หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เผด็จการกับคอมมิวนิสต์ ต่างกันตรงไหน และทำไมสองคำนี้ถึงถูกมองว่าเป็นเรื่องเดียวกันอยู่บ่อยครั้ง

เขียนโดย nantana

เผด็จการกับคอมมิวนิสต์ ไม่ได้แปลว่าเรื่องเดียวกัน


คำสองคำนี้โดนจับมามัดรวมกันบ่อยมาก พอเห็นประเทศที่มีพรรคคอมมิวนิสต์ปกครองแบบพรรคเดียว ก็เลยเกิดภาพจำว่า “คอมมิวนิสต์ = เผด็จการ” แต่ถ้าแยกให้ถูกหมวด จะเห็นทันทีว่ามันตอบคนละคำถามกันเลย

เผด็จการถามว่า “อำนาจการเมืองอยู่ในมือใคร”
ส่วน คอมมิวนิสต์ถามว่า “สังคมและเศรษฐกิจควรจัดระเบียบแบบไหน”

เผด็จการคือรูปแบบการปกครองที่อำนาจสำคัญกระจุกอยู่กับผู้นำคนเดียวหรือคนกลุ่มเล็ก มีข้อจำกัดต่อผู้มีอำนาจน้อย การแข่งขันทางการเมืองถูกควบคุมหรือแทบไม่มีเลย ตัวระบบอาจออกมาเป็นเผด็จการทหาร เผด็จการพรรคเดียว หรือเผด็จการที่ผูกกับตัวผู้นำก็ได้ เพราะฉะนั้นคำว่า “เผด็จการ” ยังไม่ได้บอกเลยว่ารัฐนั้นจะใช้นโยบายเศรษฐกิจซ้ายหรือขวา จะชาตินิยม จะต่อต้านคอมมิวนิสต์ หรือจะอ้างอุดมการณ์แบบไหน

จุดที่ทำให้คนสับสนคือประวัติศาสตร์ศตวรรษที่ 20

รัฐที่ประกาศยึดแนวมาร์กซิสต์-เลนินนิสต์หลายแห่งสร้างระบบพรรคเดียวจริง การเมืองรวมศูนย์สูงจริง และฝ่ายค้านถูกจำกัดจริง ภาพของสหภาพโซเวียตกับรัฐคอมมิวนิสต์อีกหลายประเทศเลยฝังแน่นจนคำสองคำนี้ดูเหมือนเป็นคำพ้องกัน ทั้งที่ในเชิงแนวคิดมันไม่ใช่

คอมมิวนิสต์ในรากทางทฤษฎีของมาร์กซ์มุ่งไปที่สังคมไร้ชนชั้น และวิพากษ์การถือครองปัจจัยการผลิตแบบที่ทำให้ชนชั้นหนึ่งควบคุมแรงงานของอีกชนชั้นหนึ่ง เป้าหมายปลายทางที่มาร์กซ์พูดถึงไม่ใช่ภาพ “ผู้นำคนเดียวสั่งทุกอย่างตลอดกาล” ด้วยซ้ำ ประเด็นเรื่องรัฐในสังคมคอมมิวนิสต์และช่วงเปลี่ยนผ่านซับซ้อนกว่านั้นมาก

คำที่ชวนงงสุดคือ “เผด็จการของชนชั้นกรรมาชีพ” หรือแนวคิดการปกครองของชนชั้นกรรมาชีพ ฟังด้วยความหมายของคำว่าเผด็จการสมัยนี้แล้วเหมือนต้องมีจอมเผด็จการคนหนึ่ง แต่ในงานของมาร์กซ์ คำนี้ผูกกับช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่ชนชั้นแรงงานเป็นผู้ครองอำนาจรัฐ ไม่ใช่นิยามตรงๆ ว่าต้องเป็นการปกครองโดยบุคคลคนเดียว นักวิชาการยังถกกันเรื่องขอบเขตและความหมายของแนวคิดนี้ และการนำไปใช้ในศตวรรษต่อมาก็เปลี่ยนรูปไปมาก

