เบิร์จคาลิฟา ตึกที่สูงที่สุดในโลก สูง 828 เมตร ตั้งอยู่ประเทศอะไร
เวลามองเส้นขอบฟ้าของดูไบจากระยะไกล จะเห็นยอดแหลมสีเงินพุ่งขึ้นเหนืออาคารรอบข้างจนเหมือนเส้นแบ่งระหว่างเมืองกับท้องฟ้า สิ่งที่ทำให้ภาพนั้นสะดุดตาไม่ใช่แค่ความสวยของอาคาร แต่คือความจริงที่ว่ามนุษย์สร้างตึกให้สูงเกือบหนึ่งกิโลเมตรและยังเปิดใช้งานได้จริง
คำตอบคือ เบิร์จคาลิฟา หรือ Burj Khalifa ตั้งอยู่ในนครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตัวอาคารมีความสูงเชิงสถาปัตยกรรม 828 เมตร หรือประมาณ 2,717 ฟุต และยังครองตำแหน่งอาคารที่สร้างเสร็จแล้วสูงที่สุดในโลกจากการจัดอันดับอาคารสูงในปัจจุบัน
ตัวเลข 828 เมตรเป็นตัวเลขมาตรฐานที่ใช้จัดอันดับอาคาร โดยวัดถึงยอดทางสถาปัตยกรรมของอาคาร ไม่รวมอุปกรณ์เทคนิคบางประเภท เช่น เสาอากาศหรือเสาสัญญาณ หากวัดจากทางเข้าที่อยู่ต่ำสุดไปจนถึงจุดสูงสุดของโครงสร้างทั้งหมด ฐานข้อมูลด้านอาคารสูงระบุความสูงแบบถึงปลายสุดไว้ราว 829.8 เมตร จึงอาจเห็นตัวเลขสองแบบในแหล่งข้อมูลต่างกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าความสูงของตึกเปลี่ยนไป
เมื่อเทียบกับอาคารที่สร้างเสร็จแล้วลำดับถัดไป ช่องว่างยังห่างมาก อาคารเมอร์เดกา 118 ในกรุงกัวลาลัมเปอร์สูงประมาณ 679 เมตร ส่วนเซี่ยงไฮ้ทาวเวอร์สูงประมาณ 632 เมตร ทั้งสองแห่งสูงมากในระดับที่เปลี่ยนเส้นขอบฟ้าของเมืองได้ แต่ยังต่ำกว่าเบิร์จคาลิฟาหลายร้อยเมตร
ความสูงระดับนี้ทำให้การมองด้วยตาเปล่าจากพื้นเกิดความรู้สึกหลอกขนาดได้ง่าย ช่วงล่างของอาคารมีอาคารสำนักงาน โรงแรม ถนน และต้นไม้รายล้อม จึงทำให้ยอดดูไกลเกินจริง ขณะเดียวกันตัวตึกมีทั้งหมด 163 ชั้นเหนือพื้นดิน และถูกวางให้เป็นอาคารแบบผสมผสาน มีทั้งพื้นที่โรงแรม ที่พักอาศัย สำนักงาน ร้านอาหาร และจุดชมวิว ไม่ได้เป็นเสาสำหรับประดับเมืองเพียงอย่างเดียว
เบิร์จคาลิฟาเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการวันที่ 4 มกราคม 2010 หลังเริ่มก่อสร้างในวันที่ 21 กันยายน 2004 และงานภายนอกเสร็จในเดือนตุลาคม 2009 ช่วงเวลานั้นชื่อที่ใช้เรียกโครงการเดิมคือเบิร์จดูไบ ก่อนเปลี่ยนเป็นเบิร์จคาลิฟาในพิธีเปิด อาคารพัฒนาโดย Emaar Properties และออกแบบโดย Skidmore, Owings & Merrill หรือ SOM โดยมีเอเดรียน สมิธเป็นสถาปนิกหลักของโครงการ
การสร้างอาคารสูงขนาดนี้ไม่ได้อาศัยเพียงการเพิ่มจำนวนชั้นขึ้นไปเรื่อยๆ ปัญหาสำคัญคือแรงลม น้ำหนักของคอนกรีต การสั่นไหว การขนส่งวัสดุ และการทำให้ผู้อยู่อาศัยใช้งานพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย รูปทรงของเบิร์จคาลิฟาจึงถูกออกแบบให้มีปีกสามด้านเรียงรอบแกนกลางเป็นลักษณะคล้ายตัววาย แต่ละปีกจะค่อยๆ ลดระดับและถอยร่นเมื่อสูงขึ้น ทำให้มวลอาคารเปลี่ยนจังหวะไปตลอดแนวดิ่งและช่วยลดผลกระทบจากกระแสลมที่พัดปะทะอาคารเป็นระยะยาว
แนวคิดของฐานอาคารได้รับแรงบันดาลใจจากดอกไม้ทะเลทราย Hymenocallis ซึ่งมีกลีบแผ่ออกจากศูนย์กลาง การจัดวางเช่นนี้ทำให้พื้นที่ภายในมีแกนกลางที่แข็งแรง ขณะที่ปีกทั้งสามช่วยกระจายน้ำหนักและสร้างพื้นที่ใช้งานจำนวนมาก ภายนอกใช้กระจกและแผงอะลูมิเนียมจำนวนมาก เพื่อควบคุมแสงและความร้อนของสภาพอากาศทะเลทราย พร้อมทำให้ผิวอาคารสะท้อนสีของท้องฟ้าและเมืองรอบข้าง
ส่วนยอดของตึกก็ไม่ได้มีไว้แค่ทำให้ดูสูงขึ้น ยอดแหลมของเบิร์จคาลิฟาเป็นสไปร์แบบยืดหดได้และเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดโครงสร้างโดยรวม เว็บไซต์ทางการของอาคารระบุว่าสไปร์มีโครงสร้างเหล็กมากกว่า 4,000 ตัน และมีความสูงมากกว่า 200 เมตร ภายในยังรองรับอุปกรณ์สื่อสารบางส่วน จึงเป็นทั้งองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมและชิ้นส่วนที่มีหน้าที่จริง
