ว! 5 วิชาที่อยากให้หายจากตารางเรียน อันดับ 1 ชัดเจน

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

 



เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องวิชาที่นักเรียนจำนวนไม่น้อยเคยตั้งคำถามว่า “เรียนไปทำไม?” ก็อดนึกถึงสมัยที่เราเป็นนักเรียนไม่ได้
เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีวิชาที่เห็นชื่ออยู่บนตารางเรียนแล้วถอนหายใจ บางวิชาชอบมาก บางวิชาเรียนแล้วสนุก แต่บางวิชากลับรู้สึกว่าเนื้อหาห่างไกลจากชีวิตประจำวัน หรือไม่เกี่ยวข้องกับสายการเรียนและอาชีพที่ตัวเองตั้งใจจะไปต่อ


แน่นอนว่า การที่นักเรียนบางส่วนไม่ชอบวิชาใด ไม่ได้แปลว่าวิชานั้นไม่มีประโยชน์ เพราะหลายวิชาถูกออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะคนละด้าน


แต่ถ้าถามเล่น ๆ ว่า “ถ้าให้เด็กเลือกตัดวิชาออกจากตารางเรียนได้ 5 อย่าง จะมีอะไรบ้าง?” ชื่อของวิชาเหล่านี้มักเป็นประเด็นที่ถูกหยิบมาพูดถึงอยู่เสมอ

 


5. ประวัติศาสตร์
เริ่มกันที่วิชาที่ผู้ใหญ่หลายคนอาจสงสัยว่า เหตุใดเด็กบางคนถึงไม่ค่อยชอบ ทั้งที่เป็นวิชาที่มีความสำคัญไม่น้อย


ส่วนหนึ่งอาจมาจากภาพจำของการเรียนประวัติศาสตร์แบบต้องจำชื่อบุคคล ปี พ.ศ. เหตุการณ์ และรายละเอียดจำนวนมาก หากการเรียนเน้นการท่องจำมากกว่าการตั้งคำถามหรือวิเคราะห์เหตุและผล เด็กบางคนก็อาจรู้สึกว่ายากและน่าเบื่อ


แต่ในความเป็นจริง กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้ประวัติศาสตร์เป็นรายวิชาพื้นฐานในระดับ ป.1-ม.6 โดยมีเป้าหมายให้ผู้เรียนเข้าใจอดีต พัฒนาการของมนุษย์ ความเปลี่ยนแปลงของสังคม และผลกระทบของเหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่ใช่เพียงการจำปี พ.ศ. อย่างเดียว


คำถามจึงอาจไม่ใช่ “ควรยกเลิกประวัติศาสตร์หรือไม่” แต่เป็น จะสอนประวัติศาสตร์อย่างไรให้เด็กอยากรู้มากกว่าจำ


4. กระบี่กระบอง
อีกเรื่องที่บางคนอาจนึกถึงเมื่อพูดถึงวิชาหรือกิจกรรมด้านการออกกำลังกายแบบไทย ๆ


สำหรับนักเรียนที่ชอบกิจกรรมทางกาย เรื่องนี้อาจสนุกและได้ฝึกทักษะ แต่สำหรับเด็กที่ไม่ถนัดหรือไม่สนใจ ก็อาจรู้สึกว่าไม่เกี่ยวข้องกับเส้นทางชีวิตของตัวเอง


อย่างไรก็ตาม การเรียนด้านสุขศึกษาและพลศึกษามีเป้าหมายกว้างกว่าการเล่นกีฬาเพียงอย่างเดียว โดยหลักสูตรของ สพฐ. ครอบคลุมทั้งเรื่องสุขภาพ การออกกำลังกาย สมรรถภาพทางกาย และการดำเนินชีวิตอย่างเหมาะสม


ดังนั้น หากจะถกกันจริง ๆ อาจต้องถามว่า เนื้อหาเหล่านี้ควรปรับให้หลากหลายและเข้ากับความสนใจของเด็กยุคใหม่มากขึ้นหรือไม่


3. พลศึกษา
วิชานี้มีทั้งคนรักและคนที่อยากให้หมดคาบเร็ว ๆ
เด็กที่เล่นกีฬาเก่งอาจรู้สึกว่าเป็นคาบที่ผ่อนคลาย แต่สำหรับเด็กที่ไม่ถนัดกีฬา การต้องทำกิจกรรมหรือทดสอบสมรรถภาพบางอย่างอาจกลายเป็นความกดดัน


ตรงนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะเป้าหมายของพลศึกษาไม่ควรมีเพียงการหาคนที่วิ่งเร็ว เตะบอลเก่ง หรือเล่นกีฬาได้ดี แต่ควรช่วยให้เด็กเข้าใจร่างกายของตัวเอง รู้จักการออกกำลังกาย และเห็นความสำคัญของสุขภาพด้วย


หลักสูตรสุขศึกษาและพลศึกษาของ สพฐ. เองก็มีสาระครอบคลุมเรื่องสุขภาพ การเคลื่อนไหว สมรรถภาพทางกาย และการดำเนินชีวิต ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแข่งขันกีฬา


2. พระพุทธศาสนา
อีกประเด็นที่ชวนถกเถียงคือการเรียนเนื้อหาด้านพระพุทธศาสนา เพราะสังคมไทยในปัจจุบันมีผู้คนจากหลากหลายศาสนาและความเชื่อ
บางคนมองว่าความรู้ด้านศาสนาและหลักธรรมเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินชีวิต ขณะที่อีกมุมหนึ่งมองว่าการศึกษาควรเปิดพื้นที่ให้เด็กเข้าใจความหลากหลายทางความเชื่อและศาสนาให้มากขึ้น


ดังนั้น ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่การถามว่า “ศาสนามีประโยชน์หรือไม่” แต่เป็นการตั้งคำถามว่า รูปแบบการเรียนรู้ควรเปิดกว้างเพียงใด และทำอย่างไรให้เด็กสามารถนำหลักคิดด้านคุณธรรมไปใช้ในชีวิตจริงได้


เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นที่ควรพูดคุยกันด้วยเหตุผล มากกว่าตัดสินว่าวิชาใด “ไร้ประโยชน์”


1. ลูกเสือ-เนตรนารี
ถ้าพูดถึงสิ่งที่เด็กไทยจำนวนมากคุ้นเคย ชื่อของ “ลูกเสือ-เนตรนารี” คงหนีไม่พ้น


แต่ขอเน้นว่า ลูกเสือ-เนตรนารีเป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ไม่ใช่รายวิชาพื้นฐานแบบประวัติศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ ตามโครงสร้างหลักสูตร
เหตุผลที่กิจกรรมนี้ถูกหยิบมาพูดถึงบ่อย อาจมาจากหลายเรื่อง ตั้งแต่เครื่องแบบ การเดินทางเข้าค่าย การทำกิจกรรมกลางแจ้ง ไปจนถึงค่าใช้จ่ายบางส่วนที่ครอบครัวต้องรับภาระ
แต่ในอีกด้านหนึ่ง กระทรวง

ศึกษาธิการระบุว่ากิจกรรมลูกเสือมีเป้าหมายด้านการทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ การช่วยเหลือตนเอง ความมีระเบียบวินัย และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
จึงอาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะสรุปว่า “ควรยกเลิก” หรือ “ควรเก็บไว้เหมือนเดิม”

คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ เราจะทำอย่างไรให้กิจกรรมลูกเสือมีความหมายกับเด็กมากขึ้น โดยไม่กลายเป็นเพียงกิจกรรมที่เด็กต้องทำเพราะอยู่ในตารางเรียน


แล้วตกลงวิชาไหน “ควรยกเลิก”?
มาถึงตรงนี้ ผู้เขียนคิดว่าคำถามนี้อาจไม่มีคำตอบเดียว


เพราะวิชาที่เด็กคนหนึ่งมองว่าไม่มีประโยชน์ อาจเป็นวิชาที่เด็กอีกคนชื่นชอบ และความรู้ที่ดูเหมือนไม่ได้ใช้ในวันนี้ อาจกลายเป็นพื้นฐานสำคัญในอนาคต


สิ่งที่น่าคิดกว่าการตัดวิชาออก คือ การปรับวิธีสอน
ประวัติศาสตร์อาจไม่จำเป็นต้องให้เด็กนั่งท่องปี พ.ศ. อย่างเดียว แต่สามารถให้เด็กวิเคราะห์ว่าเหตุการณ์ในอดีตส่งผลต่อสังคมปัจจุบันอย่างไร
พลศึกษาอาจไม่ควรเน้นเฉพาะเด็กที่เล่นกีฬาเก่ง แต่ควรทำให้เด็กทุกคนเห็นความสำคัญของสุขภาพ


กิจกรรมลูกเสืออาจไม่ควรจบลงเพียงการแต่งเครื่องแบบหรือเข้าค่าย แต่ควรทำให้เด็กได้ฝึกทักษะที่นำไปใช้ในชีวิตจริง