จำง่ายๆ ว่า “อุดมการณ์” กับ “โครงสร้างอำนาจ” เป็นคนละแกน

 

แกนอุดมการณ์และเศรษฐกิจ มองเรื่องกรรมสิทธิ์ ชนชั้น การกระจายทรัพยากร และบทบาทตลาด

แกนการเมือง มองว่าใครมีอำนาจ ตรวจสอบได้แค่ไหน มีการแข่งขันเลือกตั้งจริงหรือไม่ และประชาชนเปลี่ยนรัฐบาลได้หรือเปล่า

พอวางเป็นสองแกน จะเห็นว่าประเทศเผด็จการไม่จำเป็นต้องเป็นคอมมิวนิสต์เลย ตัวอย่างชัดคือสเปนยุคฟรังโกที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างหนัก หรือชิลียุคออกุสโต ปิโนเชต์ ซึ่งเป็นเผด็จการทหารและเดินนโยบายเศรษฐกิจที่พึ่งกลไกตลาดหลายด้าน นี่แปลว่าความเป็นเผด็จการไม่ได้ล็อกว่าต้องอยู่ฝั่งเศรษฐกิจแบบคอมมิวนิสต์

กลับกัน การเป็น “คอมมิวนิสต์” ในฐานะพรรคหรือความเชื่อทางการเมืองก็ไม่ได้แปลเชิงตรรกะว่าต้องยึดอำนาจแบบเผด็จการเสมอไป พรรคคอมมิวนิสต์หลายแห่งในยุโรปตะวันตกเคยลงเลือกตั้ง แข่งขันกับพรรคอื่น และทำงานอยู่ในสถาบันประชาธิปไตย สิ่งที่ต้องดูจึงไม่ใช่แค่ชื่อพรรค แต่ดูว่ากติกาเปิดให้ประชาชนเลือก เปลี่ยน และตรวจสอบผู้มีอำนาจได้จริงแค่ไหน

แล้วทำไมรัฐคอมมิวนิสต์หลายแห่งถึงกลายเป็นพรรคเดียว?

ตรงนี้ไม่มีคำตอบสั้นแบบสูตรสำเร็จ แต่มีปัจจัยที่เจอบ่อย เช่น การปฏิวัติและสงครามกลางเมืองทำให้โครงสร้างการเมืองรวมศูนย์ พรรคปฏิวัติมองตัวเองว่าเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของชนชั้นแรงงาน จึงไม่ยอมรับการแข่งขันจากพรรคที่ถูกมองว่าเป็นตัวแทนชนชั้นเก่า พออำนาจรัฐ เศรษฐกิจ กองกำลัง และระบบสื่อถูกผูกไว้กับพรรคเดียว กลไกถ่วงดุลก็อ่อนลงมาก ผลที่เกิดในหลายประเทศจึงเป็นรัฐพรรคเดียวที่มีลักษณะอำนาจนิยม แม้คำอธิบายทางอุดมการณ์จะพูดเรื่องความเสมอภาคก็ตาม

อีกด้านหนึ่ง เผด็จการฝ่ายขวาก็ใช้เหตุผลคล้ายกันได้ เช่น อ้างภัยความไม่สงบ ความมั่นคง ชาติ ศาสนา หรือภัยคอมมิวนิสต์เพื่อจำกัดฝ่ายค้าน นี่แหละที่ทำให้ต้องแยก “เหตุผลที่รัฐใช้สร้างความชอบธรรม” ออกจาก “โครงสร้างอำนาจจริง” เพราะคำโฆษณาทางการเมืองอาจเปลี่ยนได้ แต่อำนาจที่ตรวจสอบไม่ได้ยังเป็นปัญหาแบบเดิม

