หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ผีตาโขนมาจากไหน? เบื้องหลังเทศกาลหน้ากากผีแห่งด่านซ้าย

เขียนโดย thoughtloop

ถ้าพูดถึง “ผีตาโขน” ภาพที่หลายคนนึกถึงคงเป็นขบวนคนสวมหน้ากากหน้าตาประหลาด เต้นรำไปตามถนน มีเสียงกระดิ่งดังอยู่ตลอดทาง และเต็มไปด้วยสีสันจนแทบไม่เหลือบรรยากาศน่ากลัวแบบที่ชื่อเรียกชวนให้คิด

แต่จริง ๆ แล้ว ผีตาโขนไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลแต่งตัวเป็นผี

เบื้องหลังหน้ากากเหล่านี้มีทั้งความเชื่อท้องถิ่น พุทธศาสนา เรื่องเล่าพื้นบ้าน พิธีกรรม และวิถีชีวิตของผู้คนใน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ที่สืบทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน

และที่สำคัญ ที่มาของผีตาโขนเองก็ไม่ได้มีคำตอบเดียวแบบฟันธงได้ เพราะเรื่องราวเกี่ยวกับต้นกำเนิดมีทั้งตำนานและคำอธิบายจากวัฒนธรรมท้องถิ่นหลายสายผสมกันอยู่

จุดเริ่มต้นอยู่ที่ “บุญหลวง”

ผีตาโขนเป็นส่วนหนึ่งของ งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ของชาวด่านซ้าย จังหวัดเลย

งานนี้ไม่ได้มีเพียงขบวนหน้ากากผี แต่เป็นงานบุญขนาดใหญ่ที่รวมพิธีกรรมหลายอย่างเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งความเชื่อเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และความเชื่อดั้งเดิมของชุมชน

หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งคือเรื่อง พระเวสสันดรชาดก ซึ่งเป็นชาติสุดท้ายก่อนพระโพธิสัตว์จะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในคติชาดก

ตามเรื่องเล่าที่แพร่หลายในด่านซ้าย เมื่อพระเวสสันดรและนางมัทรีเดินทางกลับเข้าเมือง บรรดาผู้คนรวมถึงเหล่าผีป่าหรือวิญญาณที่เคยเกี่ยวข้องกับพระเวสสันดร ต่างออกมาร่วมขบวนแสดงความยินดีด้วยความสนุกสนาน

จึงเกิดภาพของ “ผี” ที่ออกมาร่วมขบวนแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง และกลายเป็นส่วนหนึ่งของประเพณีที่สืบต่อกันมา

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ควรเข้าใจว่าเป็น ตำนานและความเชื่อที่อธิบายความเป็นมาของประเพณี ไม่ใช่หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ว่าผีตาโขนเริ่มต้นจากเหตุการณ์ดังกล่าวจริง ๆ

แล้วชื่อ “ผีตาโขน” มาจากไหน?

เรื่องชื่อก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน

ในท้องถิ่นมีการเรียกการละเล่นนี้หลายชื่อ เช่น ผีตามคน ผีโขน ผีโถน และผีตาโขน จึงยังไม่มีข้อสรุปที่แน่นอนว่าชื่อ “ผีตาโขน” เกิดขึ้นจากคำใดเป็นต้นกำเนิดโดยตรง

เอกสารด้านวัฒนธรรมบางแห่งอธิบายคำว่า “ผีตาโขน” เชื่อมโยงกับคำว่า “ผีตามคน” ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องเล่าที่ว่าผีออกมาติดตามขบวนพระเวสสันดรเข้าเมือง

แต่ปัจจุบันหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของไทยก็ระบุชัดว่า ที่มาของชื่อยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่นอน และมีชื่อเรียกท้องถิ่นหลายรูปแบบ

นี่จึงเป็นเรื่องที่ควรเล่าอย่างระมัดระวัง เพราะคำว่า “ผีตาโขนแปลว่าผีตามคน” เป็นคำอธิบายที่พบในเอกสารบางชุด แต่ไม่ควรนำเสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้เพียงแบบเดียว

หน้ากากไม่ได้มีไว้แค่ทำให้ดูน่ากลัว

อีกสิ่งที่ทำให้ผีตาโขนโดดเด่นคือ หน้ากาก

หน้ากากแบบดั้งเดิมไม่ได้เกิดจากวัสดุราคาแพง แต่ใช้สิ่งของที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น หวดนึ่งข้าวเหนียว โคนกาบมะพร้าว และไม้เนื้ออ่อน นำมาประกอบเป็นส่วนต่าง ๆ ของหน้ากาก

