หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ใต้พื้นโลกที่เราเหยียบ มีอะไรอยู่บ้าง? เจาะโครงสร้างโลกจากผิวถึงใจกลาง

เขียนโดย bhanthawee

โครงสร้างภายในของโลก (Earth's Internal Structure) แบ่งตามองค์ประกอบทางเคมีออกเป็น 3 ชั้นหลัก ได้แก่ เปลือกโลก (Crust) เนื้อโลก (Mantle) และแก่นโลก (Core) แต่เมื่อพิจารณาสมบัติทางกายภาพ ยังสามารถแบ่งย่อยออกได้อีกหลายชั้น

เจาะลึกโครงสร้างภายในโลก: สถาปัตยกรรมธรรมชาติใต้ฝ่าเท้าเรา

ภายใต้พื้นผิวโลกที่เราเหยียบย่ำอยู่ทุกวัน มีระบบอันซับซ้อนและทรงพลังซ่อนอยู่ การศึกษาโครงสร้างภายในของโลกช่วยให้เราเข้าใจทั้งการเคลื่อนที่ของแผ่นธรณีภาค แผ่นดินไหว ภูเขาไฟ ตลอดจนสนามแม่เหล็กโลก

ต้นฉบับแบ่งโครงสร้างภายในโลกออกเป็นเปลือกโลก เนื้อโลก และแก่นโลก พร้อมรายละเอียดของแต่ละชั้น

3 ชั้นหลักของโครงสร้างโลก

1. เปลือกโลก (Crust)

เป็นชั้นนอกสุดและบางมากเมื่อเทียบกับขนาดของโลก แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก

ข้อมูลจาก NASA ระบุว่าเปลือกโลกใต้ทวีปมีความลึกเฉลี่ยราว 30 กิโลเมตร ขณะที่บริเวณใต้มหาสมุทรบางแห่งมีความหนาเพียงประมาณ 5 กิโลเมตรเท่านั้น

2. เนื้อโลก (Mantle)

เนื้อโลกเป็นชั้นที่หนาที่สุด อยู่ระหว่างเปลือกโลกกับแก่นโลก และมีความหนาประมาณ 2,900 กิโลเมตร

ภายในเนื้อโลกมีบริเวณที่เรียกว่า ฐานธรณีภาค (Asthenosphere) ซึ่งอยู่ใต้แผ่นธรณีภาค หินในบริเวณนี้ไม่ใช่ทะเลแมกมาที่หลอมเหลวทั้งหมด แต่เป็นหินร้อนที่ยังมีลักษณะกึ่งแข็งและสามารถเปลี่ยนรูปร่างหรือไหลอย่างช้า ๆ ในช่วงเวลาทางธรณีวิทยาได้ USGS อธิบายฐานธรณีภาคว่าเป็นชั้นหินกึ่งแข็งที่อยู่ใต้แผ่นธรณีภาค

ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะภาพจำว่า “ใต้เปลือกโลกคือหินหลอมเหลวทั้งหมด” ไม่ถูกต้องนัก เนื้อโลกส่วนใหญ่ยังเป็นของแข็ง เพียงแต่เมื่ออยู่ภายใต้อุณหภูมิและความดันสูงเป็นเวลานานมาก หินสามารถเสียรูปและเคลื่อนตัวได้

3. แก่นโลก (Core)

ใจกลางโลกประกอบด้วยเหล็กและนิกเกิลเป็นหลัก และแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ

สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้แก่นโลกชั้นในจะร้อนจัด แต่ยังคงเป็นของแข็งได้เนื่องจากแรงกดดันมหาศาลในบริเวณใจกลางโลก

เรารู้ได้อย่างไรว่าข้างในโลกมีอะไร?

มนุษย์ไม่ได้ขุดลงไปถึงแก่นโลก แต่สามารถ “มอง” เข้าไปภายในโลกได้จาก คลื่นแผ่นดินไหว

นักธรณีฟิสิกส์วิเคราะห์เส้นทางและความเร็วของคลื่นที่เดินทางผ่านโลก เพราะคลื่นจะเปลี่ยนพฤติกรรมเมื่อพบวัสดุที่มีองค์ประกอบ ความหนาแน่น หรือสถานะแตกต่างกัน

ตัวอย่างสำคัญคือ คลื่น S ไม่สามารถเดินทางผ่านของเหลวได้ และพบว่าไม่ผ่านแก่นโลกชั้นนอก จึงเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สรุปว่าแก่นโลกชั้นนอกมีสถานะเป็นของเหลว

แนวแบ่งชั้นความไม่ต่อเนื่อง

เขตรอยต่อสำคัญระหว่างชั้นต่าง ๆ ของโลกเรียกว่า ความไม่ต่อเนื่อง (Discontinuity) ซึ่งเป็นบริเวณที่คุณสมบัติและความเร็วของคลื่นแผ่นดินไหวเปลี่ยนไป

ต้นฉบับระบุรอยต่อสำคัญไว้ 3 แห่ง ได้แก่

รอยต่อเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานที่ทำให้มนุษย์สามารถสร้างแบบจำลองภายในโลกได้ แม้จะไม่เคยเดินทางลงไปเห็นด้วยตา

แล้วอะไรทำให้แผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่?

