หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมหลายคนอดก้มดูอุจจาระของตัวเองก่อนกดชักโครกไม่ได้

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

ก้มดูแวบเดียวแล้วค่อยกดทิ้ง พฤติกรรมเล็กๆ ที่สมองมีเหตุผลรองรับหลายชั้น



เข้าห้องน้ำเสร็จ ลุกขึ้น หันกลับไปมองในโถแวบหนึ่ง แล้วค่อยเอื้อมมือกดชักโครก ลำดับนี้เกิดขึ้นกับหลายคนจนแทบไม่รู้ตัว บางครั้งไม่ได้ตั้งใจตรวจอะไรด้วยซ้ำ แค่อยากเห็นว่าเมื่อครู่ร่างกายขับอะไรออกมาเท่านั้นเอง

เรื่องน่าสนใจคือ ยังไม่มีหลักฐานชัดว่ามนุษย์มีกลไกวิวัฒนาการเฉพาะที่สั่งว่า ขับถ่ายเสร็จแล้วต้องหันไปตรวจอุจจาระ เพราะฉะนั้นคำอธิบายว่าเป็นสัญชาตญาณเช็กสุขภาพจากบรรพบุรุษโดยตรงจึงแรงเกินหลักฐานที่มี แต่พฤติกรรมนี้เข้ากันได้ดีกับกลไกพื้นฐานหลายอย่าง ทั้งการเฝ้าระวังความผิดปกติ ความอยากรู้อยากเห็น และระบบหลีกเลี่ยงเชื้อโรคของสมอง

ของที่ออกจากร่างกายดึงความสนใจเป็นพิเศษ

เลือด น้ำมูก อาเจียน ปัสสาวะ หรืออุจจาระมีคุณสมบัติร่วมกันอย่างหนึ่ง คือเป็นวัตถุจากร่างกายที่อาจบอกได้ว่าข้างในกำลังเกิดอะไรขึ้น สมองจึงไม่ได้ตอบสนองต่อของเหล่านี้แบบเฉยชาเสียทีเดียว แม้ความรู้สึกรังเกียจจะผลักให้อยากอยู่ห่าง แต่ความสนใจก็อาจดึงสายตาให้ตรวจดูสั้นๆ ก่อนถอยออกมา

นี่ดูขัดกันดี คนหนึ่งอาจร้องว่าเหม็นจนไม่อยากเข้าใกล้ แต่ยังต้องเหลือบมองก่อนกดน้ำ ความรังเกียจกับการตรวจสอบจึงไม่ได้เป็นคู่ตรงข้ามเสมอไป ความรังเกียจช่วยลดการสัมผัส ส่วนการมองจากระยะปลอดภัยเปิดโอกาสให้สมองประเมินว่า มีอะไรผิดปกติหรือไม่

ในทางวิวัฒนาการ อารมณ์รังเกียจมีความสัมพันธ์กับการหลีกเลี่ยงสิ่งที่อาจมีเชื้อโรค เช่น ของเสียจากร่างกาย อาหารเน่า หรือสารคัดหลั่ง การหลีกเลี่ยงการจับต้องและการกินวัตถุเหล่านี้ช่วยลดโอกาสสัมผัสเชื้อโรคได้ ส่วนการหันไปมองอุจจาระของตัวเองทุกครั้งนั้นควรมองว่าเป็นพฤติกรรมที่สอดคล้องกับระบบเฝ้าระวังดังกล่าว มากกว่าจะฟันธงว่าเป็นโปรแกรมโบราณเฉพาะกิจที่สืบทอดมาโดยตรง

ที่สำคัญ อุจจาระมีข้อมูลให้ดูจริง

แพทย์ใช้รูปร่าง ความแข็ง ความถี่ สี ตลอดจนสิ่งผิดปกติที่ปะปนมาเป็นข้อมูลประกอบการประเมินระบบทางเดินอาหาร เครื่องมืออย่าง Bristol Stool Chart แบ่งลักษณะอุจจาระออกเป็น 7 แบบ ตั้งแต่ก้อนแข็งแยกกันไปจนถึงเหลวเป็นน้ำ โดยลักษณะตรงกลางของตารางมักสัมพันธ์กับการขับถ่ายที่เป็นปกติมากกว่า ส่วนปลายสองด้านช่วยชี้เบาะแสเรื่องท้องผูกหรือท้องเสียได้

• แข็งเป็นเม็ดหรือเป็นก้อนมาก อาจสัมพันธ์กับท้องผูก

• เหลวหรือเป็นน้ำต่อเนื่อง เข้ากับอาการท้องเสียและควรดูอาการอื่นร่วมด้วย

• มีเลือดแดงชัด ควรหาสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่อเกิดซ้ำหรือมีอาการผิดปกติร่วม

• ดำคล้ายยางมะตอย อาจเป็นสัญญาณเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบน แม้อาหารหรือยาบางชนิดทำให้อุจจาระมืดได้เช่นกัน