ในอดีตหน้ากากไม่ได้มีสีสันจัดจ้านเหมือนที่เห็นในปัจจุบัน ชาวบ้านอาจใช้วัสดุพื้นบ้าน เช่น ดินหม้อสีดำ มาตกแต่งให้ดูแปลกและน่ากลัว ส่วนเสื้อผ้าก็สามารถนำของที่มีอยู่ เช่น ผ้าเก่า จีวรเก่า หรือมุ้งเก่า มาประยุกต์ใช้ได้

เมื่อเวลาผ่านไป รูปแบบหน้ากากก็พัฒนาขึ้น มีการใช้กระดาษ เรซิน และสีสันต่าง ๆ ทำให้หน้ากากผีตาโขนกลายเป็นงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง

ดังนั้นหน้ากากที่เราเห็นในปัจจุบันจึงไม่ใช่หน้าตาดั้งเดิมทั้งหมด แต่เป็นผลจากการพัฒนาของงานฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของคนในชุมชนด้วย

ผีตาโขนมีมากกว่าหนึ่งแบบ

ถ้าเคยเห็นขบวนผีตาโขนแล้วสงสัยว่าทำไมบางตัวมีขนาดใหญ่กว่าคนมาก นั่นเพราะการละเล่นนี้มีทั้ง ผีตาโขนใหญ่และผีตาโขนเล็ก

ผีตาโขนใหญ่มีลักษณะเป็นตัวละครขนาดใหญ่ โดยมีตัวผู้และตัวเมียอย่างละตัว และเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมของชุมชน การจัดทำผีตาโขนใหญ่มีแบบแผนเฉพาะและในบางกรณีมีพิธีไหว้ครูก่อนทำ

ส่วนผีตาโขนเล็กเป็นรูปแบบที่ชาวบ้านทั่วไปสามารถทำขึ้นเพื่อเข้าร่วมขบวนและสร้างความสนุกสนาน

นอกจากหน้ากากแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ “หมากกะแหล่ง” หรือกระดิ่งที่นำมาผูกบริเวณเอว เมื่อคนสวมชุดผีตาโขนเดินหรือเต้น เสียงกระดิ่งก็จะดังไปพร้อมกับขบวน กลายเป็นหนึ่งในเสียงที่คนจดจำได้เมื่อพูดถึงเทศกาลนี้

แล้วทำไมต้องมีเสียงดังและการเต้น?

ถ้ามองจากภายนอก ผีตาโขนอาจดูเหมือนเทศกาลที่เน้นความสนุกเป็นหลัก แต่ในมุมของคนในพื้นที่ การละเล่นมีความหมายมากกว่านั้น

เอกสารมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยระบุว่า การละเล่นผีตาโขนมีความเชื่อหลายด้าน ทั้งการถวายต่อดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ การร่วมขบวนแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง การเกี่ยวข้องกับบุญเดือนหกและการขอฝน รวมถึงการสร้างความสนุกสนานให้กับชุมชน

ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับการนำสิ่งไม่ดีหรือเคราะห์ร้ายออกจากชุมชน แล้วนำชุดหรือหุ่นผีตาโขนไปลอยในลำน้ำหมัน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมเพื่อสะเดาะเคราะห์ตามคติความเชื่อท้องถิ่น

ตรงนี้จึงทำให้ผีตาโขนมีลักษณะพิเศษ เพราะ ความสนุกกับพิธีกรรมไม่ได้ถูกแยกออกจากกันอย่างชัดเจน

การเต้น เสียงกระดิ่ง การแต่งตัว และขบวนแห่ ล้วนเกิดขึ้นท่ามกลางพิธีกรรมที่มีความหมายต่อชุมชน

ผีตาโขนเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาอย่างไร?

หัวใจอีกส่วนหนึ่งของงานคือ การแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง และการเทศน์มหาชาติ

ในคติของชาวอีสาน “บุญผะเหวด” หรือ “บุญพระเวส” เป็นงานบุญที่เกี่ยวข้องกับพระเวสสันดรชาดก และมีการเทศน์มหาชาติทั้ง 13 กัณฑ์ ส่วนงานบุญหลวงของด่านซ้ายนำองค์ประกอบเหล่านี้มาผสมเข้ากับความเชื่อและพิธีกรรมท้องถิ่น จนเกิดเป็นประเพณีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะพื้นที่

จึงไม่ถูกต้องนักหากจะเรียกผีตาโขนว่าเป็นเพียง “เทศกาลผี”

เพราะข้างใต้หน้ากากที่ดูสนุกสนานนั้น มีทั้งเรื่องของ บุญ ความศรัทธา พระเวสสันดร บรรพบุรุษ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และความสัมพันธ์ของคนในชุมชน

จากพิธีของชุมชน สู่เทศกาลระดับประเทศ

ทุกวันนี้ผีตาโขนกลายเป็นหนึ่งในเทศกาลวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดเลย และเป็นจุดหมายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