ถ้าจะดูว่ารัฐไหนเป็นเผด็จการ อย่าดูแค่ป้ายซ้าย-ขวา ให้ดูว่ามีการเลือกตั้งแข่งขันจริงไหม ฝ่ายค้านทำงานได้ไหม สื่อวิจารณ์รัฐบาลได้หรือเปล่า ศาลและสภามีอิสระแค่ไหน และผู้นำสามารถถูกเปลี่ยนผ่านด้วยกติกาที่ประชาชนมีส่วนกำหนดได้หรือไม่ ส่วนถ้าจะถามว่ารัฐหรือขบวนการนั้นเป็นคอมมิวนิสต์แค่ไหน ต้องไปดูแนวคิดเรื่องชนชั้น กรรมสิทธิ์ การผลิต และความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับเศรษฐกิจแทน

คำสองคำนี้เลยอาจซ้อนทับกันในโลกจริงได้ แต่ไม่ควรถูกใช้แทนกัน เพราะแค่เปลี่ยนคำให้ถูกหมวด ภาพการเมืองทั้งก้อนก็ชัดขึ้นทันที

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nantana's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 24 ครั้ง
เขียนโดย nantana
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทยพระพุทธเจ้าในสายตาศาสนาอื่น ทำไมบางความเชื่อมองเป็นอวตาร ขณะที่บางกลุ่มมองเป็นศาสดาถ้าหวยสุ่มจริง ทำไมบางเลขออกบ่อยกว่าเลขอื่นจนดูผิดสังเกต10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุดโชคลาภพูนทวี งวด 16 สิงหาคม 2569 เปิดแนวทางเลขล่าง 35 พร้อมชุด 25 24 34 94 92ประวัติศาสตร์แผ่นดินไทย หลายพันปี จาก บ้านเชียง ทวารวดี สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี สยาม สู่ ประเทศไทย ปัจจุบันเด็กเอเชียกับการเข้ามหาวิทยาลัยดังสหรัฐ เมื่อคะแนนสูงไม่ได้แปลว่าโอกาสเท่ากันสถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 สิงหาคม10 ต้นไม้สวยแต่มีพิษ หลายบ้านปลูกโดยไม่รู้เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา🌿 “กะทือพิลาส” รังผึ้งแห่งโลกพืช ความงามแปลกตาที่ซ่อนดอกจริงเอาไว้ข้างในวันอาสาฬหบูชา วันที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนา และพระรัตนตรัยครบองค์สามเป็นครั้งแรก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"เบียร์ เดอะวอยซ์" อวดโนบรานอนเล่นกับหมาบนเตียง..ทำเอาหนุ่มๆ ตาลุกวาว!เวียดนามครองอันดับ 1 ประเทศที่มีคนอ้วนน้อยที่สุดในโลกถ้าหวยสุ่มจริง ทำไมบางเลขออกบ่อยกว่าเลขอื่นจนดูผิดสังเกตชีวิตแรกบนโลกเกิดขึ้นได้อย่างไร จากโมเลกุลธรรมดาสู่ระบบที่เริ่มทำสำเนาตัวเองมาชูปิกชู เมืองอินคาบนสันเขา ที่ซ่อนระบบน้ำ เกษตร พิธีกรรม และวิศวกรรมไว้ด้วยกัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จังหวัดที่มีสถานขอหวย เลขเด็ด มากที่สุดในไทยเบื้องหลังภาพจำสาวลาวกับชายไทย ทำไมเศรษฐกิจ ภาษา ชายแดน และงาน จึงเชื่อมคนสองฝั่งชีวิตผู้หญิงเมียนมา ระหว่างงาน ครอบครัว การแต่งกาย และความไม่แน่นอนของประเทศชีวิตแรกบนโลกเกิดขึ้นได้อย่างไร จากโมเลกุลธรรมดาสู่ระบบที่เริ่มทำสำเนาตัวเอง
ตั้งกระทู้ใหม่