ส่วนการเรียนรู้ศาสนาและคุณธรรมก็ควรเปิดพื้นที่ให้เด็กเข้าใจความแตกต่างและอยู่ร่วมกับคนที่คิดไม่เหมือนกัน


ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า การถามว่า “วิชาไหนควรยกเลิก” เป็นคำถามที่เรียกความสนใจได้ดี และเชื่อว่าผู้ใหญ่หลายคนเองก็มีวิชาที่สมัยเรียนเคยอยากให้หายไปจากตารางเหมือนกัน


แต่ถ้ามองกันอย่างจริงจัง ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ตัววิชา แต่อยู่ที่วิธีการเรียนการสอนมากกว่า


วิชาที่มีประโยชน์ หากสอนแบบให้เด็กท่องจำอย่างเดียว ก็อาจกลายเป็นวิชาที่เด็กเบื่อได้ ขณะเดียวกันวิชาที่เด็กเคยมองว่าไม่สำคัญ หากนำมาผูกเข้ากับชีวิตจริง ก็อาจกลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจขึ้นมาได้


และที่สำคัญ ผู้เขียนอยากย้ำว่า 5 รายการข้างต้นไม่ใช่ผลสำรวจระดับประเทศที่ยืนยันว่าเป็น “อันดับ 1-5” ของวิชาที่นักเรียนไทยต้องการยกเลิก แต่เป็นประเด็นและวิชาที่สามารถนำมาชวนพูดคุยถึงความรู้สึกของผู้เรียนและทิศทางการศึกษาได้


เพราะฉะนั้น ถ้าให้ท่านผู้อ่านย้อนกลับไปเป็นนักเรียนอีกครั้ง


มีวิชาไหนที่เห็นชื่อบนตารางเรียนแล้วอยากถามครูทันทีว่า “วิชานี้เรียนไปทำไมครับ/คะ?”


เชื่อว่าคำตอบของแต่ละคนคงแตกต่างกันไม่น้อย


แหล่งที่มาของข้อมูล :


กระทรวงศึกษาธิการ — ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งกำหนดให้เป็นรายวิชาพื้นฐาน ป.1-ม.6 และระบุเป้าหมายของการเรียนรู้ประวัติศาสตร์


สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน — ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา พ.ศ. 2551

กระทรวงศึกษาธิการ — ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาและปรับปรุงกิจกรรมลูกเสือในฐานะกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

กระทรวงศึกษาธิการ — ข้อมูลวัตถุประสงค์และประโยชน์ของกิจกรรมลูกเสือด้านการทำงานเป็นทีม ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย และการช่วยเหลือผู้อื่น

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จีนผุดธุรกิจใหม่! ขายใบหน้าให้ AI..ได้เงินง่าย หากจะขายคิดให้ดีเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันเปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยาก10 เมือง ชุมชน และอารามบนหน้าผา ที่มีคนใช้ชีวิตอยู่จริง4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุดStephenson 2-18 ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์แค่ไหน และทำไมขนาดยังไม่แน่นอนกรมธนารักษ์เปิดประมูล เหรียญกษาปณ์ ชนิดราคา 10 บาท พ.ศ. 2533 ราคาเริ่มต้นประมูล 300,000 บาทเปิดความหมาย “ยันต์มหาจักรพรรดิ์” ตำราโบราณกับพิธี 108 รูปเอาใจแม่วัย 60+! 10 เมนูนุ่มอร่อย กินง่าย ไม่จืดชืดพายุลาลาถล่มฮาวาย ฝนหนัก–น้ำท่วม บ้านอย่างน้อย 100 หลังเสียหาย ไฟดับกว่า 2 แสนจุด7 ไอเทมเซเว่นไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหอบกลับบ้าน จนกลายเป็น “ของพรีเมียม” ในต่างประเทศเมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จีนผุดธุรกิจใหม่! ขายใบหน้าให้ AI..ได้เงินง่าย หากจะขายคิดให้ดีพายุลาลาถล่มฮาวาย ฝนหนัก–น้ำท่วม บ้านอย่างน้อย 100 หลังเสียหาย ไฟดับกว่า 2 แสนจุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
เอาใจแม่วัย 60+! 10 เมนูนุ่มอร่อย กินง่าย ไม่จืดชืดจางหลิงเฮ่อแบ่งปันเกณฑ์ในการเลือกบทบาท 😊ยัยไหมของวาโยอย่าเพิ่งแกะ! รู้ไหม “ปลอกยางลบ” มีไว้ทำอะไร เหตุผลที่หลายคนไม่เคยรู้
ตั้งกระทู้ใหม่