แต่ความน่าสนใจของเทศกาลไม่ได้อยู่แค่หน้ากากสีสดหรือภาพคนจำนวนมากออกมาเต้นตามถนน

สิ่งที่ทำให้ผีตาโขนยังคงมีชีวิตอยู่ได้ คือการที่ ชุมชนยังมีส่วนร่วมกับประเพณี ตั้งแต่การทำหน้ากาก การจัดขบวน ไปจนถึงพิธีกรรมต่าง ๆ

ในปี 2569 งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขนจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 มิถุนายน ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้ายและวัดโพนชัย จังหวัดเลย สะท้อนให้เห็นว่าเทศกาลนี้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของปฏิทินวัฒนธรรมร่วมสมัยของพื้นที่ ไม่ได้กลายเป็นเพียงการแสดงเพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น

สุดท้ายแล้ว ถ้าถามว่า “ผีตาโขนมาจากไหน?”

คำตอบที่ซื่อสัตย์ที่สุดอาจไม่ใช่การเลือกตำนานเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วบอกว่านั่นคือจุดกำเนิดทั้งหมด

ผีตาโขนที่เราเห็นในวันนี้น่าจะเป็นผลจากการหลอมรวมของ ความเชื่อดั้งเดิมของชาวด่านซ้าย พิธีกรรมเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อเรื่องผีและบรรพบุรุษ รวมถึงคติทางพระพุทธศาสนาที่เกี่ยวข้องกับพระเวสสันดรชาดก

จากเรื่องเล่าเหล่านี้ ค่อย ๆ กลายเป็นพิธีกรรม

จากพิธีกรรม ค่อย ๆ กลายเป็นประเพณี

และจากประเพณีของชุมชนเล็ก ๆ ในจังหวัดเลย ก็กลายเป็นเทศกาลที่ผู้คนจากทั่วประเทศเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเอง

ดังนั้น หน้ากากผีตาโขนที่กำลังเต้นอยู่บนถนน อาจดูเหมือนกำลังพาความสนุกเข้ามาในเมือง

แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปอีกหน่อย

ทุกหน้ากากกำลังเล่าเรื่องของชุมชนแห่งหนึ่งที่พยายามรักษาความเชื่อ ความทรงจำ และตัวตนของตัวเองเอาไว้ ผ่านเทศกาลที่คนทั้งประเทศรู้จักในชื่อ “ผีตาโขน”

เนื้อหาโดย: thoughtloop
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
thoughtloop's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 129 ครั้ง
เขียนโดย thoughtloop
เริ่มจาก Thoughtloop ...
พอได้สังเกตสิ่งรอบตัว แล้วกลั่นออกมาเป็นตัวอักษร
เล่าเรื่องธรรมดาในวันที่หลายคนอาจมองข้าม
ความคิดเล็ก ๆ ที่อาจตรงกับใจของใครสักคน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขสนั่นเมือง งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขวิ่งบน–ล่าง เจาะชุด 2 ตัวบน–ล่าง พร้อมเลข 3 ตัวเลขเด็ดจากดวงดาว งวด 1 พฤศจิกายน 2569 รวมเลขท้ายทั้ง 2 ตัว 3 ตัวเลขปิงปอง เด็กชายนำโชค วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569เปิด 5 โรงเรียนวิชาชีพเฉพาะทางในไทย ที่คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยรู้ว่ามีอยู่บอล ซุปเปอร์บอล งวด 1 พ.ย. 69 เปิดชุดเลข 3 ตัว เลขเด่น 2 ตัว เลขรอง 2 ตัว พร้อมเลขวิ่ง 26รถมอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ ประสบความสำเร็จมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งปฏิทินจีน 1 พ.ย. 69 เปิดเลขวงกลม 504-318 แตกมุมมองเลข 2 ตัวจากชุดเด่น108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงวิเคราะห์เจาะลึก 4 แนวทางเลขประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เทียบจุดชน ความต่าง และสถิติความน่าจะเป็นเหตุผลที่โลโก้ 7-ELEVEn ใช้ตัว n เล็ก ที่ใครหลายๆคนยังไม่รู้รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งบิ๊กซีทยอยปิดสาขาต่างจังหวัด ไม่ใช่สัญญาณเจ๊ง แต่คือการผ่าตัดพอร์ตครั้งใหญ่ของเครือ BJC
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิด 5 ประเทศส่งออกทุเรียนมากที่สุดในปี 2568 ไทยยังครองแชมป์เหนือเวียดนามหรือไม่?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รถมอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ ประสบความสำเร็จมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งเปิด 5 โรงเรียนวิชาชีพเฉพาะทางในไทย ที่คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยรู้ว่ามีอยู่การส่งพิซซ่าที่ไกลที่สุดในประวัติศาสตร์เหตุผลที่โลโก้ 7-ELEVEn ใช้ตัว n เล็ก ที่ใครหลายๆคนยังไม่รู้
ตั้งกระทู้ใหม่