แผ่นธรณีภาคไม่ได้หยุดนิ่ง แต่เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ บนชั้นที่อยู่ด้านล่าง การถ่ายเทความร้อนและการไหลเวียนภายในโลกเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ดังกล่าว โดยแผ่นธรณีภาคสามารถแยก ชน หรือเลื่อนผ่านกันได้

รูปแบบสำคัญมี 3 แบบ

  1. Divergent: แผ่นธรณีภาคแยกออกจากกัน
  2. Convergent: แผ่นธรณีภาคเคลื่อนเข้าหากัน
  3. Transform: แผ่นธรณีภาคเลื่อนเฉือนผ่านกัน

การเคลื่อนที่ตามขอบแผ่นเหล่านี้สัมพันธ์กับปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาหลายอย่าง เช่น แผ่นดินไหว การเกิดเทือกเขา และภูเขาไฟ

สนามแม่เหล็กโลกมาจากไหน?

หนึ่งในหน้าที่ที่น่าทึ่งที่สุดของส่วนลึกภายในโลกเกิดขึ้นที่ แก่นโลกชั้นนอก

เหล็กที่นำไฟฟ้าได้ในแก่นโลกชั้นนอกมีการไหลเวียนและพาความร้อน เมื่อโลหะเหล่านี้เคลื่อนที่จึงก่อให้เกิดกระแสไฟฟ้า และสร้างสนามแม่เหล็กผ่านกระบวนการที่เรียกว่า geodynamo

ดังนั้น เข็มทิศที่เราใช้บนพื้นผิวโลกจึงเชื่อมโยงโดยตรงกับการเคลื่อนตัวของโลหะที่อยู่ลึกลงไปหลายพันกิโลเมตรใต้เท้าของเรา

สรุปประเด็นสำคัญ

โลกที่เราเห็นจากภายนอกอาจดูเป็นดาวเคราะห์สีน้ำเงินสงบนิ่ง แต่ลึกลงไปใต้พื้นผิวคือระบบที่ยังเคลื่อนไหวและถ่ายเทพลังงานอยู่ตลอดเวลา และการเคลื่อนไหวเหล่านั้นมีส่วนสร้างทั้งภูเขา มหาสมุทร แผ่นดินไหว ภูเขาไฟ และสนามแม่เหล็กที่โอบล้อมโลกของเรา

SOURCES:

ขุนแผนท่องไพร — แหล่งที่มาที่ระบุในต้นฉบับ
U.S. Geological Survey (USGS)
NASA Science
Incorporated Research Institutions for Seismology (IRIS)

REFERENCES:

https://www.usgs.gov/faqs/how-does-earths-core-generate-a-magnetic-field
https://volcanoes.usgs.gov/about/edu/dynamicplanet/nutshell.php
https://science.nasa.gov/earth/facts/
https://www.iris.edu/hq/inclass/lesson/imaging_earths_interior_with_seismic_waves
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
bhanthawee's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 2 ครั้ง
เขียนโดย bhanthawee
ขุนแผนท่องไพร
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สุ่มซื้อแค่ 2 ดอลลาร์! ชาวเมือง Quincy ดวงเฮ็ง คว้าแจ็กพอต Powerball 1.04 พันล้านดอลลาร์4.54 พันล้านปีของโลก จากฝุ่นอวกาศ สู่มหาสมุทร ไดโนเสาร์ และมนุษย์เมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านรวมวัฒนธรรมไทยที่ฝรั่งได้แต่ยืนเกาหัว ตั้งแต่หน้าบ้านจนถึงสำรับอาหารสี่ภาค10 อันดับ "เลขขายดี" หน้าร้าน (งวด 16 ส.ค. 69) แม่จำเนียรอ่อนนุช ใบเหลืองกรมธนารักษ์เปิดประมูล เหรียญกษาปณ์ ชนิดราคา 10 บาท พ.ศ. 2533 ราคาเริ่มต้นประมูล 300,000 บาท“ไข่หมึก” อาจไม่ใช่ไข่อย่างที่คุณคิด! |เลข 7 กับ 8 ทำไมถูกพูดถึงพร้อมกัน? แกะรอย 4 ที่มาก่อนหวยออก 16 ส.ค. 69AI วิเคราะห์สถิติ 16 สิงหาคม 69 เปิด 2 ตัวซ้ำบ่อยสุด ย้อนหลัง 36 ปีเมื่อ "เฮโรอีน" เคยเป็น "ยาแก้ไอสามัญประจำบ้าน" ย้อนรอยประวัติศาสตร์การแพทย์ยุควิกตอเรียนที่ชวนขนลุก!เบื้องหลังความมืดของเกม McDonald's Monopoly
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทยสุ่มซื้อแค่ 2 ดอลลาร์! ชาวเมือง Quincy ดวงเฮ็ง คว้าแจ็กพอต Powerball 1.04 พันล้านดอลลาร์ปลายขนแปรงสีฟันที่บาน ไม่ได้แค่เก่า แต่กำลังทำร้ายฟันแบบไม่รู้ตัวเมื่อ "เฮโรอีน" เคยเป็น "ยาแก้ไอสามัญประจำบ้าน" ย้อนรอยประวัติศาสตร์การแพทย์ยุควิกตอเรียนที่ชวนขนลุก!รวมวัฒนธรรมไทยที่ฝรั่งได้แต่ยืนเกาหัว ตั้งแต่หน้าบ้านจนถึงสำรับอาหารสี่ภาค
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
กำเนิดมหาสมุทรแห่งใหม่" (A New Ocean Is Being Born)7 ผักพื้นบ้านไทยที่หาได้ตามรั้ว แต่คนยุโรปยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อเป็น “Superfood”หลักการทางฟิสิกส์ การเกิด สึนามิต้นเหตุที่ทำให้มีบัญญัติข้อปาราชิก
ตั้งกระทู้ใหม่