จึงไม่แปลกที่เมื่อมนุษย์รู้ว่าของในโถสามารถส่งสัญญาณเกี่ยวกับสุขภาพได้ การเหลือบดูจะยิ่งกลายเป็นนิสัยง่ายขึ้น เมื่อทำซ้ำมานาน สมองแทบไม่ต้องออกคำสั่งเป็นประโยคว่า ต้องตรวจแล้วนะ แค่จบการขับถ่ายก็หันกลับไปเอง คล้ายการมองกระดาษทิชชูหลังเช็ด หรือมองแผลเล็กๆ หลังโดนของมีคม ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเพิ่งเกิดอะไรขึ้น

อีกแรงหนึ่งคือสมองชอบปิดงานให้ครบ

การขับถ่ายเป็นเหตุการณ์ที่มีจุดเริ่มและจุดจบชัดเจน เมื่อร่างกายสร้างผลลัพธ์ออกมา การเห็นผลนั้นช่วยยืนยันอย่างง่ายว่าเหตุการณ์จบแล้วหรือมีอะไรที่ต้องสนใจต่อ ลักษณะคล้ายเวลารินน้ำแล้วเหลือบดูระดับในแก้ว หรือทิ้งขยะแล้วมองว่าลงถังจริงหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องเป็นการคิดอย่างมีเหตุผลทุกครั้ง แค่การตรวจสภาพหลังการกระทำสั้นๆ ก็เพียงพอ

แต่การมองทุกครั้งไม่ได้หมายความว่าจะวินิจฉัยสุขภาพได้จากอุจจาระด้วยตาเปล่า

สีและรูปร่างเปลี่ยนได้ตามอาหาร ยา ปริมาณน้ำ การเคลื่อนไหวของลำไส้ และอีกหลายปัจจัย การเห็นอุจจาระสีหรือรูปทรงแปลกเพียงครั้งเดียวจึงไม่ควรกระโดดไปสู่ข้อสรุปร้ายแรงทันที สิ่งที่มีความหมายกว่าคือการเปลี่ยนแปลงที่ผิดจากปกติของตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อมีเลือด อุจจาระดำเหนียว ปวดท้องรุนแรง ไข้ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ หรือท้องเสียต่อเนื่อง ซึ่งควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์

ดังนั้นภาพคุ้นตาของการยืนหันกลับไปจ้องของในโถสองวินาทีก่อนกดน้ำ จึงไม่ได้ประหลาดอย่างที่ฟังดู สมองกำลังทำทั้งงานเฝ้าระวัง งานหลีกเลี่ยงอันตราย งานสนองความสงสัย และงานตรวจผลหลังการกระทำในเวลาเดียวกัน ส่วนคำว่า สัญชาตญาณเช็กสุขภาพแบบดึกดำบรรพ์ ใช้อธิบายแบบสนุกได้ แต่ถ้าจะให้แม่นทางวิทยาศาสตร์ ควรเรียกว่าเป็นพฤติกรรมตรวจสอบที่เข้ากันได้กับระบบเฝ้าระวังสุขภาพและการหลีกเลี่ยงเชื้อโรคของมนุษย์มากกว่า

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 75 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขลับวงใน งวด 1 ตุลาคม 69ปฏิทินจีน งวด 1 ต.ค. 69 ย้อนรอยเลข 7-0-9-5-6 เปิดชุด 2 ตัว-3 ตัวโรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงรหัสเลขมูเตลู "หมอปลาย พรายกระซิบ" 1 ตุลาคม 2569ถูกรางวัลที่ 1 ได้ 6 ล้าน แต่ทำไมเงินที่รับจริงไม่ถึง 6 ล้าน"แมลงวันบอตฟลาย" (Botfly)..อัจฉริยะปรสิตใต้ผิวหนัง กับกลยุทธ์วิวัฒนาการที่ไร้ความปรานีคอหวยฮือฮา! “แม่น้ำหนึ่ง” ให้เลข 07-70 ก่อนหวยออก สุดท้ายเลขท้าย 2 ตัวมา 70 ตรง ๆตั๊ก มยุรา” ตอบกลับชาวเน็ต หลังถูกแซะ “กินข้าวแจกฟรีได้เหรอ” ติดบ้านน้ำท่วมหลายวัน ลั่นพี่ไม่ใช่เทวดานางฟ้าน้ำท่วมวันนี้ 1 ตุลาคม 2569 อัปเดต 30 จังหวัดและกทม. กระทบ 3.35 ล้านคน เช็กพื้นที่น้ำยังเพิ่มและแนวรับมือรมต.กระทรวงกลาโหมมะกัน ประกาศจัดตั้งกองกำลังรบอัตโนมัติใกล้เข้ามาแล้วพวกเรา! ส่องแนวทางเลขเด่นงวด 1 ต.ค. 69 สำนักไหนกำลังมา?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ตลาดน้ำอันดับ 1 ของไทย ที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
ผ่าตัดสมองขณะตื่นได้อย่างไรกินเค็มแค่ไหนถึงควรระวัง ? 7 อาหารใกล้ตัวที่อาจมีโซเดียมสูงกว่าที่คิดดื่มน้ำหวานทุกวัน ร่างกายจะเป็นอย่างไร ? 5 ผลกระทบต่อสุขภาพที่ควรรู้ของทอดกินได้แค่ไหน ? เปิดผลกระทบต่อสุขภาพเมื่อกินบ่อย
ตั้งกระทู้ใหม่