คนที่ขึ้นไปชมวิวจะได้เห็นความแตกต่างของเมืองจากระดับพื้นอย่างชัดเจน จุดชมวิวสำคัญอยู่ที่ชั้น 124 ชั้น 125 และชั้น 148 ส่วน The Lounge อยู่ที่ชั้น 152–154 สูงประมาณ 585 เมตร มุมมองจากระดับนั้นทำให้ถนน อาคาร และแนวชายฝั่งดูเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ประสบการณ์นี้ยังเกิดขึ้นภายในอาคารที่มีระบบลิฟต์และระบบความปลอดภัยรองรับ ไม่ใช่การปีนขึ้นไปบนโครงสร้างเปล่า
เบิร์จคาลิฟาจึงเป็นตัวอย่างของอาคารที่ต้องทำงานหลายด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่งคือการสร้างสถิติความสูง อีกด้านคือการทำให้อาคารมีผู้คนเข้าออก ใช้เป็นที่พัก ทำงาน รับประทานอาหาร และชมวิวได้ทุกวัน การออกแบบระบบลิฟต์ การควบคุมอุณหภูมิ การจัดการน้ำ และการอพยพฉุกเฉิน ล้วนต้องคิดตั้งแต่ก่อนอาคารจะสูงขึ้นเหนือเส้นขอบฟ้า
ชื่อของเจดดาห์ทาวเวอร์ในประเทศซาอุดีอาระเบียมักถูกพูดถึงในฐานะโครงการที่จะสูงเกิน 1,000 เมตร แต่ข้อมูลการจัดอันดับปัจจุบันยังจัดโครงการนี้อยู่ในกลุ่มอาคารที่กำลังก่อสร้าง ไม่ใช่อาคารที่สร้างเสร็จแล้ว ดังนั้นสถิติของอาคารที่สูงที่สุดในโลกจึงยังเป็นของเบิร์จคาลิฟา
สรุปให้ชัดเจน เบิร์จคาลิฟาคือสิ่งก่อสร้างประเภทอาคารที่สูงที่สุดในโลกในปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สูง 828 เมตรตามเกณฑ์ความสูงเชิงสถาปัตยกรรม และเปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2010 จุดเด่นของตึกไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงวิธีรับมือแรงลม รูปทรงสามปีก แกนกลางที่แข็งแรง สไปร์ขนาดใหญ่ และการทำให้อาคารสูงระดับนี้กลายเป็นเมืองแนวตั้งที่มีคนใช้งานจริง
ถ้าวันหนึ่งเจดดาห์ทาวเวอร์ก่อสร้างเสร็จและผ่านการรับรองตามเกณฑ์การจัดอันดับ สถิติก็อาจเปลี่ยนมือไปยังซาอุดีอาระเบีย แต่สำหรับอาคารที่เสร็จสมบูรณ์และเปิดใช้งานอยู่ ณ ตอนนี้ คำตอบยังคงเป็นเบิร์จคาลิฟาในดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
https://www.skyscrapercenter.com/dubai/burj-khalifa/3
https://www.guinnessworldrecords.com/world-records/tallest-building
https://www.burjkhalifa.ae/the-tower/
https://www.burjkhalifa.ae/the-tower/architecture-design/
https://www.burjkhalifa.ae/the-tower/structures/
เปิด 7 ธนบัตรรัชกาลที่ 9 ไทยในตำนานที่หาดูได้ยาก
4 อันดับ ธนบัตรไทย ที่ผลิตน้อยที่สุด
ท่ามกลางเสียงระเบิดมีเสียงดนตรี เปิดภาพ "มหานครลอนดอน" ในคืนที่มืดมิดที่สุดของสงครามโลก
จากคนงานสวนสู้ชีวิต วันนี้กลายเป็นเศรษฐี 12 ล้าน
เหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบัน
ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้าน
7 ไอเทมเซเว่นไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหอบกลับบ้าน จนกลายเป็น “ของพรีเมียม” ในต่างประเทศ
หนุ่มจีนโดนจับปรับ หลังเปลี่ยนกระบะท้าย รถเป็นสระน้ำกลางถนน
กรมธนารักษ์เปิดประมูล เหรียญกษาปณ์ ชนิดราคา 10 บาท พ.ศ. 2533 ราคาเริ่มต้นประมูล 300,000 บาท
ชาติที่ซื้ออาหารสัตว์จากไทย มากที่สุดในโลก
เมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญ
เลขเด็ด ปฏิทินหลวงปู่ศิลา งวด 16 สิงหาคม 2569
สนามบินในประเทศไทยที่ยังคงเปิดอยู่ แต่ไม่มีเที่ยวบินให้บริการเลย









